สยามสปอร์ต ยืนกรานถ่ายทอดสดบอลไทย

จากกรณีที่ พล.ต.อ. สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมาประกาศยกเลิกสัญญา บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จํากัด (มหาชน) เนื่องจากมองว่าสัญญาไม่เป็นธรรม ทั้งนี้ทางด้าน บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จํากัด (มหาชน) ได้ออกมายืนยันว่าสมาคมฟุตบอลฯได้แจ้งยกเลิกสัญญาดูแลสิทธิประโยชน์ไม่เป็นธรรม ส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิด และยังนำเอกสารลับไปเปิดเผยต่อสาธารณะชน จึงเตรียมดำเนินการฟ้องกลับเพื่อรักษาความยุติธรรมให้องค์กรแน่นอน

หลังจากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ทำหนังสือยกเลิกสัญญามอบให้ บริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคท จํากัด (มหาชน) ที่เป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ของสมาคม และห้ามไม่ให้ดำเนินการถ่ายทอดสดการบันทึกการแข่งขันและภาพไฮไลต์การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลดิวิชั่น 1, ลีกภูมิภาค, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ ในฐานะตัวแทนสมาคมฯ อีกต่อไป

ล่าสุด นายอดิศัย วารินทร์ศิริกุล ประธานกรรมการบริษัท สยามสปอร์ต ซินดิเคต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การแถลงข่าวครั้งที่แล้ว ได้ยืนยันชัดเจนว่าการทำสัญญาทุกอย่างเป็นธรรม กระทั่งมีหนังสือยกเลิกสัญญาเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2559 ซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นธรรมกับสยามสปอร์ต แน่นอนว่าส่งผลเสียกับคู่สัญญาโดยตรง ในหนังสือสัญญาที่เคยทำไว้ระบุว่าจะมีการยกเลิกสัญญาต่อเมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำผิดข้อตกลง ซึ่งที่ผ่านมาสยามสปอร์ตดำเนินการถ่ายทอดสดตามสัญญาที่ทำร่วมกัน หาเงินสนับสนุนสมาชิกเพิ่มขึ้นทุกปี มีสปอนเซอร์สนับสนุนสมาคมฯจนถึงปี 2563 ฉะนั้นไม่มีข้อใด้ที่เราทำผิดสัญญา

ก่อนหน้านี้เราได้ส่งคนเข้าไปเจรจาว่ามีข้อตกลงใดไม่เหมาะสม แต่จู่ๆ กลับมาการยกเลิกสัญญา ซึ่งส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กร ทำให้ประชาชนเข้าใจว่า สยามสปอร์ต กระทำสิ่งใดผิด ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการยกเลิกสัญญาดูแลสิทธิประโยชน์ ซึ่งการทำสัญญากับสปอนเซอร์ต่างๆ จะถูกยกเลิกไปด้วย รวมทั้งการถ่ายทอดสดฟุตบอลรายการต่างๆ ที่ทำกับบริทเอกชนรายหนึ่ง ถึงปี 2563 มูลค่ากว่า 4,200,000,000 บาท และหากสมาคมฯ เปิดประมูลใหม่ไม่สามารถการันตีได้ว่าจะได้ราคาเท่านี้หรือไม่ และหากได้น้อยกว่าเดิม สโมสรสมาชิกจะขาดรายได้ในส่วนการถ่ายทอดสดไปด้วย” นายอดิศัย กล่าว

ด้าน นายสรายุทธ มหวลีรัตน์ รองกรรมการ ผู้จัดการบริษัท สยามสปอร์ตฯ เปิดเผยว่า “ที่ผ่านมาสยามสปอร์ตลงทุนจัดหาอุปกรณ์และดำเนินการมากว่า 10 ปี เพื่อดำเนินการถ่ายทอดสดฟุตบอล ซึ่งทั้งหมดจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ที่สมบูรณ์แบบ สัญญาล่าสุดที่เราได้รับคือปี 2556-2560 มีการตั้งงบประมาณที่ต้องใช้จ่าย ไม่เคยมีกระแสการต่อว่าเราละเลยหน้าที่ หรือคุณภาพการทอดสดไม่ดี

แต่มาถูกยกเลิกสัญญาในทันที ทำให้บริษัทเสียหาย เพราะโดยปกติหากจะบอกเลิกสัญญาจะต้องให้เวลากับคู่สัญญา วันนี้สปอนเซอร์ที่ทำสัญญาร่วมกันไว้ ไม่ว่าจะเป็น โตโยต้า, ยามาฮ่า, ไทยเบฟ, ทรูวิชั่น หรือ เอไอเอส ได้ติดต่อเข้ามาว่าจะสามารถดำเนินการต่อไปอย่างไร เนื่องจากได้เซ็นสัญญาไว้กับสยามสปอร์ต แต่ก็ได้ตอบกลับไปว่าสปอนเซอร์จะไม่มีผลกระทบ แต่อยากจะขอความเป็นธรรมกับสยามสปอร์ตที่ทำทุกอย่างเพื่อวงการฟุตบอลไทย แต่กลับมาถูกตัดทิ้งกลางคันแบบนี้ เป็นสิ่งที่ยุติธรรมกับเราหรือไม่”

นอกจากนี้ นายสรายุทธ ยังกล่าวอีกว่าจะดำเนินการฟ้องร้องเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของสยามสปอร์ตแน่นอน “ตามสัญญาที่ตกลงกันไว้จะไม่สามารถเปิดเผยสัญญาต่อสาธารณะ แต่เอกสารได้เก็บไว้ที่สยามสปอร์ต 1 ชุด และสมาคมชุดเก่า 1 ชุดซึ่งสมาคมได้ส่งมอบให้คณะกรรมการชุดใหม่ทั้งหมดแล้ว แต่สมาคมชุดใหม่มาขอสัญญากับเราอีก เราจึงถ่ายเอกสารส่งไปให้ แต่กลับมีการนำไปเปิดเผยต่อสาธารณะชน ซึ่งรวมเหตุผลข้างต้นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อกล่าวหาที่สยามสปอร์ตได้รับ และบอกเลิกสัญญาอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งเปิดเผยภาพสัญญาที่เป็นความลับต่อสาธารณะก็ยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย แต่การถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก, ฟุตบอลดิวิชั่น 1, ลีกภูมิภาค, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ ที่สยามสปอร์ตมีอยู่กับทรูวิชั่น ปีละ 600,000,000 บาท จึงจำเป็นต้องถ่ายทอดสดตามหน้าที่และสัญญาที่ทำกับลูกค้าจนหมดปี 2559” นายสรายุทธ กล่าวทิ้งท้าย

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments