จากกรณีที่ นายเอกพงษ์ แก้วดี อายุ 32 ปี ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนไปยัง สำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข และจะร้องแพทยสภา หลังจากที่ ภรรยาตนตั้งครรภ์มีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน จึงพาไปฝากครรภ์ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ซึ่นตอนนี่นมีอายุครรภ์ประมาณ 7 สัปดาห์ แต่เมื่ออัลตราซาวด์พบว่าเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูกแพทย์จึงทำหนังสือส่งตัวพร้อมแนบผลอัลตราซาวด์ เข้ารับการ ผ่าตัดมดลูก ด้านขวา ที่ รพ.ศูนย์ตรัง แต่แพทย์เจ้าของไข้ลงความเห็นว่า ท้องอยู่ในปีกมดลูกด้ายซ้ายและผ่าตัดเพื่อเอาออก โดยไม่มีการอัลตราซาวด์ซ้ำแต่อย่างใด

ต่อมาภรรยาปวดท้องรุนแรง จึงพาไปพบแพทย์ที่คลินิกเดิม ซึ่งหมอที่คลินิคยื่นยันว่ามดลูกอยู่ด้านขวา และมีอายุครรภ์ 10 สัปดาห์เศษแล้ว จึงพาภรรยากลับไปที่ รพ.ศูนย์ตรัง พบแพทย์ท่านเดิม โดยแพทย์คนดังกล่าวไม่รับฟัง ไม่นำผลอัลตร้าซาวน์ของคลินิกมาดู เมื่อรับตัวคนไข้แล้วก็ไม่อัลตร้าซาวน์ซ้ำ ทำให้ครอบครัวหมดสิทธิมีลูกตลอดชีวิต หลังจากนี้จะทำหนังสือร้องเรียนไปยัง สำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข และจะร้องแพทยสภา เพื่อเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 19 ก.ค. พญ.จิรวรรณ อารยะพงษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ทราบเรื่องแล้ว และโทรศัพท์ไปสอบถามฝ่ายผู้เสียหายแล้ว ระบุว่าคนไข้มีอาการ ตั้งครรภ์นอกมดลูก แต่ยืนยันว่าแพทย์โรงพยาบาลศูนย์ตรังไม่ได้ผิดพลาด เนื่องจากการตรวจสอบวินัยฉัยคนไข้พบว่า มีอาการตั้งครรภ์ที่ปีกมดลูกด้านซ้าย ส่วนชิ้นเนื้อเยื่อก็ระบุชัดเจนว่าอยู่บริเวณนอกมดลูกด้านซ้าย ส่วนผลอัลตราซาวด์จากคลินิกของแพทย์อีกคนหนึ่งที่ถูกนำมายืนยันนั้น เป็นเพียงคลื่นเสียงที่ระบุว่า เป็นปีกมดลูกด้านขวา แต่กรณีนี้ระหว่างผ่าตัดแพทย์ได้ตรวจสอบดูด้วยสายตาตัวเอง

นอกจากนี้ คนไข้ยังไม่เคยตั้งครรภ์มาก่อน แพทย์จึงตัดปีกมดลูกออกข้างเดียว เพราะทางการแพทย์หากอาการลักษณะนี้ถ้าไม่ผ่าตัดออก คนไข้จะตกเลือดและเสียชีวิตลงได้ เนื่องจากโดยปกติผู้หญิงจะตั้งครรภ์บริเวณโพรงมดลูก อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลศูนย์ตรังจะมีการแถลงข่าวชี้แจงต่อไป เนื่องจากช่วงนี้คณะแพทย์ยังอยู่ระหว่างการทำภารกิจที่ต่างจังหวัด จึงยังไม่สะดวกชี้แจงกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

ด้านนางขวัญตา แก้วดี มารดาสามีของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นหัวหน้าพยาบาล รพ.ย่านตาขาว จ.ตรัง กล่าวว่า สิ่งที่ตนและครอบครัวเรียกร้องคือมาตรฐานการรักษาพยาบาลของแพทย์ที่มีต่อคนไข้ และสิ่งที่เกิดขึ้นตนอยากจะถามว่าใครจะรับผิดชอบอย่างไร นอกจากการพูดจาไม่ดีต่อคนไข้แล้ว แพทย์ผู้นี้ยังวินิจฉัยโรคผิดพลาด จนทำให้ลูกสะใภ้ของตนเสียโอกาสในการมีลูกแบบธรรมชาติ และอยากจะถามว่า เป็นเพราะลูกสะใภ้ตนใช้สิทธิ์รักษา 30 บาททุกโรคหรือไม่ ที่ทำให้ไม่ได้รับการดูแลที่ดีเหมือนคนมีฐานะ ส่วนที่ทาง ผอ.รพ.จะแถลงข่าวนั้นก็สามารถทำได้ แต่ตนไม่ขอรับฟังใดๆทั้งสิ้น และจะดำเนินการเรื่องนี้จนถึงที่สุด เพื่อความเป็นธรรมกับครอบครัว

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments