เมื่อวันที่ 11 เมษายน เวลาประมาณ 20.00น. เกิดเหตุกลุ่ม ผู้โดยสารชาวไทยกว่า 1,500 คนที่บริเวณ ประตู 1-2 ชั้น 2 อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ  ได้รีบเดินทางเข้าร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว เนื่องจาก โดนถูกหลอกซื้อ ทริปท่องเที่ยวไปประเทศญี่ปุ่น โอซาก้า ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน กับ บริษัทขายอาหารเสริม ที่ชื่อว่า เวล เอเวอร์  โดยมีอาจารย์ โชกุน เป็นหัวหน้าคณะในราคา 9,730-20,000 บาท แล้วได้นัดเดินทางในวันที่ 11-16 เมษายน 2560 โดยได้มีการระบุว่าเป็น การเดินทางเครื่องบินแบบ Private เหมาลำโดยสารการบินคาเธ่ย์แปซิฟิก แต่เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแต่ก็ไม่มีเที่ยวบินตามที่กล่าวมา

              ล่าสุด พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษก ตร. ได้มีการเปิดเผยว่าจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือได้ว่าเป็น การฉ้อโกงประชาชน ตาม ประมวลกฎหมายอาญา ม.343 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1000,000 บาท แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน และขอประชาสัมพันธ์ผู้ได้รับความเสียหายให้ไปแจ้งความร้องทุกข์ยังกองบังคับการปราบปรามและสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุในต่างจังหวัด เบื้องต้นมีผู้เสียหายประมาณ 500 คน “ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในคดีนี้ คาดว่าใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ เนื่องจาก พบการกระทำความผิดที่ชัดเจน โดยตอนนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของ พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในคดี     โดยเบื้องต้นนั้น มีผู้เสียหายมาร้องทุกแล้ว 267 คน และมีพนักงานสอบสวนมาร่วมสอบสวนด้วย ประมาณ 30 คน

               ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มีการระบุว่า บริษัท เวลท์เอเวอร์ จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 ที่ผ่านมา ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ที่ตั้งเลขที่ 88/6 หมู่ 9 ต.หนองยาว อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ หมวดธุรกิจ การขายส่งเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกแฮอล์ วัตถุประสงค์ ประกอบกิจการและจำหน่าย นำเข้า-ส่งออก น้ำดื่ม ชา กาแฟ มี น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ เป็นกรรมการบริษัท และจากการตรวจสอบพบว่า น.ส.พสิษฐ์ อายุ 30 ปี เดิมมีชื่อว่า น.ส.ศรัณย์พัชร์ กิติขจรพัชร์ และเปลี่ยนชื่อเป็น น.ส.ภวิศ ภูริภัทร์เมฆินทร์ เกิดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2529 อยู่บ้านเลขที่ 91/86 หมู่ที่ 5 ซอยท่าอิฐ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางรักน้อย อ.เมืองฯ จ.นนทบุรี มีบิดาคือนายวิเชียร และมารดาคือ นางมณฎญาณ์

                 โดย กองคุ้มครองผู้บริโภคด้านธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง   ได้ขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง ไม่พบว่าบริษัทดังกล่าวได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจขายตรงจาก สคบ. แต่อย่างใด อีกทั้งการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการนำเที่ยว ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ซึ่งนายทะเบียนตามพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ไม่สามารถรับจดทะเบียนให้ประกอบธุรกิจขายตรงได้

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments