ดอกลำโพง

เห็นดอกไม้สวยๆ ก็ชื่นตาชื่นใจ ทั้งรูปทรงและสีสันล้วนเข้าตา แต่รู้กันหรือไม่ว่า ดอกไม้สวยๆ นั้นก็มีพิษร้ายเหมือนกัน อย่างเช่น “ดอกลำโพง” ที่ เพิ่งเป็นข่าวดังว่า 2พี่น้องชาวเขาเผ่าม้ง กินเข้าไปจนเสียชีวิต วันนี้ Thairats จะมาแนะนำให้รู้จักเจ้า ต้นลำโพง แสนสวยนี้กัน

ต้นลำโพง เป็นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่ง ซึ่งจะมีดอกลักษณะทรงกรวยยาวปากบายคล้ายแตรทรัมเป็ต หรือคล้ายกับดอกผักบุ้งแต่มีขนาดใหญ่กว่า คนสมัยก่อนจะใช้ ลำโพง เป็นยาสมุนไพร ช่วยระงับความเจ็บปวด และแก้อาการเกร็ง นำมามวนเป็นบุหรี่ใช้สูบแก้อาการโรคหืด หรืออาจนำเมล็ดมาตำให้ละเอียด และแช่ในน้ำมันพืช น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันงา เมื่อครบ 7 วันนำมากรอง แล้วนำน้ำมันที่ได้มาทาแก้อาการปวดเมื่อกล้ามเนื้อ

ดอกลำโพง

นอกจากนี้ ผลของลำโพงก็ใช้แก้พิษไข้ แก้ไข้ที่ทำให้กระสับกระส่าย หรือน้ำมันจากเมล็ด ใช้ฆ่าเชื้อโรค แก้กลากเกลื้อน หิด เหา เชื้อโรคที่มีตัว แต่ก็มีการเตือนให้ระวังในการใช้เมล็ดลำโพง เพราะเชื่อว่ามีพิษทางเมาเบื่ออย่างรุนแรง อาจทำให้เป็นบ้า หรือถึงตายได้ รวมทั้งคนไทยในอดีตเรียกคนบ้าบางพวกว่า “บ้าลำโพง” เพราะเชื่อว่ากินหรือสูบลำโพงนั่งเอง

ดอกลำโพง

จากข้อมูลของสถาบันวิจัยสมุนไพร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่าสารออกฤทธิ์ที่พบมากใน เมล็ด และใบลำโพงคือ โทรเพน อัลคาลอยด์ ได้แก่ สโคโพลามีน (scopolamine) และไฮออสไซอะมีน (hy-oscyamine) โดยถ้ากินเมล็ดและใบของลำโพงเข้าไป จะปรากฏอาการภายในเวลา 5 – 10 นาที อาการที่พบคือ กระหายน้ำรุนแรง ปากและคอแห้ง ตาพร่า ม่านตาขยาย สู้แสงไม่ได้ น้ำลายแห้งทำให้กลืนน้ำลายยากและพูดไม่ชัด ผิวหนังร้อนแดงและแห้ง ตัวร้อน ปวดศีรษะ รู้สึกสับสน กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน มึนงง มีอาการประสาทหลอน เด็กบางคนอาจมีอาการชัก ชีพจรเต้นเร็วและอ่อน นอกจากนี้ ยังมีอาการปัสสาวะคั่ง ท้องผูก รายที่รุนแรงจะหมดสติและโคม่า ส่วนการรักษาคนที่ได้รับพิษจากลำโพงเข้าไป ให้กินผงถ่าน เพื่อลดการดูดซึม แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล เพื่อล้างท้อง

ดอกลำโพง

คราวหน้าคราวหลัง ถ้าหากเห็นดอกไม้สวยๆ ที่ไหน ก็ขอให้ระวังพิษร้ายที่แฝงมากับความสวยงามด้วยก็แล้วกัน

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments