แม่ประนอม ยืนยันไม่ถอนฟ้อง ล่าตัวคนปลอมเอกสาร ปนัดดาเดินหน้ากาวใจ แม่-ลูก

จากกรณีของนาง ประนอม แดงสุภา ผู้ก่อตั้งธุรกิจ น้ำพริกเผา ตรา แม่ประนอม ชื่อดัง ที่ออกมาร้องเรียนต่อศูนย์บริการประชาชนของรัฐบาล เพื่อให้ท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ช่วยเหลือ โดยได้ร้องเรียนว่าถูกลูกสาวคนโตและลูกเขย ฮุบกิจการน้ำพริกที่มีมูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท พร้อมกับบอกว่าถ้าหากคืนทรัพย์สินและกิจการ ก็จะถอนฟ้องและให้อภัย แต่ทางลูกสาวคนโตก็ไม่มีการตอบโต้กลับแต่อย่างใด

ต่อมา ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อาสาหย่าศึกและนัดเจรจาไกล่เกลี่ยให้ แต่ทั้ง 2 ฝ่ายต้องสมัครใจ ล่าสุด ม.ล.ปนัดดา ได้คุยกับนางศิริพร ลูกสาวคนโตของนางประนอม โดยฝ่ายลูกมีน้ำจิตน้ำใจต่อแม่ ยังรักแม่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ทั้ง 2 ฝ่ายอยากพบเจอกัน เรื่องคดีความก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามที่เคยเสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 4 เม.ย. ที่ศาลจังหวัดนครปฐม บัลลังก์ ที่ 21 นายอภิสิทธิ์ ศิลาวิลาศภักดี ผู้พิพากษา นั่งบัลลังก์ ไต่สวน คดีดำที่ อ.861/58 ระหว่างนางประนอม แดงโสภา เป็นโจทก์ กับนางศิริพร แดงโสภา จำเลยที่ 1 กับพวก เรื่องปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม โดยนางประนอม แดงโสภา มาพร้อมกับ น.ส.ศิริวรรณ แดงโสภา ลูกสาวคนรอง และนายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความ ขณะที่ฝ่ายจำเลยมีนายทวิชา หวังโภคา ทนายความร่วมฟังการไต่สวนแทน โดยใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

สำหรับคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญา ที่มีการฟ้องกันต่อศาลนครปฐม โดย นางประนอม แดงสุภา เป็นผู้จัดการมรดกของ นายศิริชัย แดงสุภา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางศิริพร แดงสุภา ซึ่งเป็นลูก นายสุชาติ ภาษาประเทศ สามีจำเลยที่ 1 และนายกำธร ประยูรสตางค์ จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นทนายความ กล่าวหาว่า ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 จำเลยทั้งสาม ได้ร่วมกันปลอมลายมือชื่อของโจทย์ในหนังสือมอบอำนาจและให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานที่ดินเพื่อโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 57832, 44719, 44656, 44626, 44660, 44723, 57833, 2817, 2813, 2820 ตำบลท่าพระยา อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รวม 9 แปลง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม ความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม

ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 และ ที่ 3 ในฐานความผิดปลอมเอกสารใช้เอกสารปลอม แจ้งเจ้าพนักงานจดเอกสารเป็นเท็จ ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่ามีส่วนเกี่ยวข้องยกฟ้อง ศาลนัดสืบพยานโจทก์จำเลยระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ถึงวันที่ 3 มีนาคม 2559 ต่อมาวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 โจทก์ได้ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องอ้างว่าตกลงกันได้แล้ว โดยมีจำเลยที่ 1 และที่ 3 ลงลายชื่อรับรองไม่คัดค้าน ศาลอนุญาตให้ถอนฟ้อง หลังจากวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2559 โจทก์มายื่นคำร้องฉบับใหม่ โดยอ้างว่าเหตุที่ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องนั้น เพราะเกิดจากกลฉ้อฉลของจำเลยที่ 1 กับพวก ศาลนัดไต่สวนคำร้องในวันที่ 4 เมษายน 2559

จากข่าวสารวันนี้โจทก์ จำเลยที่ 3 ทนายโจทย์ นายจำเลยที่ 1 และทนายจำเลยที่ 3 มาศาล ส่วนจำเลยที่ 1 ไม่มาศาล ผลการพิจารณาคดีคู่ความทั้งสองฝ่าย ไม่เคลือบแคลงระแวงสงสัยในองค์คณะผู้พิพากษาแต่ขอเลื่อนนัดไต่สวนคำร้องเพื่อไปเจรจาไกล่เกลี่ยกันนอกศาล ศาลพิจารณาเห็นควรอนุญาตให้เลื่อนนัดไปไต่สวนคำร้องในวันที่ 14 มิถุนายน 2559 กำชับคู่ความทั้งสองฝ่ายใช้ความระมัดระวังในการให้ข่าวต่อสาธารณชน เพื่อไม่ให้กระทบต่อบุคคลหรือองค์กรในกระบวนการยุติธรรมต้องเสียหาย

แม่ประนอม เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวก่อนขึ้นศาล ว่า ยืนยันไม่ได้ถอนฟ้อง และจะดำเนินคดีกับผู้ปลอมเอกสาร และใช้เอกสารปลอม เราเซ็นเอกสารจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าเอกสารฉบับนั้นคืออะไร เพราะถูกหลอกให้เซ็นแบบนี้เป็นประจำ แต่ก็ต้องขอบคุณทุกกำลังใจ และตอนนี้ก็ยังไม่ได้กลับเข้าไปอยู่บ้านร่วมกับนางศิริพรด้วย

ด้านนายพิสิษฐ์ ทนายความ กล่าวว่า วันนี้จะให้ แม่ประนอม เล่าเหตุการณ์ต่างๆ ทุกอย่างอยู่ที่ความจริง ขอให้แม่พูดความจริง แต่ก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการที่จะชี้แจงในชั้นศาล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ทั้งสองคนให้สัมภาษณ์ ก็เดินเข้าไปในศาลทันที โดยใช้เวลานานประมาณ 1 ชั่วโมง หลังการพูดคุยศาลเห็นว่าผลคดีของทั้ง 2 ฝ่าย ไม่เคลือบแคลงระแวงสงสัยในองค์คณะผู้พิพากษา แต่ขอเลื่อนนัดไต่สวนคำร้องไปไกล่เกลี่ยกันนอกศาล ศาลเห็นควรอนุญาตให้เลื่อนนัดการไต่สวนคำร้องออกไปก่อน โดยนัดอีกครั้ง 14 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น. และกำชับให้ทั้ง 2 ฝ่าย ระมัดระวังในการให้ข่าวต่อสาธารณชน ไม่ให้กระทบต่อบุคคลหรือองค์กรในกระบวนการยุติธรรมต้องเสียหายด้วย หลังเสร็จสิ้นกระบวนการนางประนอมรีบเดินทางกลับทันที โดยที่ไม่มีการให้สัมภาษณ์ใดๆ

ขณะที่ นายทวิชา เปิดเผยว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของภายในครอบครัว อยากให้ไปเจราจากันก่อนนอกรอบ ซึ่งในวันที่ 5 เม.ย. ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประสานมาขอให้นางประนอม และคุณศิริพร ไปเจรากันที่วังวรดิศ ทางศาลเห็นว่าทั้งสองฝ่ายอาจมีโอกาสพูดจากันจึงให้ไปเจรจากันก่อน แล้วให้กลับมารายงานผลต่อศาลในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ พร้อมกำชับการให้ข่าวต่อสาธารณชน ไม่ให้กระทบต่อบุคคลหรือองค์กรในกระบวนการยุติธรรมต้องเสียหาย

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments