อากาศเย็นๆ ลมพัดเแผ่วๆ ชวนให้คิดถึงบรรยากาศสุดโรแมนติกจากทางภาคเหนือยิ่งนัก หากใครมองหาที่เที่ยวท่ามกลางธรรมชาติสุดโรแมนติกจับขั้วหัวใจ ขอแนะนำ “ม่อนแจ่ม” สุดยอดแห่งความสวยงามทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ม่อนแจ่ม หรือ ดอยม่อนแจ่ม ตั้งอยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง เชียงใหม่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที ไปถึงม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี อีกทั้งก็ยังมีหมอกในตอนเช้านับเป็นการต้อนรับเช้าวันใหม่ที่สดใส และที่นี่ก็ยังมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็น วิวทิวทัศน์ได้อย่างชัดเจน

ม่อนแจ่ม

และด้วยทัศนียภาพที่สวยงาม มองเห็นวิวทิวเขาซับซ้อนกันไกลจนสุดลูกหูลูกตาซึ่งเมื่อมองลงไปที่ด้านล่างทางทิศใต้ก็จะพบกับหมู่บ้านม้งหนองหอย และ พื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยโดยรอบ เป็นแปลงปลูกผักและวิจัยพืชเมืองหนาว แถมยามค่ำคืนฟากฟ้าแวดล้อมไปด้วยดวงดารา ส่องแสงประกายระยิบระยับ จึงทำให้ ม่อนแจ่ม กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตประจำอำเภอแม่ริมไปเรียบร้อยแล้ว

เดิมพื้นที่บริเวณ ม่อนแจ่ม เคยเป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกฝิ่น ในที่สุดโครงการหลวงได้มาขอซื้อพื้นที่เข้าโครงการหลวงหนองหอย โดยได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่ สนับสนุน ส่งเสริมสร้างรายได้และอาชีพของชาวบ้านให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อีกทั้งยังเป็นแหล่งเรียนรู้และวิจัยพืชผักเมืองหนาวต่าง ๆ ม่อนแจ่มในวันนี้จึงเป็นมากกว่าสถานที่ท่องเที่ยวรับลมหนาว แต่เป็นพื้นที่แห่งองค์ความรู้ทางการเกษตรที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของไทย เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2552 โดยรอบๆ บริเวณนี้มีแปลงผัก ซึ่งเป็นสวนไม้ดอกไม้ประดับโดยนำเอาเศษเหล็กเก่าๆ สิ่งของเหลือใช้ เช่น รถเก่าๆ ที่หมดสภาพไปแล้ว ของโครงการหลวง โถอ่างล้างหน้า ก็นำมาใช้เป็นที่ปลูกพืชผัก ดอกไม้ และ ใช้ในการประดับตกแต่งสวน ซึ่งแนวคิดผสมผสานธรรมชาติเข้ากับสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น

ม่อนแจ่ม

เสน่ห์ของม่อนแจ่มคงหนีไม่พ้นการไปซึมซับบรรยากาศความหนาวเย็นบนยอดดอย ทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายในเมือง ชมวิวสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมแปลงพืชผักและ ผลไม้ เมืองหนาว ที่นี่มีร้านค้า ร้านอาหารไว้คอยให้บริการ นั่งดื่มกาแฟ ทานอาหารชมวิวในกระท่อมไม้ไผ่ ที่อยู่ติดริมเขาได้บรรยากาศมาก

บริเวณใกล้ ๆ ม่อนแจ่ม จะมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยภายในมีแปลงผักและงานวิจัยผักเมือง หนาว เช่น อาติโช๊ค, แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่ หวานฉ่ำ, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้ได้ชื่นชม หรือจะไปเดินศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง ซึ่งเป็นจุดชมวิวชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็น ทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลากหลาย แต่ถ้าใครกลัวหลง ที่นี่ก็มีไกด์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์น้อย ของหมู่บ้านชาวเขาบริการ นำเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขา

ม่อนแจ่ม

ที่พักบน ม่อนแจ่ม

การพักที่ม่อนแจ่มมีให้เลือกหลากหลาย มีทั้งแบบรีสอร์ท บ้าน และกางเต็นท์ แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมนอนกางเต็นท์มากกว่า เพราะได้อิงแอบแนบธรรมชาติมากที่สุดเพียงแค่รูดซิปเต็นท์ลงคุณก็จะได้เห็นทะเลหมอกลอยอยู่เบื้องหน้า ซึ่งเต้นท์แต่ละหลังจะมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากพอที่จะไม่ทำให้เรารู้สึกว่าการนอนเต้นท์นั้นเป็นเรื่องลำบากแต่อย่างใด เพราะในเต้นท์มีทั้งที่นอน หมอน ผ้าห่มอุ่นๆ ไว้กันหนาว ผ้าขนหนู และน้ำดื่ม ที่สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยนั่นก็คือ ตะเกียงและไฟฉาย ข้างๆ กันกับที่ตั้งของเต้นท์จะเป็นห้องน้ำและห้องอาบน้ำพร้อมเครื่องทำน้ำร้อนที่แยกส่วนเปียกและส่วนแห้งไว้เรียบร้อย ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้อาบน้ำหรือกลัวว่าจะต้องไปแย่งห้องน้ำกับใครเพราะมีห้องอาบน้ำส่วนตัวแทบจะทุกเต้นท์เลยก็ว่าได้ และอาณาบริเวณของแต่ละเต้นท์นั้นก็กว้างขวางพอสมควรแถมยังถูกจัดวางไว้ให้อยู่ห่างกันอย่างพอดิบพอดี จึงทำให้มีบริเวณและศาลานั่งเล่นส่วนตัวที่หน้าเต้นท์ สำหรับราคาเต็นท์ที่พัก คือ 1,200 บาท สำหรับ 2 คนต่อคืน 1,800 บาท สำหรับ 3 คนต่อคืน และ 2,400 บาท สำหรับ4 คนต่อคืน และราคาสำหรับบ้านพักเริ่มต้นที่ 2,500-5,000 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โทร. 081 806 3993

ม่อนแจ่ม5

ม่อนแจ่ม แคมปิ้ง รีสอร์ท เป็นที่พักอยู่ในส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ซึ่งที่ตั้งของรีสอร์ททำให้คุณสามารถสูดสายลมเย็น ๆ ได้เต็มสองปอด ทั้งยังมองเห็นวิวทิวทัศน์อันกว้างไกลได้อย่างสุดลูกหูลูกตา ชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน ดวงดาวทั้งบนฟ้าและพื้นดิน เรียกได้ว่าบรรยากาศโรแมนติกระดับห้าดาวเลยทีเดียว

ราคาห้องพักของ ม่อนแจ่ม

      • ช่วงเดือน ตุลาคม-กุมภาพันธ์

เต้นท์สำหรับ 2 คน ราคา 1,000 บาท
เต้นท์สำหรับ 3 คน ราคา 1,500 บาท
เต้นท์สำหรับ 4 คน ราคา 2,000 บาท

    • ช่วงเดือน มีนาคม-กันยายน

เต้นท์สำหรับ 2 คน ราคา 700 บาท
เต้นท์สำหรับ 3 คน ราคา 1,000 บาท
เต้นท์สำหรับ 4 คน ราคา 1,400 บาท

การวางแผนเดินทางไปม่อนแจ่ม

สามารถเดินทางเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ในฤดูหนาวมีโอกาสพบทะเลหมอกได้มากกว่าและมีดอกไม้สวยๆในบริเวณนั้นให้ชม ทั้งเป้นฤดูกาลเก็บผลผลิตสตรอเบอร์รี่อีกด้วย ส่วนในฤดูฝนบรรยากาสจะสวยสดชื่นไปอีกแบบ มีทั้งป่าเขาเขียวขจีและหมอกฝนให้ได้สัมผัส ถ้าหากไม่มีโอกาสมาพักค้างคืนบนนี้ ก็สามารถมาเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับได้ เพราะใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียง 40 นาทีเท่านั้น เส้นทางขึ้นม่อนแจ่มค่อนข้างคดเคี้ยวและลาดชันอยู่มากพอสมควร ดังนั้นการขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังอย่างมาก แนะนำว่าให้เดินทางมาเที่ยวในช่วงเดือนตุลาคม – กุมภาพันธ์ แถมบรรยากาศก็จะเย็นสบายได้ที่

การเดินทางสู่ ม่อนแจ่ม

วิธีที่ 1. การเดินทางโดย รถยนต์ส่วนตัว

การเดินจากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข ( พหลโยธิน ) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ( สายเอเซีย ) ผ่านอยุธยา, อ่างทอง, นครสวรรค์, หลังจากนั้นก็ใช้ทางหลวงหมายเลข 117 ไปยัง จังหวัดพิษณุโลก ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 11 ผ่านลำปาง ลำพูน ถึงเชียงใหม่ระยะทางประมาณ 695 กิโลเมตร หรืออีกทางหนึ่งคือจาก นครสวรรค์ ไปตามทางหลวง หมายเลข 1 ผ่านกำแพงเพชร, ตาก, และ ลำปาง ไปถึงเชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 696 กิโลเมตร

วิธีที่ 2. การเดินทางโดย รถไฟ

จะมีรถด่วน และ รถเร็ว ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ ( หัวลำโพง ) ทุกวัน ลองสอบถามรายละเอียดได้ที่ หน่วยบริการการ เดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0 2223 7010, 0 2223 7020, 1690 สถานีรถไฟเชียงใหม่

โทร. 0 5324 2094 และ www.railway.co.th และนอกจากนี้ขบวนรถไฟ Orient-Express มีบริการเส้นทาง กรุงเทพ – เชียงใหม่เป็นครั้งคราว ก็สามารถสอบถาม รายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ บริษัท ซีทัวร์ จำกัด โทร. 0 2216 5783 หรือที่ www.orient-express.com

วิธีที่ 3. การเดินทางโดย รถโดยสารประจำทาง

จะมีรถประจำทางปรับอากาศสายกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ ( หมอชิต 2 ) ถนนกำแพงเพชร 2 ทุกวันๆ ละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง

ลองสอบถามรายละเอียดได้ที่ บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร. 0 29362852;66 และที่เชียงใหม่ โทร 053241449 , 053242664 หรือดูใน www.transport.co.th

ทันจิตต์ทัวร์ โทร. 0 2936 3210 , นครชัยแอร์ โทร. 0 2936 3901, 0 2936 3355 นิววิริยะยานยนต์ทัวร์

โทร. 0 2936 2207,สมบัติทัวร์ โทร. 0 2936 3355,สหชาญทัวร์ โทร. 0 2936 2762, สยามเฟิสท์ทัวร์ โทร. 0 2954 3601-7

วิธีที่ 4. การเดินทางโดย เครื่องบิน

– สำหรับการบินไทย บริการเที่ยวบินประจำระหว่างกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สำรองที่นั่ง โทร. 0 2280 0060, 0 2628 2000, 0 2356 1111 สอบถามรายละเอียด โทร. 1566 สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0 5321 0043-4 และ www.thaiairways.com

– สายการบิน บางกอกแอร์เวย์ บริการเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-สุโขทัย-เชียงใหม่ โทร. 0 2265 5555, 0 2265 5678 และ www.bangkokair.com

– สายการบินวันทูโก มีบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ทุกวันสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 1126 หรือ www.fly12go.com

– สายการบินนกแอร์ เปิดบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ทุกวัน และ กรุงเทพ-เลย-อุดรธานี-เชียงใหม่ ทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์ รายละเอียดสอบถามศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1318 หรือ www.nokair.com

– สายการบิน ไทยแอร์เอเชีย มีบริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ สอบถามรายละเอียด โทร.0 2515 9999 หรือ www.airasia.com

– สายการบิน เอส จี เอ มีบริการเที่ยวบิน เชียงใหม่ – เชียงราย, เชียงใหม่ – ปาย และ เชียงใหม่ – แพร่ โทร. 0 2664 6099 เว็บไซต์ www.sga.co.th

แผนที่ม่อนแจ่ม

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments