ชาวเน็ตสุดงง พร้อมแห่แชร์ภาพป้ายสติกเกอร์ที่มีคำเตือนระบุว่า ป้ายห้าม Grab-UBER  และ GoBike รับผู้โดยสาร ซึ่งติดอยู่บริเวณตู้ชุมสายโทรศัพท์ปากทางเข้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งล่าสุดถูกแกะออกไปแล้ว และทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด หาตัวผู้นำสติกเกอร์ไปติด เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดี

แชร์สนั่นโซเชียล! ชาวเน็ตงงเจอ ป้ายห้าม Grab-Uber รับผู้โดยสารย่าน 'เซ็นทรัลเวิลด์' (ชมคลิป)

จากกรณีที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ ‘Surasak Tulathiphakul’ ได้ทำการโพสต์ภาพถ่าย เผยให้เห็นป้ายสติกเกอร์ที่มีคำเตือนระบุว่า ห้าม Grab, UBER , GoBike รับผู้โดยสาร บริเวณดังกล่าว โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้นำมาติด ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณตู้ชุมสายโทรศัพท์ปากทางเข้า ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

โดยเจ้าของดพสต์ระบุข้อความเพิ่มเติมอีกด้วยว่า

‘เรื่องของมึงครับ เดี๋ยวเสร็จธุระกูกดเรียกโชว์แม่งตรงนั้นล่ะ’

หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปในโลกโวเชียลทำให้ชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมากในเชิงตั้งคำถามว่าใครเป็นผู้ที่มาติดป้ายนี้ หรือคนที่มาติดป้ายแบบนี้อาจเป็นผู้ที่เสียประโยชน์ เลยเอาป้ายนี้มาติดไว้

ซึ่งล่าสุดเมื่อวานนี้ 17 ธ.ค 60 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตำรวจเปิดเผยถึง กรณีดังกล่าว ว่า ทางทาง สน.ปทุมวันได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบบริเวณที่ปรากฏว่ามีป้ายสติ๊กเกอร์ติดคำเตือนดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่าไม่มีป้ายคำเตือนติดอยู่ตามที่ปรากฏแต่อย่างใด พบแต่เพียงร่องรอยสติ๊กเกอร์ที่มีการแกะออก

เมื่อสอบถามพยานที่อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าวทราบเพียงว่า มีชายไม่ทราบชื่อเป็นผู้นำมาติด ส่วนที่มีการติดสติ๊กเกอร์ดังกล่าวและแกะออก เมื่อไหร่นั้นยังไม่ทราบ ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณดังกล่าวและสถานที่ใกล้เคียงแล้ว

ทั้งนี้การติดป้ายคำเตือนในลักษณะดังกล่าวในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2560 (ปรับไม่เกิน 5,000 บาท) ส่วนจะเป็นผู้เสียประโยชน์เป็นผู้นำไปติดหรือไม่ คงต้องรอผลการตรวจสอบให้ชัดเจนเสียก่อน

ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สร้างความเข้าใจให้กับทุกฝ่ายมาโดยตลอด จึงขอประชาสัมพันธ์ผู้ประกอบการ อยากให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งดังเช่นในพื้นทื่อื่นๆ เช่น พัทยา และ จ.ชลบุรี

ข้อมูล ภาพ ข่าว : เฟซบุ๊กชื่อ Surasak Tulathiphakul

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments