หลังจากที่เป็นประเด็นในโลกโซเซียล เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐเรียกรถของทางผู้ให้บริการ แกร็บแท็กซี่ (Grab) และ อูเบอร์ (Uber) พร้อมเรียกปรับเป็นจำนวนเงินสูงถึง 2,000 บาท ต่อคัน

ซึ่งผู้ให้ความเห็นส่วนใหญ่ในโลกโซเชียลต่างออกมาติติง อีกทั้งยังออกมาแสดงความเห็นว่าผู้ให้บริการทั้ง 2 รายดังกล่าวเป็นเรื่องถูกกฎหมาย แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่รัฐฯและแท็กซี่ป้ายเหลือง รวมถึงกลุ่มเจ้าของรถแท็กซี่มิเตอร์ ร่วมกันกลั่นแกล้งและไม่เป็นธรรมกับผู้ขับขี่ แกร็บแท็กซี่ (Grab) และ อูเบอร์ (Uber) แต่หากมองในแง่ความสะดวกสบายและการงาน ผู้ให้บริการทั้ง 2 รายนั้นช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสารให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพราะรถรับจ้างและรถแท็กซี่มิเตอร์ ปัจจุบันนั้นถูกมองว่าเป็นผู้ที่ให้บริการที่เอาเปรียบประชาชน แถมยังคอยสร้างปัญหาอื่นๆให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทย และนักท่องเที่ยวอีกด้วย หากมองกันในแง่ความถูกต้อง ทั้ง แกร็บแท็กซี่ (Grab) และ อูเบอร์ (Uber) เป็นบริการที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายหลายฉบับ รวมถึง พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ร.บ. บริการขนส่งสาธารณะ บริษัทประกันภัยรถยนต์ ยังปฏิเสธความคุ่มครองหากเกิดอุบัติเหตุอีกด้วย

ข้อกฎหมายควรรู้เกี่ยวกับ บริการ Uber

กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า การรับส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง เช่น Uber เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยระบุแยกไว้เป็น 3 ประเด็นได้แก่

1. Uber เป็นการใช้รถยนต์ผิดประเภท (ทั้งป้ายเขียวและป้ายดำ)

จากกรณี Uber ที่แต่เดิมเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล (รถยนต์บรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน) ถือเป็นการกระทำความผิดภายใต้ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ในมาตรา 21 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถไม่ตรงตามประเภทที่จดทะเบียนไว้เว้นแต่กรณี ดังต่อไปนี้

  1. การใช้รถยนต์บริการธุรกิจหรือรถยนต์บริการทัศนาจรในกิจการส่วนตัว
  2. การใช้รถยนต์สาธารณะในกิจการส่วนตัว โดยมีข้อความแสดงไว้ที่รถนั้นให้เห็นได้ง่ายจากภายนอกว่าใช้ในกิจการส่วนตัว
  3. การใช้รถยนต์สาธารณะบรรทุกของที่ติดตัวไปกับผู้โดยสาร
    *(3 ทวิ) การใช้รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่มีน้ำหนักรถไม่เกินหนึ่งพันหกร้อยกิโลกรัม เป็นรถยนตร์นั่งส่วนบุคคลเกินเจ็ดคน หรือใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล
  4. ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง

*[มาตรา 21(3 ทวิ) เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2528]

ความผิดภายใต้ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 ในมาตรา 22 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถยนต์อื่นนอกจากรถยนต์โดยสารประจำทางรับจ้างรับคนโดยสารซึ่งเสียค่าโดยสารเป็นรายตัวตามรายทางในทางที่ได้รับอนุญาตให้มีรถยนต์โดยสารประจำทางหรือในเขตจากทางนั้นไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร
ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับในกรณีที่เป็นการรับจ้างรับส่งนักเรียนคนงานนักท่องเที่ยว หรือการรับส่งผู้โดยสาร เป็นครั้งคราวซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียน

2.Uber มีค่าโดยสารไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

บริการ Uber Taxi เป็น “บริการขนส่งไม่ประจำทาง” ชนิดหนึ่ง ตามความในมาตรา 4(3) เป็นธุรกิจที่ควบคุมโดยกฎหมาย ผู้ที่จะให้บริการโดยได้รับค่าจ้าง ต้องปฎิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ตามมาตรา 65 วรรค 2 และต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนกลาง ตามมาตรา 65 วรรค 1 ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 126 ของ พรบ.ขนส่งทางบก พ.ศ.2522

3.ผู้ขับ Uber ไม่มีใบขับขี่สาธารณะ 

ในส่วนของคนขับต้องได้รับใบอนุญาตขับขี่ประเภทรถยนต์สาธารณะ ตามกฎกระทรวงว่าด้วยการขออนุญาต การออกใบอนุญาตประกอบการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร และการรับจดทะเบียนรถยนต์รับจ้างในเขตกรุงเทพมหานครฯ เป็นต้น หากคนขับรถรับจ้างสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน มีโทษปรับ 2,000 บาท

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกแนะนำให้ประชาชนเลือกใช้บริการรถแท็กซี่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และจดทะเบียนเป็นรถยนต์สาธารณะ (ป้ายเหลือง) เท่านั้น เนื่องจากเป็นรถที่ผ่านการตรวจสภาพความมั่นคงแข็งแรงปีละ 2 ครั้ง และผู้ขับรถมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ สามารถตรวจสอบประวัติและติดตามตัวได้ทันทีกรณีที่เกิดเหตุไม่พึงประสงค์ รวมถึงผู้โดยสารจะได้รับการคุ้มครองสิทธิและชดเชยเยียวยาจากผู้ประกอบการตามกฎหมายในทุกกรณี

ช่องทางสำหรับร้องเรียนรถบริการสาธารณะผิดกฎหมาย

  • สายด่วน 1584 ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน ตลอด 24 ชั่วโมง
  • ทางเว็บไซต์ http://ins.dlt.go.th/cmpweb/
  • E-Mail [email protected]
  • Application ชื่อ “ร้องเรียนรถสาธารณะ” หรือ “dlt check-in”
  • FACEBOOK ชื่อ “ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584”
  • LINE ID ชื่อ “1584dlt”
  • ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐ (GCC1111) ผ่านระบบการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรี
  • ทางจดหมาย/หนังสือร้องเรียน ส่งมายังกรมการขนส่งทางบก หรือร้องเรียนด้วยตนเอง ได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน กองตรวจการขนส่งทางบก อาคาร 3 ชั้น 4

ซึ่งนอกจากประเด็นการทำผิดกฎหมายแล้ว ข้อสำคัญผู้โดยสารอาจไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากรถดังกล่าวไม่ได้เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลในการตรวจสอบรถสาธารณะของกรมการขนส่งทางบก รวมทั้งยังต้องจ่ายค่าบริการผ่านบัตรเครดิต ซึ่งอาจมีมาตรฐานความปลอดภัยไม่เพียงพอ ซึ่งหากมีอุบัติเหตุหรือเหตุไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ประชาชนจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย และภาครัฐจะไม่สามารถติดตามรถหรือคนขับรถมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้

อ่านเรื่อง “Uber”  การเดินทาง ที่คุณเลือกได้ !!!

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments