หลังจากที่เกิดเหตุการณ์สุดช็อค คนขับ รถบรรทุกเมายา ชนแหลก 41 คันรวด กลางกรุง ทำให้หลายคนสงสัยว่านอกจากจะต้องชดใช้ค่าเสียหายแล้วนั้น ระหว่างที่รอซ่อม เจ้าของรถ จะเดินทางอย่างไร จะต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางเท่าไหร่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการเดินทางนั้นสามารถเรียกร้องจาก บริษัทประกันภัย ได้เหมือนกัน หรือที่เรียกกันว่า “ค่าขาดประโยชน์” นั่นเอง

ค่าขาดประโยชน์ คืออะไร

ค่าขาดประโยชน์ คือ ค่าชดเชยที่เราต้องใช้จ่ายเพิ่มในระหว่างที่รถเราซ่อมอยู่ หรือทำให้เสียประโยชน์ในระหว่างที่เรานั้นไม่มีรถใช้ เช่น ค่าเดินทางในชีวิตประจำวัน เป็นต้น แต่เราจะสามารถเบิกได้ในกรณีที่เรานั้นเป็นฝ่ายถูกเพียงเท่านั้น ซึ่งเราสามารถเบิกได้กับบริษัทประกันของคู่กรณี โดยคนส่วนมาก เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว ก็จะนำรถนั้นเข้าซ่อมที่อู่ของทางประกัน ซี่งส่วนมากมักจะลืม หรือไม่ค่อยได้เบิกในส่วนของเงินค่าขาดประโยชน์ ทำให้เราเสียผลประโยชน์ในตรงนี้ และในการเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ ทางผู้เสียหายหรือตัวเราเอง ต้องเป็นคนดำเนินการยื่นเรื่อง จะให้ทางประกันของเรายื่นเรื่องให้ไม่ได้ เพราะทางบริษัทประกันภัยของเรา จะมีหน้าที่รับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุเพียงเท่านั้นเอง

สิ่งที่ควรทำก่อนการทำเรียกร้องค่าขาดประโยชน์นั้นมีดังนี้ (จะเรียกร้องได้ในเฉพาะกรณีที่เราเป็นฝ่ายถูกเท่านั้น)

1. หลังจากจากเฉี่ยวชน ให้ทำการเรียกประกันแล้วถ่ายรูปภาพดังต่อไปนี้

  • สภาพของตัวรถทั้งของเราและคู่กรณี
  • ใบเคลมประกันของทางคู่กรณีที่ระบุว่าเป็นของบริษัทไหน รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ติดต่อด้วย
  • กรมธรรม์ประกันรถของคู่กรณี

2. นำใบเคลมประกันของทางเรา พร้อมกับรถเข้าไปซ่อมที่ศูนย์หรืออู่ในเครือ และควรทำสำเนาเอกสารไว้ด้วย

3. เมื่อรถซ่อมเสร็จแล้ว ควรมีการขอสำเนาเอกสารรายการซ่อม พร้อมทั้งใบรับ-ส่งรถ ที่มีวันที่ชัดเจน

การทำสำเนาที่ไม่ควรพลาด

สิ่งที่สำคัญคือ ทำสำเนาหลักฐานที่เกี่ยวข้องในทุกขั้นตอนเก็บไว้ ดังนั้น

1. เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น ควรถ่ายรูปเก็บไว้ทันที เพื่อป้องกันคดีพลิก

2. หลังจากที่เจ้าหน้าที่บริษัทประกันแจกใบเคลมสำหรับซ่อมแล้ว

  • ถ่ายสำเนาส่วนหัวใบเคลมของคู่กรณีไว้ (หรือใช้กล้องถ่ายรูป) อย่างน้อยต้องมีหมายเลขใบเคลม รวมถึงสถานที่ขณะออกใบเคลมของเจ้าหน้าที่ประกัน
  • ถ่ายสำเนาใบเคลมของเราเก็บไว้ก่อนที่จะส่งให้อู่ซ่อมรถของประกัน

3. ตอนส่งรถเข้าอู่ซ่อม ใบแจ้งซ่อม / รับรถ ต้องระบุวันที่รับรถ (เข้าอู่ซ่อม) ที่ชัดเจน และทำสำเนาเก็บไว้

4. หลังจากที่ซ่อมเสร็จ ให้ขอสำเนาเอกสารจากอู่ซ่อม ได้แก่

  • รายละเอียดรายการซ่อม
  • ใบแจ้งซ่อม / ส่งรถ ต้องระบุวันที่ส่งรถ (ออกจากอู่) ที่ชัดเจน

การรวบรวมค่าใช้จ่ายระหว่างรอรถซ่อม

1. รวบรวมค่าใช้จ่าย / รายละเอียดที่จะขอสินไหมชดเชยช่วงที่ไม่มีรถใช้เพราะรอซ่อม เช่น

  • ค่าเดินทางที่เพิ่มขึ้นเพราะขาดรถ
  • รายได้ที่ขาดหายไปเพราะขาดรถใช้ประกอบอาชีพ (เช่น ขับแท็กซี่ ใช้ในการรับจ้าง)
  • ค่าเสื่อมสภาพที่อาจจะมี (เช่น บริษัทไม่ยอมเปลี่ยนอะไหล่ แต่ใช้วิธีซ่อม)

2. การมีหลักฐานของค่าใช้จ่าย จะช่วยให้การเรียกสินไหมมีน้ำหนักขึ้น ใบเสร็จรับเงินต่าง ๆ

ขั้นตอนเรียกสินไหม ค่าขาดประโยชน์

1. แจ้งความจำนงค์ขอยื่นเรียกสินไหมค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างซ่อมกับบริษัทประกันคู่กรณี

2. ถ้าบริษัทประกันไม่ปฏิเสธ โดยทั่วไปจะให้ยื่นเอกสาร (โดยทั่วไปจะให้ส่งทาง fax)

3. เอกสารที่ต้องเตรียม ได้แก่

  • หนังสือแจ้งความจำนงค์ (ดูตัวอย่างที่ท้ายบทความนี้) พร้อมสำเนาหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกิด
  • สำเนาใบเคลมหรือรายละเอียดการซ่อม (ของเรา) และเอกสารที่ระบุวันรับรถและส่งคืนรถ
  • สำเนาใบเคลมคู่กรณี
  • สำเนาบัตรบัตรประชาชนพร้อมสำเนาหน้ากรมธรรม์ของเรา (ถ้ามี)
  • สำเนาทะเบียนรถ

4. ควรโทรไปสอบถามบริษัทประกันว่าเอกสารที่ส่งไปครบถ้วน ตัวอักษรชัดเจนหรือไม่ ใครรับเรื่อง หมายรับเรื่องที่เท่าไหร่ (จะได้ติดตามเรื่องสะดวกขึ้น) และจะติดต่อกลับเมื่อไหร่

ขั้นตอนหลังเรียกสินไหม ค่าขาดประโยชน์

1. หากพ้นวันที่กำหนดไว้แล้วยังไม่มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ให้โทรติดตามเรื่อง (กระทุ้งต่อมความรับผิดชอบ) ก่อนโทร เตรียมหมายเลขรับเรื่องไว้เพื่อความสะดวกรวดเร็ว

2. หลังเรื่องอนุมัติ มักมีการต่อรองราคา อันนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัวของแต่ละบุคคลในการต่อสู้เรียกค่าสินไหมทดแทนให้มากที่สุด (ในขณะที่ฝ่ายบริษัทประกันภัยก็จะจ่ายน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้)

3. การการต่อรองจบสิ้นด้วยดี บริษัทประกันภัยจะส่ง (fax) ใบตกลงรับค่าสินไหมให้เราลงชื่อยอมรับ (ตามที่ตกลงกันไว้ในข้อที่ผ่านมา) และส่ง (fax) กลับคืนเขาไป

4. การรับค่าชดเชย อาจจะเป็นเงินสด เช็ค หรือโอนเงินเข้าบัญชี (แล้วแต่วิธีการของแต่บริษัทไป)

ตัวอย่าง หนังสือเรียกร้องค่าขาดประโยชน์

เรียนผู้จัดการฝ่ายราคา บริษัท *****ประกันภัย จำกัด เนื่องจากในวันที่ ******* กระผมได้ขับรถยนต์ยี่ห้อ *** ทะเบียน **** เดินทางออกบ้านโดยผ่าน ถนน ****** ขณะนั้นมีรถยนต์ยี่ห้อ****ทะเบียน ******* ได้ขับรถสวนเลนจราจร ทำให้รถของข้าพเจ้าได้ชนกับรถดังกล่าว และทราบว่าคู่กรณีนั้นได้ทำประกันรถยนต์กับ บริษัท **** ประกันภัย จำกัด ซึ่งเป็นฝ่ายผิด จึงทำให้รถยนต์กระผมเกิดความเสียหายเป็นจำนวน 4 รายการ (ตามเอกสารแนบ)

ซึ่งรายการอะไหล่ดังกล่าวนั้น ต้องทำการสั่งซื้อและมีระยะการรออะไหล่ รวมถึงการซ่อมแซมประกอบและรวมถึงทำสี จึงทำให้กระผมขาดการใช้ประโยชน์จากรถยนต์เป็นเวลาทั้งสิ้น *** วัน (นับจากวันที่เกิดอุบัติเหตุ ***** ถึงวันที่รับรถ *****) ซึ่งธุรกรรมประจำวันผมมีการใช้รถยนต์ทุกๆวันจึงเกิดค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยกระผมขอชี้แจ้งธุรกรรมประจำวันดังรายละเอียดดังนี้

กระผมต้องขับรถมาทำงานเป็นประจำนั้น ซึ่งจาก **** มาทำงานที่ บริษัท ***** จำกัด(มหาชน) ที่ถนน **** โดยกระผมจากเดิมขับรถไปทำงาน จึงต้องอาศัยแท็กซี่ในการเดินทางซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น ****** บาท (ถ้ามีใบเสร็จที่ใช้ในการเดินทาง ควรสำเนาแนบมาด้วย) กระผมเป็นหัวหน้าครอบครัว ซึ่งในวันหยุดกระผมและทางครอบครัวจะมีการใช้จ่ายเพื่อซื้อของเข้าบ้าน ซึ่งการซื้อของเข้าบ้านกระผมก็ใช้รถยนต์ในการเดินทาง ************************************************************************************************** ดังนั้นในการดำเนินชีวิตของกระผม จะมีการใช้รถยนต์เพื่อทำธุรกรรมต่างๆ โดยเห็นได้ชัด กระผมจึงใคร่ขอทาง ผู้จัดการฝ่ายราคา บริษัท ****ประกันภัย จำกัด พิจารณาค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถยนต์ของกระผม จากหนังสือ ฉบับนี้ด้วย ขอแสดงความนับถือ (นาย******** ***********)

ซึ่งเมื่อเราทำการยื่นเอกสารแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันของคู่กรณีนั้นติดต่อกลับมาเพื่อต่อรองค่าขาดประโยชน์ และเมื่อทำการตกลงกันได้แล้วนั้น ประมาณ 7 วันก็จะได้รับค่าขาดประโยชน์ตามที่ตกลงกันไว้นั่นเอง แต่ถ้าหากบริษัทประกันของคู่กรณีนั้นบ่ายเบี่ยงไม่ยอมที่จะจ่ายค่าขาดประโยชน์หรือตกลงค่าขาดประโยชน์กับทางบริษัทประกันของคู่กรณีไม่ได้ เราก็สามารถส่งเรื่องฟ้องต่อไปยัง คปภ. ให้ช่วยดำเนินการได้อีกทางหนึ่งด้วย

ก็นับเป็นอีกสิทธิและประโยชน์อีกเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับประกัยภัยที่ผู้คนมักไม่ทราบและไม่ค่อยได้ดำเนินการหรือให้ความสนใจมากเท่าใดนัก แต่เมื่อเรารู้สิทธิและประโยชน์ดังกล่าวแล้ว ก็ควรที่จะรักษาสิทธินั้นไว้ เพราะฉะนั้นถ้าในครั้งหน้าเกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วถ้าเราเป็นฝ่ายถูกนั้น ก็อย่าลืมทำเรื่องเรียก “ค่าขาดประโยชน์” จากคู่กรณีกันนะครับ

ข้อมูลจาก ทูเดย์อินชัวร์  สอบถามข้อมูลด้าน ประกันภัยรถยนต์ โดยตรง โทร (086)431-9603, (086)431-9606 หรือติดต่อผ่านทาง LINE id: @todayinsure

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments