คุณภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพมหานครกลับมาแย่อีกครั้ง หลังจากมีอากาศหนาวเย็นลง สังเกตได้ว่ามีหมอกยามเช้า ทำอากาศขมุกขมัวทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ และบางพื้นที่ในเขตปริมณฑล หลายคนคงสงสัยว่านี่มันคือหมอกยามเช้า หรือ หมอกควันจาก ฝุ่นละออง ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพกันแน่

ทั้งนี้สภาพอากาศที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การจราจร อุตสาหกรรม และการเผาในที่โล่ง ซึ่งในสภาพกากาศลักษณะนี้ กลุ่มที่เสี่ยงน่าเป็นห่วงคือ ประชาชนที่ป่วยด้วย 4 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่

1.โรคระบบทางเดินหายใจ 
2.โรคหัวใจและหลอดเลือด
3.โรคเยื่อบุตาอักเสบ
4.โรคผิวหนัง รวมถึงผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการกำเริบได้ง่ายจากการสูดดมฝุ่นขนาดเล็ก

โดยกรมควบคุมโดคได้แนะนำการดูแลและป้องกันสุขภาพเมื่อเกิดฝุ่นขนาดเล็ก ดังนี้

1. ให้อยู่ภายในอาคารบ้านเรือน ถ้าไม่จำเป็นอย่าออกนอกบ้าน โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง

2. อาคารบ้านเรือน ให้ปิดประตูหน้าต่างป้องกันฝุ่นเข้า หากปิดไม่ได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำทำเป็นม่านปิดแทน เพื่อเป็นตัวกั้นฝุ่นไม่ให้เข้าบ้าน

3. หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดพอหมาดๆ ปิดจมูกและปาก ถ้าอยู่ในที่ที่มีฝุ่นหนาแน่นให้ใช้หน้ากากกรองฝุ่นหรือหาผ้าเปียกมาปิดจมูก

4. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย และการทำงานหนักที่ออกแรงมาก เพราะการหายใจเร็วในระหว่างการออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายรับฝุ่นละอองเข้าไปมาก

5. ให้ดื่มน้ำมากๆ และไม่สูบบุหรี่ ในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นขนาดเล็ก

6. ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก จะต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ในการรับประทานยา การรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง และรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการทรุดลง และหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสกับอากาศที่มีฝุ่นละออง หรือมีการใช้หน้ากากกันฝุ่น

7. ไม่เผาขยะ โดยเฉพาะขยะที่เป็นสารพิษ เช่น พลาสติก ยางรถยนต์ รวมทั้งขยะทั่วไป

8. ลดการใช้รถยนต์ หรือใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้มลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ก่อปัญหาซ้ำเติม หรือทำให้คุณภาพอากาศแย่ลงอีก

นอกจากนี้ถ้าหากใครที่จำเป็นจะต้องทำงานกลางแจ้งนานเป็นครึ่งวัน ก้ควรสวมหน้ากากอนามัยชนิด N 95 ซึ่งจะกรองฝุ่นละอองเล็กได้มาก

ข้อมูล ภาพ ข่าว : mgronline , เพจเฟซบุ๊ก 888 Hydroponics Farm

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments