จากที่มีข่าวชาวนาจำนวนหนึ่งแห่นำกระสอบปุ๋ย สแลนกันแดด และถุงดำปิดคลุมหลอดไฟฟ้าส่องถนน เพราะทำให้ข้าวไม่โตไม่ออกรวง ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลมีความเห็นให้รื้อออกเพราะเกรงว่าจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนเขตทางได้ งานนี้เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ชี้แจงว่าเป็นเรื่องจริง

กรณีที่มีข่าวชาวนาในจังหวัดบุรีรัมย์ได้นำวัสดุทึบแสง อาทิ กระสอบปุ๋ย สแลนกันแดด และ ถุงดำ เพื่อปิดคลุมหลอดไฟฟ้าส่องถนนบนถนนทางหลวง บริเวณบ้านจอมปราสาท ต.สะเดา อำเภอนางรอง เพราะมีความเชื่อว่าแสงไฟทำให้ต้นข้าวโตช้าและไม่ออกรวง ซึ่งต่อมา ผ.อ.แขวงทางหลวงชนบท จังหวัดบุรีรัมย์ ได้มีคำสั่งให้การถอดวัสดุที่คลุมหลอดไฟฟ้าส่องถนนดังกล่าวออกแล้วเพราะนอกจากจะเป็นการทำลายทรัพย์สินขอทางราชการซึ่งผิดกฎหมาย และยังทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนอีกด้วย

นายนวนิตย์ พลเคน เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาชี้แจง

ทว่าทางฝ่ายเกษตรกรโดย นายนวนิตย์ พลเคน เกษตรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ออกมาชี้แจงโดยกล่าวว่า “ความเข้าใจของเกษตรกร และ ชาวนาในจังหวัดบุรีรัมย์เป็นเรื่องจริง” เพราะตามหลักวิชาการแล้ว “แสงไฟส่องสว่างบนถนนที่ส่องกระทบต้นข้าว จะทำให้การเจริญเติบโตของต้นข้าวไม่สมบูรณ์และไม่ออกรวงจริง” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวหอมมะลิสายพันธุ์ 105 ที่ชาวนาแถบจังหวัดบุรีรัมย์นิยมปลูก เพราะข้าวสายพันธุ์นี้มีความไวต่อแสง ตามปกติจะต้องการแสงไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งถ้าหากว่าโดนแสงเกินกว่า 12 ชั่วโมงจะทำให้ข้าวเจริญเติบโตช้าและไม่ออกรวง ส่งผลต่อผลผลิตและปริมาณข้าวที่ลดลง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเกษตรกรร้องเรียนว่าได้รับความเดือดร้อนในหลายอำเภอที่มีนาข้าวอยู่ใกล้กับรัศมีของไฟฟ้าส่องสว่างริมถนน กรณีดังกล่าวทางเกษตรจังหวัดก็จะได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือบรรเทาผลกระทบของเกษตรกรต่อไป

นอกจากนี้ทางฝั่งนักวิชาการชื่อดังอย่าง “อาจารย์เจษฎ์” รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้ออกมาเผยแพร่โพสต์นี้ในหน้าเพจ “อ๋อมันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์” โดยกล่าวถึงข่าวดังกล่าวในมุมมองให้ความรู้ถึงกณีดังกล่าวอีกด้วย

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments