เมื่อลมหนาวเริ่มพัดมาปกคลุมประเทศไทย เป็นสัญญาณบอกกลายๆว่า ถึงเวลาท่องเที่ยว พักผ่อนเติมพลังชีวิตให้กับร่างกายกันแล้ว ที่นิยมฮิตๆ ก็จคงไม่พ้นไปสูดอากาศหนาวตามยอดดอยต่างๆ โดยเฉพาะยอดดอยจากจังหวัดเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่เป็นเป้าหมายปลายทางในอันดับต้นๆ ของนักเดินทาง เพราะมีความหลากหลายทางด้านแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี อาหารการกิน ของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง ตลอดจนความเป็นมิตรของผู้คน ประกอบกับมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น

โดยในปีนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเชียงใหม่นอกจากการไปสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ แล้ว จังหวัดเชียงใหม่ยังมีเส้นทางท่องเที่ยวที่นับว่าเป็นเส้นทางตามรอยพระบาทถึง 7 แห่ง จากจำนวน 70 แห่ง ที่ ททท.แนะนำไว้ในหนังสือ “70 เส้นทางตามรอยพระบาท”

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

ภาพบรรกาศยามเช้า สายหมอกขาวๆ ตัดกับดอกไม้สีสด ดูแล้วชื่นตาชื่นใจยิ่งนัก

สำหรับเส้นทางตามรอยพระบาทที่ต้องการแนะนำเส้นทางแรก คือ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) ตั้งอยู่ในวงล้อมแนวเทือกเขาดอยอินทนนท์ สถานที่แห่งนี้ ก่อตั้งขึ้นภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินมายังบ้านขุนวาง ในปี พ.ศ.2523 แล้วทอดพระเนตรเห็นท้องทุ่งบริเวณนี้มีการปลูกฝิ่นอยู่เป็นจำนวนมาก

พระองค์ท่านจึงมีพระราชดำรัสให้กองพืชสวน กรมวิชาการเกษตร ดำเนินการใช้ท้องทุ่งแห่งนี้เป็นสถานที่ทดลองและขยายพันธุ์พืชบนที่สูง เพื่อส่งเสริมและถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกรบนที่สูง และเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น จนเป็นผลสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนศูนย์วิจัยเกษตรหลวงฯ จะได้ศึกษาพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่ให้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน และได้สัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรไปพร้อมกัน อาทิ ได้เยี่ยมชมแปลงไม้ผลเมืองหนาวนานาชนิด เช่น สาลี่, พลัม, เนคทารีน หรือพืชประเภทลูกท้อ, สตรอว์เบอร์รี เดินชมแปลงทดลองการเกษตรซึ่งมีเจ้าหน้าที่นำชมตามเส้นทางที่กำหนด โดยมีจุดที่น่าสนใจ ได้แก่ แปลงไม้ผลเมืองหนาว, แปลงกาแฟ, โรงกะเทาะเปลือกกาแฟ และแปลงทดสอบพันธุ์แมคคาเดเมีย

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

สัมผัสกาศหนาว 0 องศา จนเกิดแม่คะนิ้งที่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

สำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในช่วงกลางเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ยังจะได้พบกับความสวยงามของดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอย ที่พากันออกดอกสีชมพู สว่างไสวเต็มต้น ขับให้ดอยขุนวางกลาย เป็นถนนแห่งความรักสุดแสนโรแมนติกไปทั้งดอย

เมื่อมาศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) แล้ว เดินทางไปอีกนิดเดียวก็สามารถสัมผัสอุณหภูมิใกล้ศูนย์องศา ที่ยอดดอยของอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ซึ่งเป็นยอดดอยที่สูงสุดในประเทศไทย ด้วยความสูง 2,565 เมตร สำหรับช่วงนี้มีหมอกปกคลุมเกือบทั้งวัน และในตอนเช้าตรู่ บางวันอาจมีปรากฏการณ์น้ำค้างแข็ง หรือแม่คะนิ้งให้ได้เห็นอีกด้วย พื้นที่บริเวณนี้มีสภาพผืนป่าที่หลากหลาย ทั้งสภาพป่าดงดิบ ป่าสน ป่าเบญจพรรณ เหมาะแก่การไปเรียนรู้และเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่ตัวเอง

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

สีชมพูกับดอกพญาเสือโคร่ง ณ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

ยังมีไฮไลต์สำคัญของพื้นที่นี้คือ การเดินป่าในเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน นักท่องเที่ยวจะได้เห็นป่าดิบเขา (Hill evergreen forest) อันอุดมสมบูรณ์ ระหว่างทางเดินจะลัดเลาะไปตามริมผามีทัศนียภาพสวยงามด้วยไอหมอก และอาจพบพันธุ์ไม้หายาก เช่น กุหลาบพันธุ์ปี ซึ่งทุกจุดมีป้ายอธิบายให้ความรู้ตลอดทางเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปานแห่งนี้ยังได้รับรางวัลดีเด่นประเภทแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จากรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ของ ททท. ครั้งที่ 4 ประจำปี พ.ศ.2545 อีกด้วย

หลังจากเดินศึกษาธรรมชาติเสร็จแล้ว ถัดไปคือ การไปสักการะพระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ที่สร้างถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อันเป็นสถาปัตยกรรมงดงาม อยู่ท่ามกลางทิวทัศน์ของดอยอินทนนท์และไม้ดอกไม้ประดับสวยงามมากมาย

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

ผาสองฤดู ใกล้กับ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) เป็นสันเขาที่ทิวทัศน์ 2 ข้าง แตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ ด้านหนึ่งเป็นหุบเขาที่เปิดโล่ง แต่อีกด้านกลับปกคลุมไปด้วยหมอกตลอดเวลา

จากนั้นย้อนลงมาที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ถือเป็นจุดชมดอกไม้ที่สวยงามมากอีกแห่งหนึ่ง ก่อตั้งปีพ.ศ.2520 ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และเป็นสถานีรวบรวมพันธุ์ไม้และดอกไม้เมืองหนาว รวมทั้งงานประมงพื้นที่สูงเพื่อการส่งออก ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้เกษตรชาวไทย รวมทั้ง ยังมีโครงการศึกษาและรวบรวมพันธุ์เฟิร์น, โครงการวิจัยกาแฟ และโครงการวิจัยฝรั่งคั้นน้ำ

ตลอดเส้นทางท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ยังมีน้ำตกแม่ยะ, น้ำตกสิริภูมิ, น้ำตกวชิรธาร, ถ้ำบริจินดา ซึ่งมีหินงอกหินย้อยสวยงาม และธารหินที่เกิดประกายระยิบระยับสวยงามเมื่อต้องแสงสว่าง รวมทั้งยังมีกิจกรรมดูนกที่สำคัญนานาชนิดกว่า 380 ชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพอีกด้วย โดยอุทยานฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวก และมีที่พักรองรับ แต่ควรสำรองที่ล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์

ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

วิวยามเช้าหลังบ้านพัก ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง)

ทั้งนี้ ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 0-5324-8604-5 และ ททท. 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย หรือติดต่อที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (ขุนวาง) โทร. 0-5311-4133, 0-5311-4136

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments