แอกซ่า

ถูกแชร์กันไปอย่างมากมายสำหรับกรณีนี้ ที่หญิงสาวรายหนึ่งพาลูกน้อยเข้ารักษาโรค กรวยไตอักเสบ แต่ถูก บริษัทประกัน แจ้งว่าไม่สามารถเคลมได้ ให้สำรองจ่ายไปก่อน เป็นค่ารักษาทั้งหมด 41,566 บาท และเมื่อหญิงส่าวคนดังกล่าวโทรไปสอบถามเจ้าหน้าที่ฝ่ายสินไหม แต่กลับได้รับบริการที่แย่มากทั้งน้ำเสียงและข้อมูล โดยเนื้อหาใจความมีดังนี้
“สวัสดีค่ะ วันนี้ขอเล่าประสบการณ์จริงจากเบิกเคลมค่ารักษาของลูกกับ บ.กรุงไทยแอ็กซ่า ขอเกริ่นก่อนว่า มีลูกคนแรกเลยหาข้อมูลของประกันต่างๆ ทั้งถูกแพง จนมาจบที่นี่ เพราะค่าห้องและค่ารักษาที่น่าสนใจ กับเบี้ยทิ้งรายปีเกือบ 3 หมื่น หลังจากทำประกันมาได้ 8 เดือน ก็มีเหตุให้ลูกต้องเข้า รพ. เพราะลูกตัวร้อนมากเกือบ 40 องศา ซึ่งก่อนแอดมิท ก็ได้ถามค่าห้องและคำนวณดูแล้วก็ไม่เกินวงเงินค่าห้องที่กำหนด และเข้ารักษาตั้งแต่คืนวันที่ 23 -27 พ.ค.58 ที่ รพ เกษมราษฏร์ ตลอดระยะเวลาการรักษา เรามั่นใจมากว่าจะไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆหลังออกจาก รพ เพราะตัวแทนขาย (ซึ่งตอนนี้ติดต่อไม่ได้ทั้งไลน์ทั้งเบอร์) ยืนยันว่ารักษาครอบคลุมหมดแต่ไม่ได้แจ้งโรคที่ยกเว้น และหลังจากหมอตรวจอาการก็พบว่าเป็นกรวยไตอักเสบ ซึ่งต้องอัลตร้าซาว เจาะเลือดและตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุและเช็คการทำงานของไต หลังจากตรวจ คุณหมอก็บอกว่าน้องปกติดี ไม่มีอะไรน่าห่วง แต่พบว่าน้องตัวซีดเพราะขาดธาตุเหล็ก เลยได้ยาบำรุงเลือดกลับมา ซึ่งก่อนจะกลับบ้านเราก็รอเคลมประกันแบบชิวๆ กะว่าออกจาก รพ สวยๆ ไม่คิดไร แต่แล้ว จนท การเงิน ก็แจ้งว่าไม่สามารถเคลมได้ ทาง บ.ประกันให้สำรองจ่ายไปก่อน ซึ่งค่ารักษาทั้งหมด 41,566 บาท เราเลยโทรไปถาม จนท ฝ่ายสินไหม ว่าทำไมต้องสำรองจ่าย ซึ่ง จนท ให้บริการได้แย่มาก ทั้งน้ำเสียงและข้อมูล ขอเล่าแบบย่อๆ นะคะ

โทรครั้งแรก
เรา : ขอสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายว่าทำไมถึงเคลมไม่ได้คะ
จนท : เพราะว่าคนไข้มีอาการเป็นโรคซีด ซึ่งอาจเป็นโรคธารัสซิเมียหรือโรคเลือดได้ เพราะผลเลือดที่ตรวจมาต่ำกว่าค่าที่ บ. กำหนดไว้คือ 30% ซึ่งคนไข้มีเพียง 25% (งงค่ะ และใครจะไปรู้ค่าเปอร์เซ็นต์อะไร แถมไม่มีระบุในกรมทัณฑ์อีกด้วย) และโรคนี้ทาง บ. ไม่ได้ครอบคลุม ซึ่งไม่ว่าจะ บ. ก็ไม่ครอบคลุม และคนไข้ยังทำประกันไม่ถึง 2 ปี ก็ไม่สามารถเบิกได้ (คือลูกเรา 1 ขวบ 4 เดือนเอง จะไปทำล่วงหน้าตอนไหน) แต่ถ้าเป็นโรคเลือด ทั้งนี้ผู้บริหารจะพิจารณาอีกทีว่าจะให้เบิกได้มั๊ยหรือ อาจให้ยกเลิกกรมทัณฑ์เลย ซึ่งผลการตรวจจากทาง รพ แจ้งว่าน้องมีไข้สูงและเข้าแอดมิท หลังจากนั้นก็พบว่าเป็นกรวยไตอักเสบ และตัวซีด เลยต้องตรวจสอบประวัติก่อนค่ะ
เรา: แล้วถ้าสำรองจ่ายต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเบิกได้คะ
จนท : 30-90 วันค่ะ
เรา : คือน้องไม่ได้เป็นโรคซีดค่ะ น้องเป็นกรวยไตอักเสบ ทำไมต้องสำรองจ่าย (ตอนนั้นโกรธและงงมากค่ะ เพราะเรากับแฟนก็ไม่มีใครเป็นธารัสซิเมีย)
จนท : มันเป็นกฏของ บ. ไม่ว่าจะยังไง ใครที่เข้าข่ายเป็นโรคนี้ ก็ต้องสำรองจ่าย เพื่อทำการตรวจสอบประวัติต่อไปครั้งค่ะ ไม่มีข้อยกเว้น
เรา : เงียบ (โกรธมากกกก ไม่เข้าใจว่าทำไม ฝ่ายสินไหม ถึงทำแบบนี้ ทั้งๆที่เราไม่ได้รักษาโรคเลือดเลย แต่มันเป็นผลพลอยได้จากการตรวจเลือด ซึ่งเป็นเอกสารแนบที่ รพ ส่งไป และใบรับรองแพทย์ระบุว่าเป็นโรคกรวยไตอักเสบเพียงอย่างเดียว ส่วนตัวซีดนั้นเพราะน้องแค่ไม่ค่อยทานข้าว เลยทำให้ขาดธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยนี้)
จนท : มีอะไรจะสอบถามอีกมั๊ยคะ
เรา : ไม่มีค่ะ –จบการสนทนา–

หลังจากวางไป ก็ยังงงๆอยู่ว่าทำไมต้องจ่าย และขั้นตอนต่อไปต้องทำไง เลยโทรไปอีก

เรา : ขอสอบถามเพิ่มเติมค่ะ พอดีเมื่อกี้โทรมาแล้ว คืออยากทราบว่าถ้าทำเรื่องเบิกแล้วจะได้เงินคืนทั้งเต็มจำนวนมั๊ยคะ
จนท คนเดิม : อาจจะได้เต็มหรืออาจจะไม่เต็มค่ะ ขึ้นอยู่กับการตรวจสอบว่าสามารถเบิกได้มั๊ย ถ้าเบิกได้ก็อาจจะต้องดูค่าห้องและวงเงินค่ารักษาส่วนที่เหลือว่าจะเบิกได้เท่าไร
เรา : (งง เลยถามต่อ) งั้นตัวอย่างเช่น ทั้งหมดรักษา 40,000 บาท จะได้เต็มจำนวนนี้มั๊ยคะ
จนท : (สูดลมหายใจ แบบโมโห และกระแทกเสียงกลับมา เหมือนประมาณว่า กรูจะอธิบายให้เมิงฟังอีกครั้งนะ) สำหรับค่าห้องที่เบิกมา นอนทั้งหมด 4 คืนๆ ละ 2200 บวกค่าอาหาร 2000 ทั้งหมด หมื่นกว่าบาทคือไปเบิกในส่วนของค่าห้อง และส่วนที่เหลือคือไปเบิกกับวงเงินค่ารักษา เข้าใจมั๊ยคะ
เรา : เข้าใจค่ะ
และก็ถามเรื่องเกี่ยวกับการสืบประวัติของน้องว่าจะไปสืบที่ไหน บลาๆๆ สุดท้ายก่อนวางสาย เราก็เลยถามไปว่า
เรา : นอกจากโรคธาลัสซิเมียและโรคประจำตัวที่ต้องรักษานานๆแล้วมีโรคอื่นที่ไม่ครอบคลุมอีกมั๊ยคะ
จนท : รบกวนกลับไปอ่านกรมทัณฑ์ค่ะ (เสียงห้วนๆ แข็งๆ)
เรา : (เห้ย ถามดีๆนะเว้ย รู้สึกกวนอารมณ์ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุยละ) คือ ไม่สามารถให้ข้อมูลทางนี้ได้หรอคะ
จนท : รบกวนกลับไปอ่านกรมทัณฑ์ค่ะ (เสียงห้วนๆ แข็งๆ)– จบการสนทนา—

คือในสถานการณ์ตอนนั้นแบบโมโหมาก บางคนอ่านแล้วอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องโมโห แต่ถ้าตามสิทธิ์ที่เราพึงจะได้แต่ไม่ได้รับก็น่าโมโหแล้ว ยิ่ง จนท พูดจาไม่ดีอีกยิ่งไปกันใหญ่ และก็ไม่รู้ว่าทำไม บ. ประกันถึงผลักภาระมาที่เรา ซึ่งในสถานการณ์ตอนนั้น อยากจะไปสอบถามตัวแทนที่ขาย เพราะเค้าคุยดี แต่เชื่อมั๊ยคะว่า ติดต่อไม่ได้เลยยยย ตอนนั้นเครียดมากค่ะ เพราะค่ารักษา 41,566 บาท ต่อให้ผ่อนชำระทั้งหมด ก็ยังถือว่าหนักมาก และถ้าเบิกไม่ได้จริงๆ ก็ไม่รู้จะชำระเบี้ยประกันไปหาอะไร ซึ่งประกันตัวนี้มีสัญญาต้องชำระต่อเนื่อง 2 ปี ถึงจะสามารถทำต่อได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้เราคงไม่ต่อละค่ะ เพราะเรื่องมาก เบิกค่ารักษาโรคนี้ แต่ไปอิงผลการตรวจเลือดอีกอัน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรคเลย เครียดค่ะ สรุปคือเราต้องสำรองจ่ายไปก่อนค่ะ และต้องส่งเอกสารไป สนง และต้องติดตามผลเอง เพราะตัวแทนได้ล้มหาตายจากไปแล้ว ซึ่งไม่รู้ว่าจะนานแค่ไหน อยากรบกวนสอบถามความเห็นหน่อยว่าควรทำอย่างไรดีคะกับเหตุการณ์นี้ และจะสามารถเบิกได้มั๊ย ใครพอมีประสบการณ์รบกวนชี้แนะด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ปล ไม่ได้เข้ามาดิสเครดิตนะคะ เพราะก่อนหน้านี้เรามั่นใจมากกับ บ.นี้และยังคอยเชียร์ให้คนรู้จักอีกด้วยซ้ำ กะว่าจะทำให้แม่อีก ตอนนี้เสียความรู้สึกมากค่ะ”

ประกันภัย

ซึ่งหลังจากโพสกระทู้ดังกล่าว ก็มีผู้ให้ความสนใจมากมาย มีทั้งให้กำลังใจ ให้ความรู้ และตำหนิบริษัทประกันดังกล่าว

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments