ซักผ้าให้หอม

ช่วงนี้ฝนตกแทบทุกวัน ผ้าที่ซักไว้ก็แห้งไม่ทัน ไหนจะเหม็นอับ จากความชื้น แถมยังต้องมาเจอกับผ้าที่แข็งกระด้าง ไม่นุ่มฟู ใส่แล้วระคายผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผ้าขนหนู ไม่ต่างจากเอากระดาษมาเช็ด ช่างขัดใจแม่บ้านอย่างเรายิ่งนักวันนี้มีเทคนิคดีๆ ซักผ้าให้หอม ได้แม้หน้าฝน

1. สำหรับการซักผ้าให้หอม

ควรเริ่มต้นด้วย การทำความสะอาดเครื่องซักผ้าเป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งในส่วนของถังปั่น และถังอบแห้ง

ด้วยการใช้น้ำยาล้างเครื่องซักผ้า หรือทำน้ำยาล้างด้วยตนเอง โดยการใช้เบคกิ้งโซดา กับน้ำร้อนก็ได้ เพื่อไม่ให้มีเชื้อโรคสะสม จนทำให้เกิดกลิ่นติดค้างมากับผ้า

2. เมื่อจะซักผ้าครั้งใดก็ตาม

ควรจัดการแยกประเภทของเสื้อก่อน หากมีเสื้อผ้าชิ้นใดที่สกปรก และมีกลิ่นเหม็นอับมาก

ซึ่งอาจจะเป็นพวกเสื้อผ้า หรือถุงเท้าที่ใช้เล่นกีฬา หรือการทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ชุ่มเหงื่อ และมีกลิ่นเหงื่อหมักหมมรุนแรง

หากซักรวมกันกับเสื้อผ้าชิ้นอื่นๆ กลิ่นเหม็นก็อาจจะติดรวมกันไปหมด หรือหากมีคราบดิน ขี้โคลน ควรกำจัดออกให้หมด ก่อนจะนำไปซัก

3. หากมีเสื้อผ้าที่เปียกชื้น

เช่น ผ้าขนหนู ถ้ายังต้องใช้ ควรนำไปผึ่งแดด หรือตากลมให้แห้ง

แต่ถ้าไม่ใช้แล้ว ควรนำไปทำการซักทันที หากนำไปกองสุมกันในตะกร้า กับผ้าชิ้นอื่นๆ ย่อมจะทำให้มีกลิ่นอับเกิดขึ้น

4. เลือกใช้น้ำยาซักผ้าแบบพิเศษ

ที่มีจุดเด่นในเรื่องการจัดการกับกลิ่นเหม็นอับโดยเฉพาะ และช่วยจัดการฆ่าบรรดาเชื้อโรคต่างๆ ด้วย

5. เสื้อผ้าที่สกปรก มีกลิ่นอับมากๆ

หากเป็นไปได้ ควรจะใช้น้ำร้อนในการซักผ้า เพราะอุณหภูมิความร้อนสูงๆ จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และยังทำให้ผงซักฟอก ทำงานได้ดีขึ้นอีกต่างหาก

แต่ก็อาจจะต้องระวัง เรื่องชนิดของผ้าที่จะซักด้วยเช่นกัน

6. เมื่อซักผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว รีบนำขึ้นตากโดยทันที

อย่าทิ้งเอาไว้รวมกันอยู่ในถัง ผ้าชื้นๆ ที่สุมรวมกันนานๆ จะทำให้เกิดกลิ่นอับ

7. หลังจากนำเสื้อผ้าตากแดด จนแห้งสนิทดีแล้ว

ควรนำไปใส่ไม้แขวนไว้ทันที และหากจะแขวนไว้ในตู้ ควรใช้ถุงดับกลิ่นอับ แขวนไว้ภายในด้วย

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments