ช่วงนี้ ลมหนาวกำลังมาเยี่ยมเยียน เป็นสัญญาบ่งบอกถึงฤดูกาลแห่งการท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง อากาศเย็นๆ บรรยากาศหน้าเที่ยวทางเหนือยิ่งนัก โดยเฉพาะแบกเป้ตะลุยดอยดังๆจากจังหวัดเชียงใหม่ ลิสท่องเที่ยวต่างผุดขึ้นมาในหัวมากมาย อยากไปสัมผัสอากาศหนาวแบบจับจิต ไปชมหมอกที่สวยบาดตาบาดใจ มันคงเป็นความรู้สึกที่สดชื่นอย่างบอกไม่ถูก เรียกพลังกลับมาได้ดีหลังจากที่ตรากตรำเรียนและทำงานกันมาทั้งปีแล้ว วันนี้ Thairats จะพาไปสูดอากาศ 5 ดอย ยอดฮิตจากจังหวัดเชียงใหม่กัน!!!

1.ม่อนแจ่ม

ม่อนแจ่ม ตั้งอยู่ในอำเภอแม่ริม ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เพียงแค่ 40 นาทีเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านม้ง หนองหอย อ.แม่ริม ม่อนแจ่ม มีอากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ โดยรอบ มองเห็นทิวเขาสลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านก็จะเป็นไร่ปลูกพืชต่างๆของโครงการหลวง บนยอดม่อนแจ่มมีพื้นที่ ไม่มากนัก สามารถเดินชได้จนทั่วได้อย่างสบาย ม่อนแจ่ม อยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย เดิมที่บริเวณนี้ชาวบ้าน เรียกว่ากิ่วเสือ เป็นป่ารกร้าง ต่อมาชาวบ้านเข้ามาแผ้วถางและปลูกฝิ่น จนในท้ายที่สุดโครงการหลวงมาขอซื้อพื้นที่เข้า โครงการหลวงหนองหอย เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโครงการหลวง คุณแจ่ม-แจ่มจรัส สุชีวะ หลานของ ม.จ. ภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงได้เข้ามา พัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยเฉพาะในลักษณะ ของแค้มปิ้งรีสอร์ท

ม่อนแจ่ม

บน ม่อนแจ่ม สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตก ด้านหนึ่งมองลงไปจะเห็นทิวทัศน์ทิวทัศน์ของ อ.แม่แตง และอ.แม่ริม เป็นอย่างดี ในวันที่ฟ้าเปิดเป็นใจมาก สามารถมองเห็นไกลถึงดอยหลวงเชียงดาวและขุนเขาเขตในจังหวัดเชียงรายเลยทีเดียว แต่ที่พิเศษยิ่งกว่า นั่นก็คือ ย่ำยามราตรีในคืนเดือนมืด เมื่อแหงนหน้ามองฟ้าที่นี่จะงดงามไปด้วยทะเลดาว เต็มฟากฟ้า เมื่อก้มมองลงไปยังเบื้องล่างจะ เห็นแสงไฟ ที่ส่องสว่างจากทั้งสองอำเภอ

ม่อนแจ่ม

สิ่งที่น่าสนใจซึ่งเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวม่อนแจ่ม คือ ชมวิวสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมแปลงพืชผักและ ผลไม้ เมืองหนาว ที่นี่มีร้านค้า ร้านอาหารไว้คอยให้บริการ นั่งดื่มกาแฟ ทานอาหารชมวิวในกระท่อมไม้ไผ่ ที่อยู่ติดริมเขาได้บรรยากาศมาก

บริเวณใกล้ ๆ ม่อนแจ่ม จะมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ คือ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยภายในมีแปลงผักและงานวิจัยผักเมือง หนาว เช่น อาติโช๊ค, แปลงสมุนไพร เลมอนทาร์ม มิ้น คาร์โมมายด์ โรสแมรี่, ไม้ผล เช่น พลัม องุ่นไร้เมล็ด สตรอเบอรี่ หวานฉ่ำ, แปลงผักไฮโดรโพนิค เป็นเทคโนโลยีการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน เช่น โอ้คลีฟแดง และผักตระกูลสลัด มะเขือเทศดอยคำ ให้ได้ชื่นชม หรือจะไปเดินศึกษาธรรมชาติ ณ ดอยม่อนล่อง ซึ่งเป็นจุดชมวิวชมทะเลหมอก บนหน้าผา 1,460 เมตร มองเห็น ทิวทัศน์ได้กว้าง ชมพรรณไม้และดอกไม้ป่าหลากหลาย แต่ถ้าใครกลัวหลง ที่นี่ก็มีไกด์ท้องถิ่น และมัคคุเทศก์น้อย ของหมู่บ้านชาวเขาบริการ นำเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขา ติดต่อสอบถามรายละเอียด โทรศัพท์ 053- 939173 , 081-9509767

ม่อนแจ่ม

2.กิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปาน จะเป็นทางผ่านก่อนไปถึงยอดดอยอินทนนท์ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ตรง กม.ที่ 42 ของถนนสายจอมทอง-ยอดดอยอินทนนท์ ใกล้กับพระมหาธาตุนภเมทนีดลและพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เปิดให้เข้าตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ถึง 31 พฤษภาคมของทุกปี เวลา 06.00-16.00 น.(ปิดบริการ 1 มิถุนายน ถึง 31 ตุลาคม เพื่อให้เวลาธรรมชาติฟื้นตัว)

กิ่วแม่ปาน

กิ่วแม่ปาน ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอินทนนท์ (ใครที่อยากเจอหมอก แนะนำให้ไปช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม หมอกจะเข้ามาในป่าเลย หรือช่วงเช้าก็จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นเคล้าปุยหมอกด้วย จะสวยมาก) ป่าแห่งนี้จะมีเมฆปกคลุมเกือบตลอดปี ทำให้เรารู้จักโครงสร้างป่าเมฆที่สมบูรณ์ ได้เห็นการฟื้นฟูป่าตามธรรมชาติตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจนถึงระยะสุดท้าย

กิ่วแม่ปาน

เข้าไปจะมีบรรยากาศร่มรื่น เป็นป่าดิบเขา มีทั้งต้นไม้เล็ก-ใหญ่ มีแดดส่องลงมารำไร มีพืชป่า (บลูเบอร์รี่ก็มี สามารถเก็บทานได้เลย) มีเฟินหลายชนิด , มีพันธุ์ไม้กุหลาบพันปีจากเทือกเขาหิมาลัย ที่นี่จะมีทั้งป่า เห็นวิวทิวเขา น้ำตก และทุ่งหญ้าเมืองหนาว(สีเหลือง) เป็นแนวบนภูเขา เมื่อไปถึงยอดจุดชมวิวจะเห็นเมืองเชียงใหม่จากด้านบนซึ่งสวยมาก ถัดจากจุดชมวิวไปจะเป็นทางเดินเลียบไปตามสันเขาเลียบหน้าผา มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งจะสามารถเดินได้เพียงคนเดียว จึงเป็นที่มาของชื่อว่า “กิ่วแม่ปาน”

กิ่วแม่ปาน

3.ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขาง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โดดเด่นของจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ไปทางทิศเหนือ 137 กม. แยกซ้ายเข้าไปอีก 25 กม.  ดอยอ่างขางเป็นเทือกดอยสูงติดกับสันเขาพรมแดนประเทศพม่า จุดเด่นที่นักท่องเที่ยวไปเยือนดอยอ่างขางคือการไปเที่ยวชมดอกไม้เมืองหนาวภายโครงการหลวงอ่างขาง   สถานีเกษตรดอยอ่างขางได้รับการจัดตั้งเมื่อปี 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อวิจัยพืชเมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกทดแทนฝิ่นและหยุดการทำลายป่า  ดอยอ่างขางมีลักษณะเป็นแอ่งที่ราบในหุบเขาลักษณะเหมือนท้องกะทะหรือเหมือนอ่าง อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,400 เมตร   ภายในโครงการมีสถานที่น่าสนใจได้แก่ แปลงทดลองปลูกพืชผลไม้เมืองหนาว ได้แก่ สวนบ๊วย สวนท้อ สตอบอรี่ กีวี่ พลับ สาลี่  ภายในโครงการหลวงมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจได้แก่ สวนแปดสิบ เรือนดอกไม้  โรงเรือนกุหลาบ แปลงผัก ซากุระ ป่าเมเปิล พระตำหนักอ่างขาง สวนบอนไซ

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขางเมื่อเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่เราสามารถเลือกขึ้นได้สองทาง ทางแรกที่นิยมใช้กันก็คือขึ้นตรงเส้นทางไชยปราการ – ฝาง ทางนี้แม้ระยะทางจะสั้น แต่ค่อนข้างชันมาก ถ้ารถไม่แรงพอแนะนำให้จอดไว้ตรงปากทางแล้วนั่งรถสองแถวขึ้นไป น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่าทางที่สอง มาทางเชียงดาวแล้วขึ้นไปทางหมู่บ้านอรุโณทัย ทางนี้ไม่ชันมากแต่อาจจะแคบหน่อย แต่เส้นทางนี้วิวจะสวยกว่า รถไม่ค่อยเยอะ ชมวิวข้างทางไปเพลิน ๆ ไม่ต้องรีบร้อนอะไรมากมาย เมื่อขึ้นไปถึงดอยอ่างขางจุดแรกที่เราจะได้เจอก็คือ “ฐานปฏิบัติการดอยอ่างขาง” ที่นี่ถือว่าเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยที่สุดจุดหนึ่งในอ่างขางเลย เราสามารถพบเจอกับทะเลหมอกได้ทั้งช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว แต่ช่วงที่ไปแล้วเจอแน่ ๆ จะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ประมาณเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน

โครงการเกษตรหลวงอ่างขาง-43

ที่ดอยอ่างขางแห่งนี้มีอากาศเย็นสบายตลอดปี แต่ช่วงหน้าหนาวนี่จะหนาวสุด ๆ บางวันอุณหภูมิติดลบ แต่สิ่งที่คิดว่าต้องไม่พลาดและจะพลาดไม่ได้คือ “ปฏิบัติการล่าเสือ” นั่นเอง เสือในที่นี้ไม่ได้หมายถึง เสือ จริง ๆ แต่เป็นดอกไม้แสนสวยสีชมพูหวานที่มาอวดโฉมให้เราได้เห็นเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น เจ้าเสือหวานของเราก็คือ “ดอกนางพญาเสือโคร่ง” นั่นเอง ดอยอ่างขางเป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่โรแมนติกที่สุดในฤดูหนาวในยามที่ดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบาน แทบทั้งดอยจะเต็มไปด้วยดอกสีชมพูด้านในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จะเต็มไปด้วยดอกซากุระแท้ ที่ได้เพาะพันธุ์มาจากต่างประเทศ

ดอยอ่างขาง

4.ดอยปุย

ดอยปุย เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 24 ของประเทศ มีลักษณะของพื้นที่เป็นภูเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ในแนวเทือกเขาถนนธงไชย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารที่สำคัญของตัวเมืองเชียงใหม่ และพื้นที่บางส่วนของอำเภอรอบ ๆ สภาพภูมิอากาศส่วนใหญ่จะหนาวเย็นและชุ่มชื้น เนื่องจากได้รับไอน้ำจากเมฆหมอกที่ปกคลุมอยู่เกือบตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในพื้นที่อยู่ระหว่าง 10-12 องศาเซลเซียส

อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย-เชียงใหม่

ดอยปุย เป็นที่อยู่ของหมู่บ้านชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว)ที่ตั้งของดอยปุยอยู่ในแนวของเทือกเขาถนนธงชัย สูงจากระดับน้ำทะเล 1,658 เมตร ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงต้นเดือนมกราคมดอกนางพญาเสือโคร่งจะออกดอกสีชมพูสวยงาม บนดอยปุยมีอากาศหนาวเย็นและชื้นเกือบตลอดทั้งปี ทางขึ้นไปยังดอยปุยเป็นถนนลาดยาง คดเคี้ยว ทางแคบพอรถสวนกันได้ และลาดชันเป็นบางช่วง

ดอยปุย

บริเวณรอบๆ หมู่บ้านชาวเขา มีทิวทัศน์ที่สวยงามอย่างยิ่งและยังสามารถมองเห็นดอยอินทนนท์เบื้องหน้าได้อย่างชัดเจนอีกด้วย นักท่องเที่ยวสามารถไปเยี่ยมชมได้สะดวกเพราะอยู่ใกล้ตัวเมือง เดินทางได้ทั้งรถส่วนตัวและรถแดง โดยใช้เวลาในการเดินทางจากตัวเมืองประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น ภายในหมู่บ้านมีร้านขายของที่ระลึกซึ่งมีทั้งผลิตภายในหมู่บ้านและนำมาจากที่อื่นวางขายให้แก่นักท่องเที่ยวด้วย หรือถ้าต้องการเช่าชุดชาวเขาใส่ถ่ายรูป มีให้เช่าที่ด้านหน้าทางเข้า

ดอยปุย

5.ดอยขุนแม่ยะ

ขุนแม่ยะ มหัศจรรย์แห่งขุนเขา แห่งดอยสีชมพู เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติตามช่วงฤดูกาล เมื่อเริ่มเข้าฤดูหนาว ของทุกปี ต้นซากุระ หรือนางพญาเสือโคร่ง ในบ้านเราก็จะทิ้งใบ และผลิดอกเบ่งบานเต็มต้นอย่างดงาม โดย เฉพาะที่หน่วยต้นน้ำขุนแม่ยะจะมีลักษณะเป็นพิเศษที่มี การปลูกกันทั่วดอย หนาแน่น มีความสวยงามด้วย สีชมพูปกคลุมทั่ว ดอย จึงนิยมเรียกกันว่า “ดอยสีชมพู” ละในทุกๆปีของหน้าหนาวช่วงมกราคม

ดอยขุนแม่ยะ

ดอกพญาเสือโคร่ง ณ ขุนแม่ยะ ตั้งอยู่ในความดูแลของ หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ในสังกัดส่วนจัดการต้นน้ำ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ 2 จังหวัดเชียงใหม่ และ แม่ฮ่องสอน คือตำบลป่าแป๋ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนเป็นดอยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,020 เมตร อาณาเขตพื้นที่ราว 87,500 ไร่

ดอยขุนแม่ยะ

สุดยอดตำนานสถานที่ชมซากุระเมืองไทยแห่งทศวรรษนี้ ก็ต้องยกให้ดอยขุนแม่ยะ บนเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอนนี่แหละ ลองใครได้ไปเห็นกับตา เป็นต้องอ้าปากค้างกันทุกราย ในทุกๆ ปี ทันทีที่อุณหภูมิลดต่ำลง เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า หน้าหนาวมาถึงแล้ว เหล่านางพญาเสือโคร่งบริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะก็จะทยอยกันผลัดใบ แล้วพร้อมใจกันผลิดอกงามสีชมพออกมาฟูเต็มต้น ดงพญาเสือโคร่งสีชมพูแต่งแต้มความหวานให้ภูเขาทั้งลูกแปลงร่างเป็นดอยช็อกกิ้งพิ้งค์ สวยปิ๊งให้เราแย่งกันปีนดอยขึ้นไปดูก่อนดอกสวยๆ จะร่วงโรยลงสู่ดินในเวลาแค่ชั่วข้ามสัปดาห์

ดอยขุนแม่ยะ

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments