แท็กซี่เถื่อน โก่งค่าโดยสาร ดอนเมือง-กงสุล 1200 บาท

จับได้อีกแล้วสำหรับรถแท็กซี่เถื่อนที่ โก่งค่าโดยสาร เกินจริง โดยครั้งนี้เป็นสาวแอร์โฮสเตส (สัญชาติไทย) ของสายการบินหนึ่งของต่างประเทศ ได้เรียกใช้บริการรถแท็กซี่ แต่ปรากฏว่าในรถแท็กซี่คันนี้ไม่มีมิเตอร์,ทะเบียน,ประวัติคนขับ ซึ่งตอนขึ้นโชว์เฟอร์ได้บอกว่ารถไม่มีมิเตอร์ แต่คิดราคาปกติ จึงได้เดินทางจากสนามบินดอนเมืองไปยังกงสุล ที่ถนนแจ้งวัฒนะ โดยเรียกเก็บค่าโดยสาร 1,200 บาท จึงได้ร้องกับตำรวจท่องเที่ยวให้ตรวจสอบ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2559 เวลา 20.00 น. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.ทท.,พ.ต.อ.จักรเพชร เพชรพลอยนิล ผกก.1 บก.ทท.,พ.ต.ท.อภิเษก ปิศโน สว.ส.ทท.4 กก.1 บก.ทท(ดอนเมือง)พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกร่วมกันแถลงผลการจับกุม นายวัชระ ทาน้อย อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 121/19 ซ.เคหะร่มเกล้า1/2 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. พร้อมของกลางเป็น รถแท็กซี่สีแดง ทะเบียน ทพ 7739 กรุงเทพ.ในข้อหาใช่รถที่จดทะเบียนแล้วแต่มิได้เสียภาษีประจำปี ตาม พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2522

พ.ต.อ.นิธิธร ได้เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 22 เม.ย ที่ผ่านมา ตำรวจท่องเที่ยวดอนเมืองได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ขนส่งทางบกให้ตรวจสอบแท็กซี่ไม่มีมิตเตอร์เก็บค่าโดยสารแพงเกินจริง โดยเมื่อเวลา09.00น. วันที่ 18 เม.ยที่ผ่านมา นางสาวบี(นามสมมุติ) สัญชาติไทย เป็นแอร์โฮสเตสสายการบินต่างประเทศ ได้เรียกใช้บริการแท็กซี่สีส้ม ให้ไปส่งยังกงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ ระหว่างที่ขึ้นรถไปแล้วนั้น สังเกตุเห็นว่าภายในรถไม่มีมิเตอร์และทะเบียนรถพร้อมประวัติคนขับรถ ซึ่งจะติดไว้ที่บริเวณด้านหน้ารถและข้างประตูด้านหลัง ส่วนผู้ขับขี่เป็นชายลักษณะผอม ผิวคล้ำ สูงประมาณ165 เซนติเมตร ผมสั้นสกินเฮด หน้าแหลม ซึ่งคนขับได้พูดว่ารถไม่มีมิเตอร์แต่คิดราคาตามปกติ พอไปถึงที่หมายคนขับได้เขียนใบเสร็จพร้อมเบอร์โทรศัพท์และระบุชื่อนายประสิทธิ์ ลีทอง พร้อมกับเรียกค่าบริการเป็นเงิน 1,200 บาท และยังได้ขอเบอร์โทรศัพท์ของนางสาวบีไว้ พร้อมทั้งบอกว่าหากต้องการเรียกใช้ในภายหลังจะได้สะดวก

แต่นางสาวบีปฏิเสธที่จะให้เบอร์โทรศัพท์ก่อนจะรีบจ่ายเงินและลงไปทำธุระ และต่อมา นางสาวบี ได้เล่าเรื่องให้น้องสาวฟัง และปรึกษากัน จากนั้นได้ให้น้องสาวเข้าร้องกับตำรวจท่องเที่ยวและทำการตรวจสอบ ใบเสร็จนั้นเป็นชื่อที่ไม่มีตัวตน และ เมื่อตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ให้มาพบว่าชื่อที่ลงทะเบียนไว้ชื่อ นายวัชระ ทาน้อย ต่อมาทางเจ้าหน้าได้ตรวจสอบข้อมูลและนำภาพ ให้ น.ส.บี ดู และยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันที่ก่อเหตุ

ต่อมา นายวัชระได้ขับรถคันก่อเหตุเข้ามาทำทีรับผู้โดยสารที่สนามบินแต่เจ้าหน้าที่สนามบินจำรถได้ว่าเป็นรถที่ต้องสงสัยจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม แต่นายวัชระไหวตัวทันได้เปิดประตูรถแล้ววิ่งหนีไปแต่ก็ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด จากการตรวจสอบประวัตินายวัชระพบว่ามีหมายจับอยู่ที่ สน.อุดมสุข ในข้อหายักยอกทรัพย์ด้วย นอกจากนี้ยังตรวจสอบไปยังกรมการขนส่งทางบกพบว่ารถแท็กซี่คันดังกล่าว ทะเบียน ทพ 7739 กทม. ทะเบียนถูกยกเลิกไปแล้ว

ทางด้านนายวัชระ ให้การว่า ตนได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยผู้โดยสารเรียกให้ไปส่งที่กงสุล ถ.แจ้งวัฒนะ ตนก็ได้มีการตกลงราคาอยู่ที่ 1,200 บาท ผู้โดยสารเองก็ตกลง จึงได้ไปส่งที่หมายตามที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งภายในรถตนนั้นมีมิเตอร์และมีชื่อคนขับอยู่ตามปกติ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าปกติราคาจากสนามบินดอนเมืองไปกงสุลค่าบริการเท่าไร นายวัชระ ตอบว่า ราคาร้อยกว่าบาท และเมื่อถามว่าทำไมครั้งนี้เรียกแพง นาย วัชระได้ ตอบว่า “ขอโทษที่มีการเรียกค่าโดยสารเกินจริง” โดยนาย วัชระ พยายามใส่หมวกและก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาที่มีการพูดคุย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับจำนวน 2,000บาท ก่อนจะส่งตัวนายวัชระให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.อุดมสุข เพื่อดำเนินคดีในหมายจับข้อหายักยอกทรัพย์ต่อไป

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments