แตงโม ภัทรธิดา

จากกรณีโด่งดังในโลกออนไลน์ สำหรับภาพและวิดิโอของนางเอกสาว แตงโม ภัทรธิดา ถูกหามเข้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง โดยมีสายอะไรบางอย่างเต็มไปหมด ซึ่งแพร่ภาพโดยอินสตราแกรม @paezaa_pb ซึ่งอ้างว่าเป็นเพื่อนคนสนิทของนางเอกสาว กินยาเกินขนาด เพื่อฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีอาการเครียดอย่างรุนแรงหลัง แฟนหนุ่ม โตโน่ ภาคิน ประกาศในคอนเสิร์ต 7 wonders ว่าตนเองโสดแล้ว

ล่าสุดวันที่ 7 กรกฎาคม เมื่อเวลา 15.00น. แตงโม ภัทรธิดา นั่งรถเข็นมาแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนด้วยตัวเองพร้อมนาย นายโสภณ พัชรวีระพงษ์ คุณพ่อ ณ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวอย่างคับคั่งเกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์

หมอ: อาการตอนนี้ปลอดภัยแล้ว ความรู้สึกตัว ชีพจรต่างๆอยู่ในเกณฑ์ปกติ พ้นขีดอันตราย เรื่องจากโมมีเรื่องโรคเกี่ยวกับด้านจิตใจอยู่แล้ว ดูแลรักษาต่อเนื่อง ต้องดูแลเรื่องจิตใจเปนหลัก อะไรที่กระทบต้องหลีกไป ระดับห้องฉุกเฉิน การรู้สึกตัวน้อยมาก การทานยามากเกินขนาดทำให้รู้สึกตัวน้อยลง มีการกดทับของหัวใจอาจทำให้หัวใจล้มเหลวได้ ประมาน10เม็ดที่ทาน ถือมามากทีเดียว การรู้สึกตัวน้อยมาก ไม่สามารถให้ข้อมูลและตอบสนองอะไรได้ ถ้านำมาส่งรพ.ไม่ทันอาจเสียชีวิตจากการขาดอาการหายใจ

แตงโม: (ร้องไห้) ต้องขอประทานโทษทางรพ.ที่มีรูปหนูหลุดออกไปจากเพื่อนสนิท จริงๆไม่สามารถมีรูปแพร่ออกไปได้ ต้องขอโทษแทนเพื่อนหนูด้วย ตอนที่เข้ามาไม่รุ้เรื่องหรือรู้สึกตัวอะไรแล้ว เลยควบคุมไม่ได้ พอทราบข่าวก็ให้เพื่อนลบออกเพราะอาจจะเกิดผลเสียต่อรพ. ในเหตุผลนั้นเขาบอกว่าทนเห็นหนูในสภาพนี้ไม่ไหวเหมือนกัน เขาอยากจะให้เห็นในมุมอ่อนแอของหนูบ้าง ส่วนเรื่องของตัวหนูเอง มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว การที่ได้รับคำพูดหรือเหตุการช่วงนี้ค่อนข้างจะหนักมาก ภายนอกดูเหมือนจะรับไหว แข็งแรง แต่ข้างในอ่อนแอมาก ไม่ค่อยได้เล่าให้ใครฟัง แม้แต่คุณพ่อ เลยมีวินาทีที่ขาดความยั้งใจ ขาดสติ จากการน้อยใจ ไม่อยากจะอยู่รับจากอะไรหลายๆเรื่องหลายคนสันนิษฐานว่าเปนคำพูดของคุณโตโน่ในคอนเสิร์ตหรือเปล่า เป็นแค่เรื่องหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมด ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามันค่อนข้างคลุมเครือที่เราแยกกันอยู่ ก่อนที่เราจะห่างกัน มันมีเรื่องที่เราไม่เข้าใจกันบ้าง สุดท้ายก็เข้ากันไม่ได้ คุณโตโน่เลยตัดสินใจแยกออก แต่ของไม่ได้เอาไป หนูอยู่ในที่เดิมๆ ต้องนอนคนเดียวในที่ที่มีคนทุกคนให้กำลังใจ ตั้งแต่มีข่าวว่าเราห่างกัน หนูก็พยายามติดต่อไปให้กำลังใจ แต่ว่าในส่วนของตัวหนู ต้องทนกับสภาพและอาการของหนู ที่ทำงานหนักไม่ต่างกัน มันค่อยข้างหนักในชีวิตหนู หนูเป็นคนหนึ่งที่ตกปากรับคำที่จะแต่งงานกับผู้ชายคนหนึ่ง สุดท้ายชีวิตครอบครัวไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด คนที่ทุ่มเทให้ความรักมากๆมักจะผิดหวัง เวลาหนูส่งอะไรไปเขาอ่านแต่ไม่เคยตอบ 3เดือนได้แล้วมั้งคะ แต่ทุกครั้งที่เราให้สัมภาษณ์ เราบอกห่างกันแต่ไม่มีใครพูดหย่าร้างจากปากเลย เลยทำให้ไม่สามารถพูดตรงไหนได้ และไม่รู้จะตัดสินใจยังไง ในชีวิตที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้แต่งงานกับผู้ชาย และมอบชีวิตให้พระเจ้า พอเกิดการหย่าร้าง ผู้หญิงไม่สามารถจะมีคนใหม่ได้ หนูยึดถือในตรงนี้ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เชื่อมาตลอดว่าจะกลับมาเป็นครอบครัวได้อีก ครอบครัวหนูเจออะไรหลายอย่าง แฟนคุณพ่อเพิ่งเสียพี่สาวไป และกำลังจะเสียคุณแม่หนูไม่รู้จะมองไปทางไหน ที่มีคนคุยด้วย ปรับทุกข์ด้วย หนูมีพระเจ้า มีเพื่อน มีพ่อ ที่ควรนึกถึง แต่ตอนนั้นหนูไม่ทันคิด

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments