หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นบัญชีดำของสินค้าจากจีนโดยเฉพาะแบรนด์ “หัวเว่ย” ชาวจีนที่รักชาติส่วนหนึ่งไม่พอใจ และตอบโต้กลับทางฝั่งสหรัฐอเมริกา และ ไอโฟน ก็โดนหางเลขอย่างรุนแรง

 ชาวจีนที่รักชาติส่วนหนึ่งไม่พอใจ และตอบโต้กลับทางฝั่งสหรัฐอเมริกา และ ไอโฟน ก็โดนหางเลขอย่างรุนแรง

นโยบายของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศมาตรการกีดกันทางการค้า และ ขึ้นบัญชีดำของสินค้าจากจีนโดยเฉพาะแบรนด์ “หัวเว่ย” อีกทั้งทางการสหรัฐฯยังสั่ง ห้ามเอกชนไม่ให้ทำการค้ากับ หัวเว่ย อีกด้วย (อ่าน ถึงคราวล่มสลาย กูเกิล และ ต่างชาติร่วมแบนธุรกิจมือถือ หัวเว่ย) ซึ่งส่งผลให้ชาวจีนที่รักชาติส่วนหนึ่งไม่พอใจ และตอบโต้สหรัฐฯด้วยการกดดันสินค้าจากทางฝั่งสหรัฐอเมริกา และผลพวงนั้นส่งผลให้ ไอโฟน ก็เป็นสินค้าหนึ่งที่ถูกชาวจีนกลุ่มดังกล่าวมองว่าเป็นสินค้าน่ารังเกียจ

ทิม คุก ได้เข้าไปผูกสัมพันธ์กับชาวจีนในทุกภาคส่วน เพราะทางบริษํทของเขาเป็นคู่ค้าที่สำคัญของจีน

แอปเปิลได้ โครงการช่วยเหลือแบบไม่หวังผลกำไรในประเทศจีน เช่น การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ รวมถึงโครงการเพื่ิมสวัสดิการของเด็ก

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาทาง แอปเปิล โดย ทิม คุก ได้เข้าไปผูกสัมพันธ์กับชาวจีนในทุกภาคส่วน เพราะทางบริษัทของเขาเป็นคู่ค้าที่สำคัญของจีน โดยเริ่มจากการผลิต ไอโฟน และผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของแอปเปิลก็เกิดขึ้นที่จีน และด้วยประชากรเกือย สองพันล้านคนของจีนทำให้ประเทศนี้เป็นตลาดใหญ่สำหรับทางบริษัทอีกด้วย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าทาง แอปเปิล ได้ริเริ่มโครงการช่วยเหลือแบบไม่หวังผลกำไรในประเทศจีนหลายโครงการ เช่น การบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ รวมถึงโครงการเพื่ิมสวัสดิการของเด็ก ความช่วยเหลือเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ รวมถึงการลงทุนในการสร้างศูนย์ข้อมูล และศูนย์วิจัย ในประเทศจีน ทว่าผลกระทบจาก วิกฤติ “หัวเว่ย” นั้นส่งผลกระทบรุนแรงโดยรวมของ สงครามการค้า ของทรัมป์ต่อจีนและการขึ้นบัญชีดำของหัวเว่ยเป็นการเสริมความแข็งแกร่งของขบวนการ ต่อต้านสินค้าจากสหรัฐอเมริกาในประเทศจีน

สถานการณ์ปัจจุบันของ "หัวเว่ย" จะเป็นดัชนีวัดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ และบริษัท แอปเปิล

dead huawei vs apple

สถานการณ์ปัจจุบันของ “หัวเว่ย” จะเป็นดัชนีวัดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ ซึ่งดูเหมือนจะยิ่งทำให้การค้าของแอปเปิลในจีนยากขึ้น

ไม่ไช่แค่ราคาที่แพงขึ้นทำให้ยอดขาย ไอโฟน รุ่นล่าสุดในจีนถดถอยลง แต่ยังมีสัญญาณบ่งบอกได้ชัดว่า “วันนี้คนจีนให้ความสำคัญกับ ไอโฟน น้อยลง” แต่เหตุการณ์วิกฤติการค้าของ “หัวเว่ย” นั้นอาจจะส่งผลกับ บริษัทหัวเว่ย ก็แค่ระยะสั้นๆ แต่แนวโน้มการค้าของแอปเปิลในจีนอาจได้รับผลกระทบระยะยาวมากกว่า และจากการสัมภาษณ์ลูกค้าของแอปเปิลชาวจีนส่วนหนึ่ง ก็มีความเห็นสอดคล้องกันอย่างนั้น

“เป็นเรื่องที่น่าอายที่จะดึง ไอโฟน” ออกจากกระเป๋าของคุณออกมาต่อหน้าผู้บริหารของบริษัทที่ใช้โทรศัพท์ หัวเว่ย” ..ชายชาวจีนคนหนึ่งกล่าว

.

“ผมได้ปลี่ยนมาใช้หัวเว่ยเพราะเกลียดบริษัทหน้าซื่อใจคด (แอปเปิล) ยุคของ 5G กำลังจะมา และหัวเว่ยมีเทคโนโลยีล้ำสมัยมากกว่าแอปเปิล”  …ชายชาวจีนที่ไม่ระบุนามกล่าว

ดังนั้นเมื่อยิ่ง “หัวเว่ย” ได้ถูกทางการสหรัฐฯแบนและส่งผลกระทบหนักมากเท่าไหร่ ก็จะก่อให้เกิดผู้คนจำนวนมากเกิดความเกลียดชังสินค้าจากทางสหรัฐมากยิ่งขึ้นเท่านั้น และนั่นทำให้วันนี้การค้าของแอปเปิลในจีนจะเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น

#ทิมคุก, #แอปเปิล, #หัวเว่ย, #ประเทศจีน, #ประเทศสหรัฐอเมริกา, #สงครามการค้า, #โทรศัพท์มือถือ, #ไอโฟน, #โดนัลด์ทรัมป์

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments