ศาลสั่งจำคุกจริง 6 เดือนถึงปีครึ่ง ไม่รอลงอาญา 5 สาวขายหน้ากากอนามัยเกินราคา เพราะมีพฤติกรรมเห็นแก่ตัว และฉวยโอกาสจากโรคไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนัก

วานนี้ (วันที่ 19 มีนาคม 2563) ศาลอาญาสั่งจำคุกไม่โดยรอลงอาญา 5 แม่ค้าที่ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา โดยสั่งจำคุก 6 เดือนถึงปีครึ่ง โดยศาลเห็นว่าจำเลยทั้ง 5 รายมีพฤติกรรมเอารัดเอาเปรียบ และฉกฉวยโอกาสขณะที่โรคไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดรุนแรง อีกทั้งยัง “จำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” ในขณะที่ประชาชน เและ เจ้าหน้าที่ทางแพทย์มีความจำเป็นต้องใช้กลับไม่มีหน้ากาก ซึ่งพฤติกรรมนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับสังคมจึงเห็นสมควรลงโทษจำเลยทั้ง 5 คนโดยไม่รอลงอาญา

ศาลอาญาสั่งจำคุกไม่โดยรอลงอาญา 5 แม่ค้าที่ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา

ซึ่งคดีที่เกิดขึ้น ทางอัยการได้ส่งฟ้องจำเลยในคดี “ขายหน้ากากอนามัยเกินราคา” รวม 7 ราย ซึ่งมีแม่ค้า 2 รายศาลสั่งจำคุกจำเลยคนละ 6 เดือน ปรับคนละ 25,000 บาท แต่ให้รอลงอาญาเนื่องจากของกลางมีจำนวนน้อย ส่วนผู้ค้าอีก 5 รายที่ กักตุนหน้ากากอนามัย เป็นจำนวนมากซึ่งมีจำนวนสูงสุดถึง 4 พันชิ้น ประกอบด้วย น.ส.ณัปอิศรา ขอสุข, นายพงษ์พันธ์ โสมสุด, น.ส.น้ำฝน เอยศิริ, น.ส.อุมาพร มั่นคง, และ น.ส.ตาว ตรีเทวี ศาลได้สั่งลงโทษในความผิดฐาน จำหน่ายหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในราคาสูงเกินสมควร หรือทำให้ปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้า ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29, 40 โดยสั่งลงโทษจำคุกผู้ค้าทั้งหมดโดยไม่รอลงอาญาสูงสุด 1 ปีครึ่ง ถึง 6 เดือน ตามปริมาณหน้ากากที่กักตุนซึ่งหลังจากการพิจารณาแล้วเสร็จทางเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้นำตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 5 รายเดินทางไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางทันที

นำตัวผู้กระทำความผิดทั้ง 5 รายเดินทางไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางทันที

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments