กทพ. ไม่เอาผิด เบนซ์ชนแผลกั้นทางด่วน

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปภาพอุบัติเหตุ รถเบนซ์สีดำขับมาด้วยความเร็วพุ่งชนรถฟอร์ดอย่างแรงจนทำให้ไฟคอก 2 นักศึกษาปริญญาโทดับ ทำให้บนโลกออนไลน์ให้ความสนใจกับคดีนี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากมีการตั้งข้อสงสัยในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูเหมือนทำงานไม่เป็นธรรม และล่าสุดได้มีคลิปหลักฐานชิ้นใหม่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นภาพที่ถูกบันทึกได้จากกล้องวงจรปิดที่ด่านเก็บเงินค่าผ่านทางพิเศษในช่อง Easy Pass จากภาพจะเห็นเป็นรถเบนซ์สีดำ ทะเบียน ษง 3333 กรุงเทพฯ วิ่งมาด้วยความเร็วชนไม้กั้น รถยนต์อย่างแรง ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวเพียงแค่ 1 ชั่วโมงเท่า่นั้น

เมื่อวันที่ 18 มี.ค. นายดำเกิง ปานขำ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังบริเวณด่านพระราม 4 ที่มุ่งหน้าไปยังดินแดง พบว่า เมื่อเวลา 10.58 น. ของวันที่ 13 มี.ค. รถเบนซ์ ทะเบียน ษง 3333 ซึ่งกำลังกลายเป็นข่าวดัง มีการขับรถผ่านเข้ามาใช้ทางพิเศษในช่องทางเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ หรือ Easy Pass บริเวณช่องทางที่ 2 ของด่านพระราม 4 จุดที่ 2 จริง โดยรถคันดังกล่าวขับเข้ามายังช่องทางด้วยความเร็ว เมื่อใกล้ถึงตู้เก็บเงิน คนขับได้เปิดกระจกยกกล่องอีซีพาสขึ้นโบกให้สัญญาณในบัตรเชื่อมต่อกับกล่องรับสัญญาณหักเงินค่าผ่านทางที่ติดตั้งที่ตู้เก็บเงิน เพื่อให้ไม่กั้นทางเปิด แต่เนื่องจากรถขับมาด้วยความเร็ว ทำให้บัตรและกล่องรับสัญญานไม่เชื่อมต่อกัน ไม้กั้นจึงไม่เปิด ทำให้รถวิ่งวิ่งชนฝ่าไม้กั้นออกไปด้วยความเร็ว

หลักฐานเด็ดมัดตัว เบนซ์ชนฟอร์ดตาย 2 ศพแฉหลักฐานเด็ดเบนซ์ซิ่งแหกด่านทางด่วน 1 ชม.ก่อนเกิดเหตุรถเบนซ์ชนฟอร์ดเครดิต : News TV

โพสต์โดย คนเลวต้องไม่มีที่ยืน บน 17 มีนาคม 2016

เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ไม่กั้นที่ถูกชนไม่ได้รับความเสียหาย รวมทั้งผู้ขับขี่ก็มีการติดตั้งเครื่องมือรับและส่งสัญญานอีซี่พาสและขับเข้ามาใช้ช่องทางอีซี่พาสตามปกติ ดังนั้นผู้ขับขี่จึงไม่มีความผิดอะไร ในเมื่อไม้กั้นไม่ได้รับความเสียหาย กทพ.ก็ไม่ได้แจ้งความเรียกร้องค่าเสียหายอะไร อย่างไรก็ตาม กทพ.จะต้องกลับไปหักเงินค่าผ่านทางย้อนหลังกับรถคันดังกล่าวด้วยจำนวน 50 บาท เพราะในวันเกิดเหตุไม้กั้นไม่เปิดก็เท่ากับว่า ยังไม่มีการเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างบัตรอีซี่พาสกับตู้เก็บเงิน จึงยังไม่มีการหักเงินค่าผ่านทาง

นายดำเกิง กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีความผิดเรื่องการขับรถเร็วบนทางด่วนนั้น จะต้องไปสอบถามกับตำรวจทางด่วน ว่าจะมีการดำเนินคดีหรือไม่ อย่างไร เพราะปัจจุบันตำรวจทางด่วนมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้บนทางด่วนจำนวนมากอยู่แล้ว

ต่อมา การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ได้ออกแถลงการณ์รายงานข้อเท็จจริงดังกล่าว ระบุว่า ตามที่มีข่าวเผยแพร่ส่งต่อตามสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ไม่ว่าจะเป็น Facebook Youtube Line ฯลฯ กรณีรถเบนซ์สีดำ หมายเลขทะเบียน ษง. 3333 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นคันเดียวกับคันที่เกิดอุบัติเหตุชนกับรถฟอร์ด บริเวณถนนพหลโยธินขาออก จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำนวน 2 ราย โดยก่อนหน้าที่จะเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ประมาณ 1 ชั่วโมง รถเบนซ์คันนี้ได้ขับรถฝ่าด่าน ชนไม้กั้นช่องเก็บค่าผ่านทางของด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษพระรามที่สี่ 2 ของ กทพ. ดังข่าวที่ปรากฏตามสื่อข้างต้นนั้น

กทพ. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 เวลาประมาณ 10.48 น. ได้มีรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ สีดำ หมายเลขทะเบียน ษง.3333 กรุงเทพมหานคร เข้าใช้ทางพิเศษ มุ่งหน้าดินแดง โดยเข้าทางด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษพระรามที่สี่ 2 ช่องเก็บค่าผ่านทางพิเศษอัตโนมัติ ช่องที่ 2 ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวมีบัตร Easy Pass แต่ผู้ขับขี่ไม่ได้ติดบัตร Easy Pass ไว้ที่หน้ากระจกรถยนต์เหมือนกับผู้ใช้บัตร Easy Pass โดยทั่วไป หากแต่ใช้วิธีลดกระจกแล้วใช้มือถือบัตร Easy Pass ออกมาโบกนอกตัวรถ ในจังหวะที่ขับเลยจุดอ่านสัญญาณของบัตร ทำให้ระบบไม่สามารถทำการตัดเงินค่าผ่านทาง ส่งผลให้ไม้กั้นไม่เปิด ผู้ขับขี่จึงได้ขับรถชนไม้กั้นและได้ขับรถต่อไปโดยไม่ได้ลงมาตรวจสอบความเสียหายของตัวรถและของไม้กั้น โดยจากการตรวจสอบของ กทพ. พบว่าไม้กั้นไม่เสียหาย สำหรับค่าผ่านทางพิเศษในบัตร Easy Pass นั้น พนักงานประจำด่านฯ ได้จัดทำรายงาน และได้ส่งหลักฐานข้อมูลเพื่อเรียกร้องค่าผ่านทาง จำนวน 50 บาท จากผู้ใช้บัตร ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนการปฏิบัติงานตามปกติ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่า ชื่อเจ้าของบัตร Easy Pass ของรถยนต์คันดังกล่าวคือ บริษัท เลนโซ่ ไดเร็ค จำกัด

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments