จากกรณีประเด็นดราม่าเรื่องการแย้งที่จอดรถระหว่าง สแมชยิม ของพิธีกรสาว บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี กับ 911byJT ของนางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างได้ออกมาแถลงข่าวเกียวกับกรณีดังกล่าวแล้ว โดยทางพิธีกรสาวได้เรียกร้องขอเงินค่าก่อสร้างจำนวน 3 ล้านบาทและจะเป็นฝ่ายย้ายออกเอก ซึ่งทางฝั่งทางนางเอกสาว ก็ยินดีที่จะจ่ายให้ 3 ล้านบาทตามที่ทางสาวบุ๋มได้เรียกร้องมา

ล่าสุดเจอ ดร.บุ๋ม ที่งานเปิด สหพัฒน์แฟร์ ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ จึงไปสอบถามกรณีที่ไปโพสต์คอมเมนต์อยากให้ เจนี่ ออกมาแถลงข่าวพร้อมกัน และขอยืดเวลาย้ายออก โดย บุ๋ม ปนัดดา เปิดเผยว่า

“คงพูดอะไรมากไม่ได้ เพราะเป็นข้อตกลงของสองฝ่ายว่าเราจะใช้ทนายคุยกัน เพราะว่า ณ ตอนนี้ฝ่ายนู้นขอมาอย่างเดียวว่าห้ามลงสื่อ เราก็เลยตกลงกันแค่ว่าข้อตกลงอะไรก็ตามที่มันยังไม่สมดุลให้ทนายเป็นคนคุยกันพอแล้วค่ะ ข้อเสนออื่นพี่ไม่มีเพิ่มเติมตั้งแต่วันแถลงข่าวพี่ก็เหมือนเดิมอยู่แค่ไหนก็แค่นั้น เพราะว่าเราถือว่าเราชัดเจนทุกลำดับขั้นตอน เราไม่ต้องการให้มีเรื่องบานปลาย เพราะถือว่าพี่แถลงแล้วจบ จบก็คือจบ

(แต่ทางพี่บุ๋มไปคอมเมนต์ในไอจีเจนี่ว่าอยากแถลงด้วยกัน) เนื่องจากว่าเขาเสนอมาที่ 3 ล้านก็จริง แต่มีข้อแม้อีกเยอะ แค่นั้นเอง ซึ่งทำให้เรารู้สึกว่าทำให้ต้องคุยกันต่อ แล้วอีกอย่างหนึ่งพี่มีความรู้สึกว่ามีอีกหลายจุดที่น้องเขาเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนอย่างที่น้องบอกไปว่าน้องไม่ได้เข้ามา อย่างอาหารคลีนพี่ว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะถ้าเกิดมาที่ยิมมาดูได้ว่าเราเป็นอาหารเพาะกายกับอาหารคลีนของน้องคนละแบบกัน อยากให้มาดูกันของจริง ยังไงก็ได้เราไม่อยากเสียความสัมพันธ์กับน้องเขา อยากจะคุยได้เหมือนเดิม เพียงแต่ว่าที่ลงไปวันนั้นเราเข้าใจกันไปคนละเรื่องแล้ว เราอยากเก็บความสัมพันธ์เอาไว้ ก็เลยรู้สึกว่าเฮ้ยมาคุยกันเถอะ ตอนนี้คุยผ่านสื่อไปคุยผ่านสื่อมา คนวิจารณ์ไป สื่อตั้งหัวข้อมา บุ๋มก็โดนแรง น้องก็โดนแรง บุ๋มว่าจะไปกันใหญ่

(คาดหวังหรือเปล่าว่าเจนี่จะออกมาคุยด้วยกัน) คงไม่แล้ว มันเลยจุดนั้นแล้ว เป็นจุดของการคุยระหว่างทนายทั้งสองฝ่ายพอแล้ว (แล้วเรื่องการเปิดคลาสทับซ้อน?) บุ๋มถึงอยากให้เขาไปดูเองดีกว่า เราอธิบายตั้งแต่ตอนแถลงข่าวชัดเจนอยู่แล้วว่าลำดับขั้นตอนความเป็นมามันเป็นอย่างไร เราก่อสร้างมาตั้งแต่แรก จู่ๆ เขาเปลี่ยน เขาห้ามเราทำ โอเคไม่เป็นไรถอยก็ถอย เพียงแต่ว่าการถอยเหมือนไม่เหมือนก็ให้มาดู เพียงแต่ว่าการไม่คุยกันมากกว่าทำให้เกิดปัญหา

(ประเด็นไม่จ่ายค่าเช่า?) เราจ่ายไปแล้วแต่จ่ายกับอีกคน อย่างที่บอกไปวันแถลงข่าว เพียงแต่ว่าเขาไม่จ่ายกันเอง ทุกอย่างมันคือการเข้าใจผิด เพราะมันเคยมีคนกลาง ทำให้ไม่ได้เคลียร์ระหว่างรอสัญญาเก่า สัญญาใหม่ จริงๆ แล้วถ้าเป็นสัญญาเก่าค่าส่วนกลางบุ๋มไม่ต้องจ่ายด้วย แต่พอ ณ ตอนนี้แถลงข่าวบอกให้บุ๋มใช้สัญญาเก่า (นิ่ง) อืมใช่มั้ย เราก็โอเค อะไรก็ได้แล้ว ตอนนี้พี่ขออย่างนี้ดีกว่า พี่ขอจบเรื่องทุกเรื่องให้ง่ายที่สุด พี่ขอเดินไปข้างหน้า ขอไปตั้งที่ใหม่ ขออย่างเดียว ขอความเห็นใจจากทางนั้นว่า ขอใช้คำพูดเดิมที่ส่งข้อความให้กับน้องว่าเราสร้างกันมาเป็นปี น้องให้ออกเพียง 3 เดือน พี่ทำไม่ทัน ไม่ใช่ว่าพี่อยากจะรบกวนนาน แต่ความรู้สึกพี่ตอนนี้ก็คือว่า ถ้าเป็นไปได้ถ้ามีที่ใหม่พรุ่งนี้พี่ก็ย้ายออกให้ได้ แต่หนึ่งลูกค้าเราก็ต้องใส่ใจ สองอุปกรณ์ลงไป 10 ล้าน ของมันจะเสียหาย ช่วงนี้หน้าฝนการก่อสร้างมันต้องล่าช้า ไหนจะหาที่ใหม่ พี่อยากจะให้เขานึกภาพตอนที่เราสร้างด้วยกันว่ามันลำบากและต้องฝ่าฟันกว่าจะได้มาเป็นปีนะ จู่ๆ ภายใน 3 เดือนจะให้พี่ไป ไม่ได้อยากรบกวนแต่ขอความเห็นใจ พร้อมเมื่อไหร่พี่ออกแน่นอน

(มองว่าไม่ยุติธรรมหรือเปล่า) อย่าใช้คำว่าไม่ยุติธรรมดีกว่า เอาเป็นว่าต่างคนต่างมีความต้องการของแต่ละฝ่ายเท่านั้นเอง เพียงแต่ต้องใช้ทนายคุยกัน ทางนั้นเอง เพียงแต่ต้องใช้ทนายคุยกัน ทางนั้นเขาก็คุยเรื่องสัญญาเก่า แต่เราก็คุยว่าเราพลาดเองที่เราไม่รู้กฎหมาย คำว่าสัญญาเก่าและรอสัญญาใหม่คืออะไร และเราเชื่อว่าคำพูดที่เคยคุยกันไว้นอกเหนือสัญญา แต่ ณ วันนี้พอมีปัญหามันอยู่ที่สัญญา อันนี้ก็เป็นบทเรียนของเราเอง

(หาที่ใหม่อยู่หรือเปล่า) หาอยู่ และขอบคุณหลายๆ ท่านที่เสนอที่มาให้ มีเล็งไว้แล้ว จะไม่ให้เดือดร้อนทุกๆ คนมากนัก ตอนนี้บุ๋มเองก็เครียดเรื่องใหม่ก็คือเรื่องงบประมาณต้องอย่าลืมว่าเราลืมทำสแมชยิมได้แค่ 3 เดือน แล้วมีปัญหา ดังนั้นพอจะไปที่ใหม่ งบประมาณมันเยอะเพราะมันต้องสร้างทั้งโกดัง สร้างทั้งอะไรรองรับ ต้องใช้เวลาเยอะมาก สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือบุ๋มต้องหาตังค์มาซัพพอร์ตตรงนี้ ดังนั้นตอนนี้มองไปข้างมากกว่า ปัญหาเก่าเดี๋ยวคงเคลียร์กันได้

(กับที่ใหม่ต้องใช้เงินเยอะมั้ย) เยอะ (พยักหน้าจริงจัง) มากกว่ามูลค่าที่จะได้มาอยู่แล้ว เพราะหนึ่งฐานลูกค้าเราเสีย สองลูกน้องที่เราต้องจ่ายเงินเดือนในช่วงที่ยังไม่ทำงาน มันหลายอย่างมาก นี่คือธุรกิจนะคะ พี่พยายามทำให้ดีที่สุดในทุกทาง ทำให้ดีที่สุดสำหรับลูกค้าด้วย ตอนนี้มีงานอะไรส่งมาเลยนะคะ ปนัดดาทำทุกงาน (หัวเราะ)

(ยังคิดอยากคุยกับเจนี่มั้ย) ตอนนี้ถ้าพี่เจอก็อยากจะจับมือเขานะ พี่ยังรู้สีกดีๆ กับเขาเสมอ (เจนี่บอกว่ายังเคารพพี่บุ๋มอยู่) ใช่ นี่ก็เป็นสิ่งที่อยากจะขอร้องไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับฝั่งไหน อย่าโจมตีกันและกันเลย บุ๋มว่าเรื่องนี้มันเกินคำว่าธุรกิจแล้ว อยากขอความเห็นใจว่าบางสิ่งบางอย่างไม่เกี่ยวข้อง อย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาให้เป็นประเด็น อย่าให้ต้องทะเลาะกันมากกว่านี้ เพราะยังไงก็คนวงการเดียวกัน

(สำหรับที่ใหม่ที่จะไปเปิด จะเป็นเจ้าของคนเดียว 100 เปอร์เซ็นต์เลยมั้ย) ค่ะ ก็คงจะเป็นอย่างนั้น (เข็ดกับการทำธุรกิจมั้ย) โอ๊ย คราวนี้จะเอาทนายนำหน้าทุกอย่างเลยค่ะ (ลากเสียง) ทนายอย่างเดียวเลย (มีข่าวว่าพี่บุ๋มมีการต่อรองขอจาก 3 ล้าน เป็น 3.7 ล้าน) ไม่มีค่ะ เพียงแต่ว่าอาจจะมีบางอย่างที่ทางเขาอยากจะซื้อเพิ่ม เช่น เฟอร์นิเจอร์ลอยของพี่ ซึ่งตรงนี้มันเป็นเรื่องของรายละเอียดที่ทางทนายจะตกลงกับทางบัญชีในการตีมูลค่า ถ้าจะต้องได้ตังค์เพิ่มจากการที่เขาขอซื้ออะไรก็จะมีการวางบิลชัดเจนเลย (ทางพี่เอกมีออกมาโพสต์ว่าถ้าเราออกปุ๊บทางเขาทำฟิตเนสแน่ คนมองว่าพี่เอกยังแค้น) (ยิ้ม) วงการเทรนเนอร์มันแคบ ก็รู้อะไรมาบ้าง ก็ขอให้ไม่เป็นจริง แต่ถ้าเขาจะทำฟิตเนสต่อก็สิทธิ์ของเขา แต่เราก็ขอแค่ให้ไม่เป็นจริง

(เสียความรู้สึกขนาดไหน) เสียมั้ย มันอาจจะเป็นความเครียดมากกว่า คือบุ๋มหน้าดูแรงก็จริง แต่ไม่ชอบมีปัญหากับใครนะ ถ้าเป็นการช่วยเหลือประชาชน บุ๋มลุยเต็มที่ แต่พอเป็นเรื่องส่วนตัวให้ตายเถอะ ไม่อยากมีเรื่องกับใคร เนี่ยช่วงที่มีปัญหาน้ำหนักลงมา 4-5 กิโล ขอบคุณที่ทำให้ผอมลง (ยิ้ม) แล้วก็ไม่ได้ออกกำลังกายเลย มันเครียดมากอยากให้มันจบลงโดยเร็ว

(ณ ตอนนี้ถ้าไม่ออกภายใน 3 เดือน จะเป็นอย่างไร) ก็ไม่รู้ ก็คงต้องพยายามทำให้ดีที่สุด มีคิดไว้บ้างถ้าต้องออก 3 เดือน จะต้องทำยังไง (ถอนหายใจ) แต่ก็พยายามความเห็นใจจะยื้อไว้ให้มากที่สุดเท่านั้นเอง ตอนนี้พนักงานทุกคนสภาพจิตใจยังเต็มที่ ทุกคนเข้าใจ บอกว่าถ้ามีปัญหาก็ถอยกันดีกว่า เราเองก็ไม่ได้อยากทะเลาะกับใคร”.

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments