Author: บก.ข่าว ว๊าว!

คุกชายวัย 55 ล่วงละเมิดทางเพศ ด.ญ. 3 ขวบ เผยเมาละมีอารมณ์

ผู้ปกครองของเด็กหญิงอายุ 3 ปี แจ้งความจับกุมชายวัย 55 ปี ฐานล่อลวงลูกสาวตนไป ล่วงละเมิดทางเพศ ยังห้องพักคนงาน โดยผู้ต้องหาเปิดเผยว่าตนเพิ่งจะพ้นโทษในคดีพรากผู้เยาว์มาได้ 7 เดือน ก่อนก่อเหตุได้ดื่มสุราจนมึนเมาและเกิดอารมณ์ทางเพศ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหากระทำชำเราเด็กที่อายุไม่ถึง 13 ปี พรากผู้เยาว์ และพาเด็กที่อายุไม่เกิน 15 ปี ไปจากผู้ปกครอง แชร์หน้านี้ :Share on Facebook (Opens in new window)Click to share on Twitter (Opens in new window)Click to share on Google+ (Opens in new window)Click to share on Tumblr (Opens in new...

Read More

เกษตร จ.น่าน รุดตรวจ ข้าวปลอม

จากเหตุที่ชาวบ้าน บ้านป่าหัด ออกมาเตือนภัยด้วยการเผาทดสอบข้าวที่คาดว่าจะเป็น ข้าวปลอม ปรากฏว่า ข้าวไหม้มีกลิ่นเหม็น เมื่อวานนี้ นายนเรศ ฝีปากเพราะ เกษตรจังหวัดน่าน ได้ตรวจสอบข้าวสารที่ต้องสงสัยว่าเป็นข้าวปลอม ซึ่งจากการตรวจเบื้องต้นพบว่า สภาพถุงกระสอบที่ใช้บรรจุข้าวสารเป็นการเลียนแบบยี่ห้อที่ชาวบ้านนิยมซื้อรับประทาน ซึ่งเป็นโลโก้รูปไก่และตัวอักษรภาษาจีนแต่มีสีที่อ่อนกว่า สำหรับเมล็ดข้าวในกระสอบ หากดูด้วยตาเปล่าจะพบว่า ข้าวที่รถนำมาเร่ขาย จะเป็นข้าวขาวที่มีลักษณะจุดเล็กขาวๆในตัวเม็ดข้าว ซึ่งเรียกว่า ข้าวท้องไข่ หรือ ข้าวท้องปลาซิว เกิดจากข้าวขาดน้ำในช่วงออกรวง และมีการนำมาทดสอบเผา ซึ่งพบว่า มีการไหม้เหมือนกัน แต่กลิ่นต่างกันเนื่องจากเป็นข้าวคนละชนิด ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าเป็นข้าวคุณภาพต่ำ และมีการปลอมปนผสมข้าวเหนียวบางส่วน ผลการตรวจในห้องปฏิบัติการ ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ มลิวรรณ์ กิจชัยเจิรญ และ อาจารย์ สุทธิดา ปัญญาอินทร์ อาจารย์สาขาอุตสาหกรรมเกษตร ได้นำข้าวที่สงสัยว่าเป็นข้าวปลอม ตรวจสอบลักษณะกายภาพด้วยกล้องจุลทรรศน์ในห้องปฏิบัติการ พบว่า ผลึกมีลักษณะเป็นเหลี่ยม แท่งแหลม แตกต่างจากกลุ่มข้าวสารอื่นๆ ที่จะมีลักษณะจับตัวเป็นแท่งมน ซึ่งหากต้องการผลที่ชัดเจน ต้องทำการตรวจอะมิโลส ซึ่งหากเป็นข้าวสารปลอม หรือ มีสิ่งปลอมปน ค่าอะมิโลสจะต่ำมาก แชร์หน้านี้ :Share on Facebook (Opens in new window)Click to share on Twitter (Opens in new window)Click to share on Google+ (Opens in new window)Click to share on Tumblr (Opens in new...

Read More

ประโยชน์ดีๆ จาก เบียร์ สวรรค์ของนักดื่ม

ประโยชน์ 10 อย่างจากการดื่ม เบียร์ ถึงการดื่ม เบียร์ จะมีผลข้างเคียงที่ไม่น่ายินดีสักเท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเบียร์ก็มีข้อดีไม่น้อยเช่นกัน เพราะเบียร์มีสารต่างๆ มากกว่า 1,000 ชนิด มีวิตามิน และเกลือแร่ช่วยให้เส้นประสาท และกล้ามเนื้อแข็งแรง แถมยังมี เหตุผลดีๆ ยังมีอีกมากมาย เช่น 1. เบียร์ ช่วยลดความดันโลหิต การดื่มเบียร์พอประมาณวันละไม่เกิน 1 กระป๋อง จะลดโอกาสเป็นความดันโลหิตสูง แต่เมื่อดื่มเกินวันละกระป๋อง จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการเป็นความดันโลหิตสูง 2. เบียร์ ป้องกันโรคหัวใจ งานวิจัยหลายชิ้นยืนยัน … แต่ว่าสำคัญคือต้องดื่มแค่วันละ1ดริ้งก์หรือวันละกระป๋อง เกินกว่านั้นจะเริ่มมีโทษจากด้านอื่น 3. เบียร์ ช่วยให้กระดูกแข็งแรง งานวิจัยจากบอสตัน1ชิ้น พบว่าการกินเบียร์วันละ 1 กระป๋อง อาจจะช่วยเพิ่มมวลกระดูกได้ในชายสูงอายุและหญิงวัยหมดประจำเดือน แต่ผู้วิจัยเตือนว่าเกิดเฉพาะในเบียร์ จำนวนผู้ร่วมทดลองยังไม่มากพอ ต้องระวังในการสรุปผลนอกจากนี้จากงานชิ้นเดียวกันนี้พบว่า การดื่มเบียร์มากกว่า 2กระป๋องต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงกระดูกหัก 4. เบียร์ ป้องกันนิ่วในไต งานวิจัย 2-3ชิ้น พบว่าการดื่มเบียร์วันละ1กระป๋องและการดื่มน้ำมากๆ เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยให้ป้องกันนิ่วทางเดินปัสสาวะเฉพาะในผู้ชาย … ส่วนในผู้หญิง ผลที่ได้ยังดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล 5. เบียร์ ช่วยต้านมะเร็ง งานวิจัยที่หลายๆคนอ้างถึงกัน คือการแช่เนื้อไว้ในเบียร์ ช่วยลดสารก่อมะเร็งในกลุ่ม heterocyclic aromatic amines ได้ประมาณ 70% ทั้งนี้ต้องแช่ประมาณ 4-6ชั่วโมง ,นอกจากนี้มีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าสารบางชนิดในเบียร์และในฮ็อปส์ที่ผสมในเบียร์ ช่วยลดการกลายพันธุ์ของเซลล์ในลำไส้ได้ ช่วยลดการตอบสนองของต่อมลูกหมากต่อฮอร์โมนเพศ ซึ่งอาจจะลดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ ปัญหาคือ นั่นคือในหลอดทดลองและห้องวิจัย … แต่พอมาดูข้อมูลทางระบาดวิทยา ดันปรากฎว่าการดื่มเบียร์(และเหล้า) อาจะมีส่วนทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งทางเดินอาหารส่วนปลาย มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งช่องปาก และมะเร็งท่ยังน่าสงสัยก็มีมะเร็งผิวหนังและมะเร็งรังไข่ ดังนั้นดื่มพอประมาณดีกว่า อย่าเกินวันละกระป๋อง อาจจะเสี่ยงตายจากมะเร็งเพิ่มขึ้นแต่ไปลดความเสี่ยงที่ข้ออื่นแล้วกัน 6. เบียร์ ช่วยให้อายุยืน จากรายงานวิจัยหลายๆชิ้นรวมกัน พบว่าการดื่ม เบียร์ ในระดับที่พอดี จะทำให้อายุยืนยาวขึ้นเพราะลดการเป็นเบาหวาน หลอดเลือดสมองและหัวใจตีบ...

Read More

แตกตื่น หลวงพ่อคูณ สรีระสังขารเป็นสีชมพู หลังฉีดน้ำยา

รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานทางวาจาจากอาจารย์ประจำภาควิชากายวิภาคศาสตร์ ที่ดูแลการดองสรีระสังขารพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ว่าหลังการฉีดน้ำยารักษาสภาพแล้วผิวหนังหลวงพ่อคูณได้เปลี่ยนเป็นสีชมพู ต่างจากการดองร่างอาจารย์ใหญ่ทั่วไปที่ผิวหนังจะมีสีเขียว ขณะนี้กำลังรอผลข้อเท็จจริงจากภาควิชากายวิภาคศาสตร์อย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน บรรยากาศที่บริเวณชั้นล่างอาคารผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ ยังคงมีประชาชนเดินทางมากราบภาพหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ กันอย่างต่อเนื่อง โดยทาง มข.จัดดอกบัวให้บริการประชาชนเช่นเดิม พร้อมนำตู้บริจาคให้ประชาชนร่วมบุญกุศล สมทบเข้ากองทุนหลวงพ่อคูณ เพื่อรักษาพระภิกษุอาพาธในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ตั้งไว้ให้ร่วมทำบุญด้วย รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำหนดการพระราชทานเพลิงศพ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายน 2561 โดยระบุว่า หลังจากครบกำหนดการเป็นอาจารย์ใหญ่ให้กับนักศึกษาแพทย์คณะแพทยศาสตร์ เป็นเวลา 3 ปี ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนของการพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่ ร่วมกับอาจารย์ใหญ่ทั้งหมด ที่ครบกำหนดการจัดการเรียนการสอน ด้าน รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี มข. เปิดเผยถึงภาพรวมการจัดงานบำเพ็ญกุศลสรีระสังขาร หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ว่าประสบผลสำเร็จน่าพอใจ ยอดเงินบริจาคทำบุญขณะนี้ 51 ล้านบาทเศษ ค่าใช้จ่ายตลอดงานประมาณ 6.6 ล้านบาทเศษ ตลอดระยะเวลาจัดงานตั้งแต่วันที่ 16-24 พ.ค. รวม 9 วัน 8 คืน มีประชาชนมาร่วมงานประมาณ 2 ล้านคน แชร์หน้านี้ :Share on Facebook (Opens in new window)Click to share on Twitter (Opens in new window)Click to share on Google+ (Opens in new window)Click to share on Tumblr (Opens in new...

Read More

คุก 2 ปี สนธิ-จำลอง 6 แกนนำพันธมิตรฯ คดีบุกทำเนียบรัฐบาล ปี 51

ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี พลตรี จำลอง ศรีเมือง, นาย สนธิ ลิ้มทองกุล, นายพิภพ ธงไชย, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์, นายสมศักดิ์ โกศัยสุข และ นายสุริยะใส กตะศิลา 6 แกนนำ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปและร่วมกันทำให้ให้เสียทรัพย์ กรณีร่วมกันบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ส.ค.- 3 ธ.ค. 2551 จำเลยทั้ง 6 คน นำกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปยังทำเนียบรัฐบาล เพื่อปิดล้อมทางเข้าออกทุกด้าน ทำลายสิ่งของเครื่องมือ กุญแจประตู และแผงกั้น พร้อมนำรถ 6 ล้อติดเครื่องขยายเสียง ไปหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย ทำให้สนามหญ้าและต้นไม้ประดับตาย และยังทำให้ระบบฉีดน้ำอัตโนมัติ ระบบไฟสนาม หน้าตึกไทยคู่ฟ้าและหน้าตึกสันติไมตรี ได้รับความเสียหายรวม 5 ล้านบาท และยังพบน้ำฝนซึมขังในถุงดำที่ห่อหุ้มกล้องวงจรปิด ทำให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกล้องเสียหายรวม 10 ตัว ค่าเสียหาย 1,766,548 บาท โดยจำเลยทั้ง 6 คน ได้ให้การปฏิเสธ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์มีตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล เบิกความยืนยันว่าจำเลยทั้ง 6 เป็นแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตร ชักชวนให้ผู้ชุมนุม กดดันให้นายสมัคร สุนทรเวช รัฐบาลในขณะนั้นลาออกจากตำแหน่ง โดยมีการวางแผน ดาวกระจาย ให้ผู้ชุมนุมบุกรุกไปยังสถานที่ราชการต่างๆ รวมถึงทำเนียบรัฐบาล ซึ่งผู้ชุมนุมได้ปีนรั้ว ตัดโซ่คล้องประตู ผลักดันแผงเหล็ก บุกเข้าไปตั้งเวทีปราศรัย และชุมนุม ด้านหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนออกจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2551 ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์มีตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ประจำทำเนียบรัฐบาล เบิกความยืนยันว่าจำเลยทั้ง 6 มีความผิดฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และบุกรุกตามฟ้องจริง ถือเป็นความผิดกรรมเดียวกัน แม้จำเลยทั้ง 6...

Read More


แฟนเพจ

ช่องทางอื่นๆของ Thairats