จากกรณีที่ บริษัท GMM GRAMMY ได้ขึ้นข้อความหลังคลิปมิวสิควีดีโอ ที่อัพโหลดในYoutube เพื่อเตือนร้านอาหาร ผับ บาร์ ต่างๆที่จะ เปิดเพลงจากยูทูป ภายในร้านให้ลูกค้าฟัง ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของแกรมมี่ ให้ไปติดต่อทำเรื่องให้ถูกต้องเสียก่อนถึงจะเปิดได้ว่า

“เรียนผู้ประกอบการร้านอาหาร,ผับ,บาร์,คาราโอเกะ หรือร้านทั่วไปหากมีการเปิดเพลงในสถานประกอบการ ถือว่าท่านกำลังเผยแพร่ลิขสิทธิ์เพลงจำเป็นต้องขออนุญาตให้ถูกต่อง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกดำเนินคดีภายหลัง เปิดเพลงให้ถูกต้อง ถูกใจ ไม่ถูกจับ

ศาลชี้ ร้านอาหาร เปิดเพลงจากยูทูป ไม่ผิด ทนายแนะเปิดแผ่นแท้ดีที่สุด

ล่าสุด นายวิรัช หวังปิติพาณิชย์ ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาอธิบายรายละเอียดทั้งหมดว่า คำพิพากษาศาลฎีกา ระบุว่า บุคคลใดที่ประกอบกิจการร้านอาหาร เปิดเพลงภายในร้านเพื่อให้ลูกค้าหรือผู้ที่มาใช้บริการฟัง แต่ไม่ได้เป็นการแสวงหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ ถือว่าไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 31 ประกอบมาตรา 70 วรรคสอง เพราะไม่ครบองค์ประกอบความผิดของบทมาตราดังกล่าว ซึ่งต้องเป็นการกระทำเพื่อหากำไรโดยตรงจากการละเมิดลิขสิทธิ์ แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่อาจลงโทษจำเลยได้

ส่วนกรณีที่ศิลปินนำบทเพลงของตนเองมาขับร้องตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งลิขสิทธิ์บทเพลงยังคงเป็นของต้นสังกัด จำเป็นต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับทางต้นสังกัด หากนำมาร้องโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีฐานละเมิดลิขสิทธิ์ได้

ทั้งนี้มีข้อยกเว้น คือ สามารถ เปิดเพลงจากยูทูป โดยไม่ต้องขอลิขสิทธิ์แก่ต้นสังกัด หากเจ้าของลิขสิทธิ์ได้เสียชีวิตไปแล้ว และหาก 50 ปีขึ้นไป ถือว่าไม่มีความผิด อาทิ เพลงคลาสสิก เพลงโมสาร์ท หรือบีโทเฟน เป็นต้น

ด้านมุมมองของผู้ประกอบการร้านอาหารรายหนึ่ง กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางร้านได้มีการทำเรื่องขออนุญาตเปิดเพลงจากค่ายต่าง ๆ ซึ่งจะเสียค่าลิขสิทธิ์เป็นรายปีและมีค่าใช้จ่ายในราคาที่สูง แต่กรณีการ เปิดเพลงจากยูทูป ไม่ควรเอาผิดกับผู้ประกอบการในเรื่องนี้ เนื่องด้วยทางร้านเลือกเปิดผ่านช่องทางดังกล่าว เพราะสะดวก ค้นหาง่าย และไม่ได้เอาเรื่องการเปิดเพลงหรือการขอเพลงมาคิดเงินเพิ่มกับลูกค้า

ขณะที่นักร้องโกอินเตอร์บอลลีวูด “แอน มิตรชัย” ก็ได้แสดงความเห็นเรื่องนี้ว่า ถ้าทางร้านอาหารซื้อแผ่นเพลงมาถูกลิขสิทธิ์ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ซึ่งการเปิดเพลงในร้านจำเป็นต้องขอด้วยหรือไม่ ก็ต้องดูดุลยพินิจของต้นสังกัดแต่ละแห่งว่าเขาจะมองอย่างไร แต่ตนมองว่าการเปิดเพลงก็เหมือนเป็นการประชาสัมพันธ์เพลงไปในตัว อย่างตนก็ยังอยากให้ทางสถานีวิทยุเปิดเพลงของตัวเอง ทั้งนี้หลังจากตนเริ่มทำงานด้านเพลง ก็เริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลงมากยิ่งขึ้น เพราะจะได้เข้าใจว่า อะไรเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์บ้าง

อย่างไรก็ตาม ก็มีคำแนะนำจาก นายเดชา กิตติวิทยานันท์ ประธานเครือข่ายทนายคลายทุกข์ วิทยากรฝึกอบรมกฎหมายแรงงาน ว่า ให้ร้านอาหารต่าง ๆ ควรเปิดเพลงจากแผ่นแท้ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ดีที่สุด ไม่ใช่แผ่นที่ทำซ้ำหรือดัดแปลง ซึ่งส่วนใหญ่การดำเนินคดีที่ผ่านมา มักจะเป็นร้านอาหารตามข้างทาง หรือเป็นร้านข้าวต้มโต้รุ่ง แต่หากสามารถหาหลักฐานหรือพิสูจน์ได้ว่า ขณะลูกค้านั่งรับประทานอาหารพร้อมกับร้องเพลงไปด้วย แล้วทางร้านเรียกเก็บเงินค่าร้องเพลงจากลูกค้า จะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 30 และ 70 ต้องระวางโทษจำคุก 3 เดือน ถึง 2 ปี ปรับตั้งแต่ 5 หมื่น ถึง 4 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments