ข้าว

เว็บไซต์เทเลกราฟ รายงานข่าวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมาว่า Andy Meharg ศาสตราจารย์ชาวอังกฤษ ประกาศความสำเร็จครั้งแรกในโลก ที่จะสามารถกำจัดสารหนูที่ปนเปื้อนมากับ ข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนเกือบทั้งโลกรวมถึงคนไทยให้หมดไปได้

โดยมีการเปิดเผยว่า ข้าว มีส่วนผสมของสารหนูจำนวนมาก เกิดจากลักษณะของการเพาะปลูก เพราะข้าวเจริญเติบโตในที่ราบที่น้ำท่วมถึง ซึ่งลักษณะนี้จะสามารถทำให้เกิดการปล่อยสารหนูที่เป็นสารอนินทรีย์ตามธรรมชาติออกมา และส่วนมากจะตกค้างอยู่ในแร่ธาตุดินในพื้นที่ ซึ่งต่อมาจะถูกดูดซึมโดยต้นกล้าที่ชาวนาทำการเพาะปลูกและการสะสมสารหนูในระดับสูงนั้นเป็นปัจจัยทำให้เกิดปัญหาสุขภาพด้านต่างๆตามมา แต่การนึ่งในเครื่องต้มกาแฟจะเป็นการกำจัดสารพิษออกได้เป็นจำนวนมากนักวิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่า ข้าว ควรทำให้สุกในเครื่องต้มกาแฟเพราะข้าวมีส่วนผสมของสารหนูที่ก่อมะเร็งที่เป็นอันตรายในระดับที่เป็นอันตราย
นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยควีนในเบลฟาสได้อ้างว่า คนที่กิน ข้าว จำนวนมากได้รับการเปิดเผยถึงระดับที่เป็นอันตรายของสารหนู ซึ่งสามารถเป็นสาเหตุของมะเร็งปอดและกระเพาะปัสสาวะ แต่ในปัจจุบันเหล่านักวิจัยได้ค้นพบทางแก้ที่ง่ายดาย ด้วยการนึ่งข้าวในเครื่องชงกาแฟธรรมดา ซึ่งจะสามารถลดระดับของสารหนูได้ถึง ร้อยละ 85 ข้าวเป็นธัญพืชที่เจริญเติบโตภายในทุ่งนาที่น้ำท่วม และด้วยการที่ต้องมีน้ำท่วมนี่เองที่เป็นเหตุให้มีการปล่อยสารหนูที่เป็นสารอนินทรีย์ ซึ่งโดยปกติจะถูกเก็บไว้ในแร่ธาตุในดิน แล้วจะถูกดูดซึมด้วยพืช การที่มีสารหนูมากมากเกินไปนั่นเองทำให้เป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพจำนวนมาก
Andy Meharg ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์เกษตรและดิน ของสถาบันควีนด้านความปลอดภัยของอาหารโลกกล่าวว่า “นี่คือความก้าวหน้าที่สำคัญสำหรับทางออกของการลดสารหนูนินทรีย์ในอาหาร ในการวิจัย เราคิดถึงวิธีการหุงข้าวที่มีประสิทธิภาพในการลดสารหนูอนินทรีย์ และเราได้ค้นพบว่าการใช้เทคโนโลยีของเครื่องต้มกาแฟ นั่นคือการหุงที่ใช้น้ำไหลผ่านข้าวอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นวิธีการที่จะลดสารหนูได้ดีที่มากที่สุด”

“การได้รับสารหนูอนินทรีย์ที่ยาวนานนั้นเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพจำนวนมาก รวมถึง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และการเสื่อมของระบบประสาท แต่อย่างไรก็ดีสิ่งที่หน้ากังวลมากที่สุดคือ มะเร็งปอดและกระเพาะปัสสาวะ”

องค์การความปลอดภัยของอาหารแห่งยุโรป ( European Food Safety Authority : EFSA) พบว่า ข้าว โดยทั่วไป จะมีสารหนูอนินทรีย์ เมื่อเทียบกับอาหารอื่นๆ มากกว่า 10 เท่า คนที่กินข้าวจำนวนมาก เช่นในส่วนของโลกที่กำลังพัฒนาส่วนใหญ่ ควรจะต้องกังวลเรื่องนี้ให้มาก โดยเฉพาะเด็กและทารก ที่กินข้าวมากกว่าคนในวัยผู้ใหญ่ถึง 3 เท่า เพราะ ข้าว ได้รับความนิยมในเด็กเพื่อทำให้หย่านม และอวัยวะของพวกเขากำลังเจริญเติบโต จึงเป็นส่วนที่ควรได้รับการดูแลอย่างมาก
ทางสถาบันควีน ได้จดสิทธิบัตรสำหรับการพัฒนาของหม้อหุงข้าว ที่อยู่บนพื้นฐานของ ระบบซึม (แบบเดียวกับในเครื่องต้มกาแฟ) ซึ่งหมายความว่า ผู้บริโภค ในเร็ว ๆ นี้ อาจจะมี เทคโนโลยีนี้ ไว้ประจำครัวเรือน

ข้าว1

อย่างไรก็ตาม สารหนูในข้าวซึ่งเป็น agent ทำให้เกิดโรคมะเร็งไม่ใช่เรื่องใหม่ จากบทความทางวิชาการของดร. นุชนาถ รังคดิลก และ รองศาสตราจารย์ ดร. จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์จากสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์และ สถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ว่าด้วย “ปริมาณของสารหนูในข้าว” ที่ถูกตีพิมพ์ 3 ปีก่อนหน้านี้บนเว็บไซต์ศูนย์ความเป็นเลิศด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมพิษวิทยาและจัดการสารเคมี (อพม) ยืนยันความเกี่ยวข้องระหว่างสารหนูอนินทรีย์และการเกิดโรคมะเร็งเนื่องมาจากการรับประทานข้าว

โดยชี้จากรายงานการวิจัยของเอ เอช สมิธ (A. H. Smith) และคณะ ในปี 1992 ภายใต้หัวข้อการวิจัย “ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งจากสารหนูในน้ำดื่ม” หรือ Cancer risks from arsenic in drinking water ระบุว่า สารหนูอนินทรีย์ซึ่งถือเป็นสารหนูที่เป็นพิษมากกว่าสารหนูประเภทอื่นทั้งหมด และยังสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้จริง ทั้งนี้ในการวิจัยของสมิธพบว่า ความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งนั้นครอบคลุมไปถึง โรคมะเร็งตับ โรคมะเร็งปอด โรคมะเร็งที่ไต และโรคกระเพาะปัสสาวะ

นอกจากนี้ในบทความชิ้นนี้ของสองนักวิจัยชาวไทยยังระบุว่า จากงานวิจัยในหัวข้อ “สารหนูในน้ำดื่มและความเสี่ยงของโรคมะเร็งทางเดินปัสสาวะ” (Arsenic in drinking water and risk of urinary tract cancer ) ของ Chen et al ในไต้หวัน ซึ่งเป็นงานวิจัยที่ต่อเนื่อง พบว่า “การได้รับสารหนู ถึงแม้ว่าจะเป็นปริมาณน้อย แต่ได้รับเป็นระยะเวลานานตั้งแต่เกิดจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งกระเพาะปัสสาวะมากขึ้น”

และที่น่าสนใจมากกว่านี้ ในบทความของนักวิจัยชาวไทยระบุเพิ่มเติมว่า ในงานวิจัยของเมฮาร์กและคณะในปี 2008ภายใต้หัวข้อการวิจัย “Speciation and localization of arsenic in white and brown grains” พบว่า จากการศึกษาปริมาณสารหนูใน ข้าว ขาว (39 ตัวอย่าง) และข้าวกล้อง (45 ตัวอย่าง) ที่เก็บมาจากหลายที่ทั้งซุปเปอร์มาเกต แปลงทดลองนาข้าวของเมฮาร์ก ค้นพบว่า “ข้าวกล้องมีปริมาณสารหนูอนินทรีย์สูงกว่าข้าวขาว”

และในการศึกษาในปีถัดมา(2009) ของเมฮาร์กจากการสุ่มตัวอย่างหาสารหนูอนินทรีย์ในผลิตภัณฑ์ข้าวขาวขัดสีจาก 10 ประเทศ (4 ทวีป) รวมทั้งข้าวจากประเทศไทยด้วย พบว่า ตัวอย่าง ข้าว จากประเทศอียิปต์และอินเดียมีปริมาณเฉลี่ยของสารหนูทั้งหมดต่ำที่สุด (0.04 และ 0.07 mg/kg ตามลำดับ) และข้าวจากประเทศอเมริกาและฝรั่งเศสมีปริมาณสารหนูทั้งหมดสูงที่สุด (0.25 และ 0.28 mg/kg ตามลำดับ) ส่วน ข้าวขาว จากประเทศไทย (54 ตัวอย่าง) มีปริมาณสารหนูทั้งหมด 0.14 mg/kg (0.01-0.39 mg/kg)

และนอกจากนี้ บทความของของดร. นุชนาถ รังคดิลก และ รองศาสตราจารย์ ดร. จุฑามาศ สัตยวิวัฒน์ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับในจีน ประเทศที่ถือว่า ข้าวเป็นอาหารหลักเช่นเดียวกับไทย พบว่าชาวจีนได้รับสารหนูอนินทรีย์เฉลี่ยถึงวันละ42 μg และข้าวเป็นต้นเหตุสำคัญในการสะสมสารหนูถึง 60% ของชาวจีนซึ่งก่อให้เกิดมะเร็ง โดยการอ้างอิงมาจากการวิจัยของLi และคณะในปี 2001

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments