มะเร็งรังไข่

ยังคงอยู่ในกระแสเกี่ยวกับเรื่อง มะเร็งรังไข่ ที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าหญิงชรารายหนึ่งฟ้องบริษัทแป้งเด็ก เนื่องจากทาแป้งที่อวัยวะเพศติดต่อกัน 35 ปีจนทำให้เป็น มะเร็งรังไข่ และข่าวเกี่ยวกับสาว พิมพ์ พิมพ์มาดา นางเอกสาววัย 36 ปี ที่เปิดตัวว่าเป็น มะเร็งรังไข่ จนต้องทำคีโมถึง 6 ครั้ง นั้น ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่า โรคมะเร็งรังไข่ นั้น อาการเป็นอย่างไรและสามารถรักษาได้หรือไม่ วันนี้ทางทีมงาน ThaiRats จะ พาไปดูการทำงานของมะเร็งรังไข่ไปจนถึงการรักษา ว่าจะมีอาการเป็นอย่างไร

มะเร็งรังไข่ เป็นโรคที่ทำให้ผู้หญิงเสียชีวิตมากที่สุด ซึ่งโรคนี้ผู้หญิงส่วนมากจะตรวจพบก็เป็นระยะท้ายๆแล้ว เนื่องจากอาการทั่วไปของทันคล้ายๆกับโรคกระเพราะ หรือโรคลำไส้ทั่วไป รังไข่มีลักษณะคล้ายเมล็ดอัลมอนด์ อยู่สองข้าง ข้างซ้ายขวาของโพรงมดลูก ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศหญิงและไข่ มี 4 ระยะ ได้แก่

ระยะ 1 : เซลล์มะเร็งยังอยู่ภายในรังไข่ 1 หรือ 2 ข้าง
ระยะ 2 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่สู่อวัยวะในช่องเชิงกราน เช่น ท่อนำไข่ หรือ มดลูก
ระยะ 3 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่และช่องเชิงกราน ไปยังช่องท้องหรือต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง
ระยะ 4 : เซลล์มะเร็งกระจายจากรังไข่ไปยังอวัยวะที่ไกลออกไป เช่น ตับ ปอด

อาการแสดงของมะเร็งรังไข่

  • ท้องอืด
  • มีก้อนในช่องท้องหรือช่องเชิงกราน จึงอาจทำให้เกิดอาการแน่นหรือปวดท้อง
  • ก้อนเนื้ออาจกดเบียดลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทำให้รู้สึกปวดถ่วง ถ่ายอุจาระไม่สะดวกหรือลำบาก
  • เมื่อมะเร็งโตขึ้น จะกดเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ถ่ายปัสสาวะบ่อยและขัด
  • เมื่อเซลล์มะเร็งมีการกระจายไปในช่่องท้อง จึงอาจทำให้เกิดมีน้ำในช่องท้อง ซึ่งจะทำให้ดูเหมือน อ้วนขึ้นได้ท้องโตขึ้นกว่าเดิม
  • เบื่ออาหาร ผอมแห้ง น้ำหนักลด
  • อาจมีประจำเดือนผิดปกติ บางรายอาจพบการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น มีเสียวห้าว มีหนวด หรือขนขึ้นตามลำตัวคล้ายผู้ชายได้ เนื่องจากผลของมะเร็งรังไข่ที่ทำให้ร่างกายมีการผลิตฮอร์โมนที่ผิดปกติไป
  • ในบางรายอาจไม่มีการแสดงอาการเลย แพทย์อาจตรวจพบโดยบังเอิญว่ามีก้อนในท้องน้อย

การรักษามะเร็งรังไข่

  • การผ่าตัด

อาจมีการผ่าตัดตั้งแต่แรกเพื่อดูระยะหรือการลุกลามของมะเร็ง ในกรณีผ่าตัดเพื่อการรักษา แพทย์จะตัดเนื้องอกออกให้มากที่สุด โดยจะพยายามให้เหลือเนื้องอกขนาดไม่เกิน 1 เซนติเมตร ซึ่งการผ่าตัดจะส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถตั้งครรภ์ได้อีก และจะเข้าสู่ภาวะหมดประจำเดือน

สำหรับกรณีที่ผู้ป่วยยังต้องการมีบุตรอีก แพทย์จะตัดเอาเฉพาะรังไข่และท่อนำไข่ด้านที่เป็นมะเร็งออก การให้เคมีบำบัดและรังสีรักษาจะใช้เมื่อมีการกลับมาเป็นซ้ำหลังจากผ่าตัด

โดยหลังจากรักษาต้องนัดตรวจติดตามอย่างน้อยทุก 6 เดือนสำหรับช่วง 5 ปีแรก นอกจากนี้ถ้าตรวจพบว่ามีการลุกลามของมะเร็งออกนอกรังไข่ตั้งแต่การตรวจพบมะเร็งครั้งแรก แพทย์จะทำการผ่าตัดเอาส่วนที่เป็นมะเร็งออกให้มากที่สุด ถ้ามะเร็งกระจายไปตามผนังช่องท้องหรืออวัยวะอื่นหลังผ่าตัด ผู้ป่วยต้องได้รับยาเคมีบำบัด แต่ถ้ายังไม่มีการกระจายไปส่วนดังกล่าว หลังผ่าตัดผู้ป่วยต้องตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด

  •  รังสีรักษา

ในที่นี้จะมีทั้งการฉายรังสีจากภายนอกร่างกาย และการฝังแร่ในร่างกาย โดยการพิจารณาวิธีการรักษาขึ้นกับระยะของโรคและชนิดของมะเร็ง

  • เคมีบำบัดแพทย์อาจให้ยาเคมีทางช่องที่มีอวัยวะภายในช่องท้อง (peritoneal cavity) อย่างไรก็ตาม การพิจารณาวิธีการรักษาขึ้นกับระยะและชนิดของมะเร็งด้วย

 การป้องกันมะเร็งรังไข่

เนื่องจากรังไข่เป็นอวัยวะภายใน ซึ่งอาจตรวจเช็กความผิดปกติได้ยาก ดังนั้นทางที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคคือควรหมั่นตรวจภายในด้วยคลื่นความถี่สูง อย่างน้อยปีละครั้ง

ซึ่งนอกจากการตรวจภายในปีละครั้งแล้ว สาว ๆ ยังสามารถป้องกันมะเร็งรังไข่ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ด้านต้านมะเร็งรังไข่ เช่น แครรอท มะเขือเทศ ขึ้นฉ่ายฝรั่ง ไวน์แดง พาสลีย์ บรอกโคลี เคล ชาเขียว ได้อีกด้วย

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments