แฉ เจ๊แนน บังคับขายตัว

จากกรณีที่มีการแชร์คลิป เกี่ยวกับพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นเยาวชนหญิงหลายคน ที่อายุประมาณ 17-21 ปี ร่วมกันทำร้ายร่างกาย ทั้งตบ กระชากผม เด็กหญิงวัย 14 ปี บริเวณอ่างเก็บน้ำแห่งหนึ่งใน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม ที่ผ่านมา จนทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย และส่วนใหญ่ก็เดาไปว่าน่าจะเกิดจากการแย่งผู้ชาย จนเมื่อทางญาติของหญิงสาวได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจเกียวกับกรณีดังกล่าว ได้ได้กล่าวว่า หลานสาวของตนถูกบังคับให้ไปขายบริการ แต่ไม่ยอมจึงถูกข่มขู่ และทำ้ร้ายร่ายกาย

ล่าสุดตำรวจ สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้คุมตัว น.ส.สาวิตรี ดอกจันทร์กลาง อายุ 21 ปี หรือกลุ่มเยาวชนจะเรียกกันว่า เจ๊แนน มาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อค้าประเวณี ขณะป้าเหยื่อวอนมูลนิธิปวีณาช่วยเหลือหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

จากคำให้การผู้เสียหายก็ยืนยันว่าได้ถูกบังคับขายบริการจริง ล่าสุดทางพนักงานสอบสวนจึงได้ควบคุมตัว น.ส.สาวิตรี หรือ เจ๊แนน มาสอบปากคำที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ เพิ่มเติม พร้อมได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือ “เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปเพื่อค้าประเวณี” จากที่ก่อนหน้านี้ได้แจ้งไปแล้ว 1 ข้อหาคือ “ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ” พร้อมจะได้นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง ส่วนผู้ร่วมก่อเหตุอีก 8 คนที่เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปีนั้น ได้ส่งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนเรียบร้อยแล้ว ภายหลังแจ้งข้อหากล่าวหาเพิ่มแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบปากคำพยานและผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก เพื่อหาข้อมูลหลักฐานมาประกอบสำนวนคดีตามที่ผู้เสียหายให้การ แต่ขณะนี้ยังไม่มีวัตถุพยานที่จะเป็นหลักฐานชี้ชัดได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเป็นคนบังคับให้ค้าประเวณี ยังเป็นเพียงคำให้การของผู้เสียหายเท่านั้น

ขณะที่ น.ส.สาวีตรี หรือ เจ๊แนน ผู้ถูกกล่าวหา ยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้บังคับให้ ด.ญ.บี (นามสมมุติ) ขายบริการตามที่ถูกกล่าวหา แต่ยอมรับว่า น.ส.บี ได้มาอยู่กินที่บ้านของตนเองเป็นครั้งคราวจริง บางครั้งก็มีผู้ชายขับรถยนต์มารับที่หน้าบ้านออกไปข้างนอกโดยไม่รู้ว่าเป็นใครและออกไปไหน แต่หากจะไปขายบริการก็ถือว่า เป็นความสมัครใจของ ด.ญ.บี เอง ตนไม่ได้บังคับตามที่ถูกกล่าวหา

ส่วนเหตุการณ์ที่ปรากฏในคลิปว่าตนเองและวัยรุ่นอีกหลายคนร่วมกันรุมทำร้าย ด.ญ.บี นั้น เพราะเนื่องจากตนโกรธแค้น ด.ญ.บี มาด่าทอบุพการีของตนเองเสียๆ หายๆ จึงได้ลงมือทำร้ายโดยใช้เวลาประมาณ 20 นาทีก็หยุดแล้วก็พา ด.ญ.บี ส่งโรงพยาบาล ส่วนที่มีข้อความโพสในเฟสบุ๊กในลักษณะข่มขู่ผู้เสียหาย และพยานนั้น น.ส.แนน หรือ เจ๊แนน ก็ยอมรับว่าได้เขียนข้อความดังกล่าวจริง แต่ก็ไม่เคยทำตามที่ขู่แต่อย่างใด

นางฉันชนก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ป้าของผู้เสียหาย ได้เรียกร้องให้มูลนิธิ “ปวีณา” เข้ามาดูแลช่วยเหลือเรื่องคดีที่หลานถูกกลุ่มวัยรุ่นหญิงนับสิบรุมทำร้ายทั้งตบ เตะ กระชากผมอย่างทารุณจนได้รับบาดเจ็บสาหัส สาเหตุเพราะหลานไม่ยอมไปขายบริการตามที่ถูกบังคับ เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากหลังเกิดเหตุผู้ก่อเหตุที่ทั้งตบและเตะหลาน ยังมาข่มขู่หลาน และข่มขู่ปู่กับย่าที่บ้านว่าจะทำร้ายหากเอาเรื่อง โดยไม่ได้เกรงกลัวต่อกฎหมาย ทั้งเกรงว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องสิทธิเด็กเยาวชน ไม่ดำเนินการเอาผิดกับกลุ่มบุคคลดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ก็จะเป็นภัยต่อสังคมและอาจจะมีเด็ก เยาวชนตกเป็นเหยื่อถูกบังคับไปขายบริการและถูกทำร้ายซ้ำอีก

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments