มาทำความรู้จักก่อน ท่องเที่ยวมาร์กเซย

ฝรั่งเศสอุดมด้วยเมืองสวยสุดโรแมนติก ทั่วประเทศ แต่เมืองที่น่าจับตามองเป็นพิเศษเห็นจะเป็น มาร์กเซย เมืองท่าฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในแคว้นโพรวองซ์ตอนใต้ของฝรั่งเศส เพราะได้รับเลือกให้เป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของยุโรปประจำปี 2013 แน่นอนว่า มาร์กเซย ย่อมมาพร้อมกิจกรรมและนิทรรศการต่างๆ ตลอดทั้งปี สร้างแกลเลอรี่และสถานที่น่าสนใจใหม่ๆ รวมทั้งคอนเสิร์ต เพื่อให้สมฐานะเมืองหลวงแห่งวัฒนธรรมยุโรป

มาร์กเซย์ เป็นเมืองหลวงของแคว้น Provence-Alpes-Côte d’Azur ทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ถือเป็นเมืองท่าสำคัญที่สุดทางตอนใต้ของประเทศ และเป็นเมืองใหญ่อันดับสามของฝรั่งเศส เป็นรองจากปารีส และลียงเท่านั้น

สถานที่ท่องเที่ยวในมาร์กเซย์ มีทั้งเชิงวัฒนธรรม เช่น มหาวิหาร Notre Dame de la Garde, โบสถ์ Cathedrale de la Major, ป้อมปราสาท Abbaye Saint Victor, ป้อม Fort Saint-Jean, ย่านท่าเรือเก่า Vallon des Auffes และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น ผาหิน Calanque de Morgiou, อุทยานแห่งชาติริมทะเล Calanques National Park

แหล่งท่องเที่ยวของเมืองมาร์กเซย (Marseille)

1.มหาวิหาร โนเตรอะดาม เดอลาการ์ด (Notre-Dame de la garde) ถือเป็นแลนด์มาร์กของเมืองเลยก็ว่าได้ เป็นโบสถ์สมัยโรมัน-นีโอไบแซนไทน์ที่โดดเด่นและสวยงามบนยอดเขา สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 19 นอกจากอากาศจะดีมากๆ แล้ววิวทิวทัศน์ยังสวยงามมากเช่นกัน จากลานจอดรถขึ้นไปตามบันไดระหว่างทางจะมีลานกว้างให้ชมวิวเป็นระยะ ตัวมหาวิหารนั้นทำจากหินอ่อนสีขาวสลับเทาตรงหน้าโบสถ์มีหอระฆังทรงสี่เหลี่ยมตั้งตระหง่านอยู่ ถัดจากตัวอาคารสีขาว บนยอดเราก็จะเห็นมีรูปปั้นสีทองของพระแม่มารีอุ้มเด็กหันหน้าออกสู่ทะเลเด่นเป็นสง่าเลยค่ะ เขาว่ากันว่าท่านจะช่วยปกปักรักษานักเดินเรือยามล่องเรือในทะเล

มหาวิหาร โนเตรอะดาม เดอลาการ์ด (Notre-Dame de la garde)

มหาวิหาร โนเตรอะดาม เดอลาการ์ด (Notre-Dame de la garde)

 

2.ท่าเรือเก่า (Le Vieux Port ) เป็นท่าเรือเก่าแก่ที่สุดของเมืองมาร์กเซย บริเวณท่าเรือเก่าแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันในนามประตูสู่เมดิเตอร์เรเนียน เพราะติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซะขนาดนั้น แล้วสมัยโบราณก็ยังเคยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญในการค้าขายระหว่างประเทศแถบชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและประเทศอาณานิคมของฝรั่งเศสอีกด้วย

ท่าเรือเก่า (Le Vieux Port )

ท่าเรือเก่า (Le Vieux Port )

 

3.เกาะชาโตดีฟ  (Chateau d’If) เกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะฟริอูล เป็นเกาะไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ แต่เมื่อก่อนนี้ชาวประมงมักใช้เป็นที่พักชั่วคราวเวลาออกหาปลากลางทะเล แต่ภายหลังจากการมาเยือนของกษัตริย์ฟรองซัวส์ที่หนึ่งในราวปีค.ศ. ๑๕๑๖ ก็ให้ทรงสร้างป้อมปราการขึ้นบนเกาะแห่งนี้ ก่อนจะถูกเปลี่ยนมาเป็นที่คุมขังนักโทษกบฏ แล้วจากนั้นไม่นานก็กลายมาเป็นแหล่งกักกันเชื้อโรค

เกาะชาโตดีฟ  (Chateau d’If)

เกาะชาโตดีฟ (Chateau d’If)

 

4.เกาะฟริอูล (Des iles du Frioul) เป็นเกาะใหญ่ ประกอบด้วยเกาะเล็กๆ สี่เกาะด้วยกันคือโปแมกเกอะส์(Pomègues) ราตอนโน(Ratonneau) อิฟ(If) และทิบูลอง(Tiboulen) เป็นที่อนุรักษ์พันธุ์พืชและดอกไม้หายากต่างๆ รวมทั้งยังเป็นแหล่งหลบภัยทางธรรมชาติและเป็นที่วางไข่ของนกทะเลอีกด้วย เนื่องจากชายฝั่งแถบทะเลเมดิเตอร์เรนียนแถบนี้เต็มไปด้วยหน้าผาหินกลางทะเล ดังนั้น หมู่เกาะฟริอูลของเราก็มีกาล็องก์หรือหน้าผาหรือจะเรียกว่าภูเขาหินปูนก็ได้ให้ดูเช่นกัน

เกาะฟริอูล (Des iles du Frioul)

เกาะฟริอูล (Des iles du Frioul)

 

5.สนามฟุตบอล สต๊าด เวโลโดรม (Stade Velodrome) เป็น 1 ใน 10 สนามแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 รอบสุดท้าย ตั้งอยู่ในเมืองมาร์กเซย เป็นสนามที่มีขนาดใหญ่สามารถรองรับผู้ชมได้ 67,000 คน ในปัจจุบันมีทีมฟุตบอลโอลิมปิก มาร์กเซย เป็นทีมเจ้าถิ่นที่ใช้สนามแห่งนี้แข่งขันอยู่เป็นประจำ ในการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ครั้งนี้ จะจัดแข่งขันด้วยกันทั้งหมด 6 แมตช์ โดยจะเป็น 4 เกมในรอบแบ่งกลุ่ม, 1 เกมในรอบก่อนรองฯ, และรอบรองชนะเลิศ

สนามฟุตบอล สต๊าด เวโลโดรม (Stade Velodrome)

สนามฟุตบอล สต๊าด เวโลโดรม (Stade Velodrome)

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments