Author: บก.ข่าว ว๊าว!

เทคนิคดีๆวิธีช่วย ‘ลดไข้ลูก’ การใช้ผ้าพันขาลดไข้

วันนี้เว็บไซต์ Thairats.com จะมาแนะนำเทคนิคดีๆวิธีช่วย ‘ลดไข้ลูก’ ให้กับคุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองกันนะคะ เพราะหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่าก่อนว่าการลดไข้ลูก ไม่เพียงแค่เช็ดตัวเพื่อลดไข้ แต่ยังมีวิธีอื่นอีกด้วย ‘การใช้ผ้าพันขาลดไข้ ให้ลูก’ เพื่อการลดไข้ เป็นวิธีที่ง่ายอีกทั้งยังไม่ทำร้ายสุขภาพลูกน้อยอีกด้วย คุณพ่อคุณแม่ท่านไหนพบว่าลูกตัวร้อน มีไข้อ่อน ๆ และไม่อยากให้ลูกน้อยของคุณต้องกินยาเยอะ เพราะกลัวว่ายาเหล่านั้นถ้ากินไปในปริมาณมากจะทำร้ายสุขภาพของลูก แนะนำลองวิธีนี้กันดูในเบื้องต้นก่อนนะคะ ผ้าพันขาลดไข้ เป็นหนึ่งในวิธีที่กุมารแพทย์ชาวเยอรมันแนะนำ และเป็นที่นิยมใช้ในครอบครัวชาวตะวันตก ใช้ในกรณีที่เด็กไม่ได้มีอาการไข้สูง ซึ่งบอกต่อกันมาว่ามันได้ผลดีมาก โดยวิธีดังกล่าวแนะนำโดยกุมารแพทย์ของต่างประเทศ เผยว่าการใช้ ‘ผ้าพันขาลดไข้’ ช่วยให้ลูกไข้ลดอย่างได้ผล โดยที่ไม่ต้องกินยาเยอะ การพันขาเพื่อลดไข้ ไม่ใช่วิธีการรักษาแบบพื้นบ้าน แต่จริงๆแล้วมีแนวคิดมาจากด้านวิทยาศาตร์ ที่รับรองออกมาแล้วโดยคุณหมอ เปิดเผยว่าวิธีนี้กับ ‘การให้เหงื่อออกเพื่อลดไข้’ ใช้หลักการเดียวกันกับการใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นๆ มาเช็ดตัวเพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ทำให้หลอดเลือดขยายตัว ช่วยกระจายความร้อนจึงสามารถช่วยลดไข้ได้ วิธีการก็คือ ใช้ผ้าขนหนูร้อนๆทำให้เปียก แล้วบีบหมาดพันรอบน่องของเด็ก แต่ต้องห้ามร้อนเกินไป แนะนำจะต้องมีอุณหภูมิสูงกว่าร่างกาย อย่าพันแน่นจนเกินไป และทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงเอาออก กุมารแพทย์ Qingjun ระบุว่า การเอาผ้ามาพันขาจะช่วยทำให้ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานดีขึ้น ขณะที่ผ้าค่อย ๆ เย็นลง ผ้าขนหนูก็จะซับเอาความร้อนออกไปจากร่างกาย สามารถช่วยลดอุณหภูมิร่างกายได้ ซึ่งเป็นวิธีที่ชาวเยอรมันนิยมใช้กันเกือบทุกบ้าน ทั้งนี้ในประเทศเยอรมัน จะมีกุมารแพทย์ทำการเปิดคลาสสอนพ่อแม่ในการดูแลลูกน้อยที่บ้าน ก่อนที่จะมาพบแพทย์ เช่น การจัดการกับอาการหวัดเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือ กรณีที่ลูกมีไข้อ่อน ๆ ซึ่งวิธีการนี้ไม่เพียงแต่ชลออาการของเด็กก่อนถึงโรงพยาบาลไม่ให้หนักมากยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลของแต่ละครอบครัวลงได้อีกด้วย เป็นยังไงกันบ้างคะนอกจากการเช็ดตัวเพื่อลดไข้ให้ลูกแล้ว วันนี้คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองที่มีลูกหลานตัวน้อย รู้แล้วใช่มั้ยคะว่าก็ยังมีวิธีอื่นอยู่ด้วย ลองนำวิธีดังกล่าวไปทดลองใช้กันดูได้นะคะ เรียบเรียงข้อมูลโดย : แอดมินเว็บไซต์ Thairats.com ข้อมูล ภาพ เพิ่มเติมจาก : www.liekr.com แชร์หน้านี้ :Share on Facebook (Opens in new window)Click to share on Twitter (Opens in new window)Click...

Read More

ไขข้อสงสัย! ทำไมถึงไม่ควรใช้กล้วยเลี้ยง ‘เด็กทารก’

คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ป้ายแดงหลายคนคงอาจจะสงสัย และตั้งคำถามว่า ทำไม ? คนโบราณสามารถใช้ ‘กล้วย’ มาป้อนเพื่อเลี้ยงเด็กทารกได้ แต่ทำไมในยุคนี้แพทย์แผนปัจจุบันถึงไม่ไม่แนะให้ผู้ปกครองใช้กล้วยมาป้อน เพื่อเลี้ยงเด็กทารก วันนี้ เว็บไซต์ Thairats.com จะมาไขข้อสงสัยกันนะคะ ใน ‘กล้วย’ ทุกชนิด ขณะที่ยังเป็น ‘กล้วยดิบ’ นั้นเนื้อกล้วยจะมีแป้งเป็นส่วนประกอบมากกว่าน้ำตาล โดยแป้งของกล้วย จะมีส่วนที่ไม่สามารถย่อยได้ในทางเดินอาหารมนุษย์ อยู่ในสัดส่วนที่สูงกว่าผลไม้ชนิดอื่น โดยแป้งชนิดนี้ ทำให้เกิดอาการ ท้องผูก , ท้องอืด , และ ปวดท้อง ได้แม้ในผู้ใหญ่ และสำหรับ ‘เด็กทารก’ ความสามารถในการย่อยแป้งน้อยกว่าผู้ใหญ่อยู่แล้ว จึงเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาได้ ข้อ 1. ‘Resitance Strach’ หรือแป้งที่ย่อยไม่ได้นี้ จะเปลี่ยนสภาพไปเป็นน้ำตาลเมื่อกล้วยสุกงอม โดยต้องเป็นการสุกแบบธรรมชาติ หากมีการเก็บกล้วยไว้ในที่เย็นหรือบ่มกล้วยด้วยวิธีอื่นๆ การเปลี่ยนแป้งไปเป็นน้ำตาลจะลดลง ข้อ 2. กล้วยในปัจจุบันที่ขาย มักจะถูกตัดมาตั้งแต่ยังไม่สุก แล้วมีการขนส่ง การบ่มหรือ การแช่เย็นระหว่างทาง ดังนั้นโอกาสที่แป้งจะเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาลได้ทั้งหมดก็จะลดลง ข้อ 3. การเลือกกล้วยให้เด็กทารกกินของคนสมัยก่อน จะเป็นการเลือกกล้วยที่สุกงอม คือกล้วยมีการเปลี่ยนสีเปลือกเป็นสีดำบ้างแล้ว และเนื้อภายในนุ่มเละ เพราะแป้งถูกเปลี่ยนไปเป็นน้ำตาล อีกทั้งคนที่ป้อนบางครั้งมีการเคี้ยวกล้วยก่อน ‘เอนไซม์อะไมเลส’ จากน้ำลายจะช่วยย่อยแป้งในกล้วยที่ยังเหลืออยู่ให้หมดไป ข้อ 4. ในปัจจุบันคนจำนวนไม่น้อยเลือกกล้วยให้เด็กทารก เป็นกล้วยที่เป็นสีเหลืองสวยงาม ลูกไหนดำๆก็ไม่ค่อยเอาให้กิน แถมช่วงหนึ่งที่กล้วยน้ำว้าหายาก ก็มีแต่กล้วยหอม ซึ่ง ‘กล้วยหอม’ มีสัดส่วนของแป้งที่ย่อยไม่ได้มากกว่า ‘กล้วยน้ำว้า’  แถมเมื่อความรู้เพิ่มขึ้น คนเรามักจะไม่เคี้ยวกล้วย หรือ ข้าวในปากแล้วคายไปป้อนเด็ก เพราะเสี่ยงต่อการติดเชื้อ นั่นก็เลยทำให้แป้งไม่ถูกย่อยด้วย ‘เอนไซม์อะไมเลส’ ในน้ำลาย ข้อ 5. ทางเดินอาหารของ ‘เด็กทารก’ มีความสามารถในการย่อยแป้ง ไม่มากนัก และจะย่อยได้ดีขึ้นได้เรื่อยๆเมื่ออายุมากขึ้น ปัญหาก็คือ เด็กทารกแต่ละคนไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่อาจจะเริ่มย่อยได้ดีตั้งแต่อายุ 3 เดือน และกินกล้วยได้โดยไม่มีปัญหาอะไร แต่หากเด็กคนนั้นโชคไม่ดี ลำไส้ย่อยไม่ได้ ก็อาจจะเกิดการอุดตันได้ แม้จะไปป้อนตอนอายุ 4 – 5...

Read More

เหลือไว้เพียงตำนาน! “โรนัลดินโญ่” ประกาศแขวนเกือกอย่างเป็นทางการ

โรนัลดินโญ่ ตำนานแข้งแซมบ้า ล่าสุดเอเย่นต์ส่วนตัวประกาศว่าเขาตัดสินใจปิดฉากอาชีพการค้าแข้งอย่างเป็นทางการแล้ว โรนัลดินโญ่ อดีตยอดเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติบราซิล และ บาร์เซโลน่า ตัดสินใจยุติอาชีพค้าแข้งอย่างเป็นทางการ แล้วจากคำยืนยันของ โรแบร์โต้ เด อัสซิส เอเยนต์คู่ใจและพี่ชายของเจ้าตัวนั่นเอง ก่อนหน้านี้ “เจ้าเหยินน้อย” เกริ่นถึงเรื่องแขวนสตั๊ดตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อน จนกระทั่งล่าสุด โรแบร์โต้ อัสซิส ออกมายืนยันถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมกับแจงว่า แมตช์อำลาของ โรนัลดินโญ่ น่าจะเกิดขึ้นหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2018 “มันจบแล้ว เขาเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว จากนี้ ก็ถึงเวลาที่จะต้องจัดการอำลาให้ยิ่งใหญ่อย่างที่ควรจะเป็น ที่อาจจะทำหลังจาก ฟุตบอลโลก ที่รัสเซีย บางทีอาจจะเป็นเดือนสิงหาคมเราอาจจะมีออกอีเวนต์บ้าง ในบราซิล, ยุโรป และ เอเชีย แน่นอนเราอาจจะจัดแข่งกับทีมชาติบราซิลก็ได้นะ” พี่ชายและเอเยนต์ส่วนตัวของ โรนัลดินโญ่ กล่าว สำหรับ โรนัลดินโญ่ นั้น ถือเป็นพ่อมดในวงการลูกหนัง ซึ่งเจ้าตัวเริ่มต้นอาชีพนักเตะกับ เกรมิโอ ก่อนย้ายมาลุยยุโรปกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เมื่อปี 2001 และมาประสบความสำเร็จอย่างสูงกับ บาร์เซโลน่า โดยเจ้าตัวมีส่วนสำคัญที่พาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ในปี 2006 และในปีเดียวก็คว้า รางวัล บัลลงดอร์ มาครองอีกด้วย โดยในปี 2008 โรนัลดินโญ่ ย้ายไปค้าแข้งกับ เอซี มิลาน ก่อนที่จะต้องย้ายทีมอีกครั้งในปี 2011 ไปเล่นให้ ฟลาเมงโก้ ทีมจากประเทศในบ้านเกิด จากนั้นก็ย้ายไปเล่นให้ อัตเลติโก มิไนโร่ และ เกเรตาโร่ ก่อนปิดฉากกับ ฟลูมิเนนเซ่ ในปี 2015 ส่วนผลงานในทีมชาติบราซิลนั้น โรนัลดินโญ่ เป็นส่วนหนึ่งทีมชุดแชมป์โลกเมื่อปี 2002 ด้วย แชร์หน้านี้ :Share on Facebook...

Read More

แม่บ้านสาวโพสต์เตือนภัย! สุดซวย ‘กระจกเตาแก๊สระเบิด’ แตกกระจายเคราะห์ดีไร้คนเจ็บ

หญิงสาวรายหนึ่งออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเตือนภัย กระจกเตาแก๊ส เกิดระเบิดจนแตกกระจาย หลังจากใช้งานเสร็จ เผยอาจทนความร้อนไม่ไหว จึงเกิดระเบิดใช้งานมานานกว่า 3 ปี เป็นเตาแก๊สสองระบบ ขายในหลักพันบาทกระจกมีความหนา 7 มิลลิเมตร เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2561 ที่ผ่านมาผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ‘Weeya Salee’ ได้ออกมาโพสต์เตือนภัย เผยให้เห็นภาพ กระจกเตาแก๊สระเบิด ซึ่งกระจกเตาแก๊สยี่ห้อหนึ่ง เกิดระเบิดจนแตกกระจายไปทั่วบริเวณห้องครัว ของบ้านในพื้นที่ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยผู้โพสต์ระบุข้อความเล่าเหตุการณ์ว่า เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากทำกับข้าวเสร็จสักพักใหญ่ก็ได้ยินเสียงดังมาจากห้องครัว พร้อมเศษวัตถุของแข็งลอยกระจาย เมื่อวิ่งไปที่ครัวพบว่ากระจกเตาแก๊สแตกระเบิด และกระเด็นไปไกลมาก ทั้งนี้ยังบอกอีกด้วยว่าหลายคนอาจคิดว่า เตาแก๊สกระจก อาจจะสวยทำความสะอาดง่าย แต่กระจกมีขีดจำกัดของการทนความร้อน พอถึงจุดหนึ่งก็จะแตกระเบิดแบบนี้ ตอนเดินเข้าไปดูยังได้ยินเสียงลั่นกรอบๆ แกรบๆ อยู่เลย เตาแก๊สนี้ใช้มาประมาณ 3 ปีกว่า ไม่คิดเลยว่าจะแตกแบบนี้ อันตรายมาก ไม่รู้ว่ามันเป็นทุกรุ่นหรือไม่ แต่จะไม่ซื้อแล้วแบบหน้ากระจก และฝากบอกว่าบ้านไหนใช้แบบนี้ให้ระมัดระวัง จากการตจรวจสอบพบว่า เตาแก๊สดังกล่าว เป็นเตาแก๊สหน้ากระจก 2 ระบบหัวคู่ คือ เป็นหัวเตาอินฟราเรด 1 หัว และหัวเปลวไฟเทอร์โบ หน้ากระจกสวยหรู อย่างหนา 7 มม. ใช้ได้กับก๊าซหุงต้มทั่วไป ราคาขายอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาท โดยผู้ผลิตรับประกันสินค้า 1 ปี ข้อมูล ภาพ ข่าว : เฟซบุ๊ก Weeya Salee แชร์หน้านี้ :Share on Facebook (Opens in new window)Click to share on Twitter (Opens in new window)Click to share on Google+ (Opens in...

Read More

งานเข้า! ทนายดังจ่อเอาผิด สาวสองไลฟ์สดขายของสุดสยิว ลั่นเพิ่งเสร็จกิจกับแฟนหนุ่ม (ชมคลิป)

นักกฎหมายชื่อดัง ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร เจ้าของเพจเฟซบุ๊กชื่อ ‘ทนายคู่ใจ’ ได้ออกมาเผยถึงกรณีที่โลกโซเชียลแห่แชร์คลิป สาวสองไลฟ์สดขายของสุดสยิว สวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น ทำท่าทางยั่วยวนไลฟ์สดขายครีม ว่าการทำเช่นนี้ ส่อผิดกฎหมายอาญาอนาจาร-พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์คลิป สาวสองไลฟ์สดขายของสุดสยิว ที่สวมใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น โดยในระบุในคลิปว่าตนนั้นเพิ่งมีเพศสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มเสร็จ จึงมาไลฟ์สดขายของต่อทำน้ำเสียงครวญคราง โชว์ลีลาสุดสยิว ถึงแม้ในคลิปแฟนหนุ่มจะตะโกนห้ามแล้วก็ตามแต่สาวประเภทสองรายนี้ก็ยังไม่ยอมหยุด แถมพูดตอกกลับว่า ‘ทำแบบนี้จะขายของดี ต้องโชว์ผิว โชว์หุ่น ห้ามว่าเธอ’ ซึ่งหลังจากคลิปนี้ถูกแชร์ไปในโลกโซเชียลทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาวิจารณ์เป็นจำนวนมากถึงเรื่องความไม่เหมาะสม ล่าสุดเมื่อวานนี้ 15 มกราคม 2561 ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก ‘ทนายคู่ใจ’ ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า หากดูแค่ภาพก็จะเห็นสาวคนดังกล่าวใส่กางเกงรัดรูปสีเนื้อ ไม่มีการเห็นของสงวนส่อไปในเรื่องเพศ อาจจะไม่เข้าข่ายการกระทำอนาจาร แต่เมื่อดูทั้งคลิปที่มีภาพและเสียง จะเห็นได้ว่า มีการพูดเชิญชวน ครวญครางส่อในทางด้านเพศ ฉะนัน้จะถือได้ว่าการกระทำของสาวคนดังกล่าวนั้น เข้าข่ายการกระทำผิด388 ระบุ ผู้ใดกระทำการอันควรขายหน้าต่อหน้าธารกำนัล โดยเปลือยหรือเปิดเผยร่างกาย หรือกระทำการลามกอย่างอื่น ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท ทั้งยังเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (4) ในเรือ่งของการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆที่มีลักษณะลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดย ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร ยังระบุเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ‘การขายครีมหรือสินค้าต่างๆที่มีค่านิยมโชว์เรือนร่าง หรือพฤติกรรมที่ส่อไปทางด้านเพศ ไม่ว่าจะเป็นสาวแท้หรือสาวสองก็ตาม โดยไม่คำนึงว่าสิ่งที่ทำนั้นขัดต่อกฎหมายหรือไม่ แต่ทำเพื่อความดังเท่านั้น ก็อยากจะขอให้ฉุกคิดสักนิดว่าสิ่งที่ทำนั้นมันคุ้มค่ากับการที่คุณต้องเสียประวัติ มีคดีติดตัวหรือไม่ ที่สำคัญพฤติกรรมเช่นนี้เป็นเรื่องที่น้องๆหนูๆเยาวชนไม่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อสังคมไทยจะได้น่าอยู่ยิ่งขึ้น โดยการเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน และหากไม่มีผู้ที่ออกมาช่วยกัน ก็คงจะเป็นทนายแถวนี้ออกไปที่สถานีตำรวจเองก็ได้ ‘ ข้อมูล ภาพ ข่าว : เพจเฟซบุ๊ก ทนายคู่ใจ แชร์หน้านี้ :Share on Facebook (Opens in new window)Click to share on Twitter (Opens in...

Read More


แฟนเพจ

ช่องทางอื่นๆของ Thairats