หลังจากที่รายการฟุตบอลยอดนิยมของแฟนบอลชาวไทย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้จบฤดูกาลลงไปแล้วนั้น และ ทีมสโมสรเชลซี เป็นทีมที่สามารถคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 ด้วยคะแนนรวมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังสร้างสถิติใหม่อื่นๆให้กับสโมสรอีกด้วย

สถิติที่น่าสนใจของเชลซีในการคว้าแชมป์ลีกซีซั่นนี้

ทีม “สิงห์บลู” เชลซี ทีมยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ผงาดคว้าแชมป์เป็นสมัยที่ 5 นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก “ดิวิชั่น 1” มาเป็น “พรีเมียร์ลีก” โดยฤดูกาลนี้พวกเขาเก็บแต้มได้ทั้งหมด 93 คะแนน ซึ่งเป็นการเก็บแต้มได้มากที่สุดใน 1 ฤดูกาล และการคว้าแชมป์ในครั้งนี้ก็ทำให้ จอห์น เทอร์รี่ กองหลังเลือดผู้ดี กลายเป็นตำนานของทีมและเป็นกัปตันทีมคนแรกที่ได้ 5 แชมป์กับต้นสังกัด โดย “เทอร์รี่” เป็นแชมป์กับ “สิงห์บลู” มาตั้งแต่ฤดูกาล 2004-05, 2005-06, 2009-10, 2014-15 และ 2016-17

 

เก็บคะแนนได้มากที่สุดใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 93 คะแนน

แม้ว่าทาง สโมสรเชลซี จะเป็นทีมที่มีคะแนนสูงสุด และเป็น แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้จากการการลงเล่น 38 นัด โดยมีชัยชนะ 30 ครั้ง เสมอ 3 ครั้ง และแพ้ 5 ครั้ง ทำคะแนนสูงสุด 93 คะแนนแต่ก็ไม่ไช่สถิติที่ดีที่สุดของทางสโมสรที่มีการบันทึกไว้ เพราะในฤดูกาล 2004-2005 สามารถทำคะแนนรวมสูงสุดถึง 95 คะแนน

เก็บชัยชนะได้ 30 นัด ต่อ 1 ฤดูกาล (สถิติสูงสุดใหม่)

ปีนี้นับว่าเป็นปีที่ดีปีหนึ่งของทาง สโมสรเชลซี เพราะสามารถสร้างสถิติในการเก็บชัยชนะสูงสุดต่อฤดูกาล 30 นัด นับว่าเป็นที่ดีที่สุดของเชลซีตั้งแต่ด่อตั้งสโมสร โดยผลงานการเล่นก่อนหน้านี้ เชลซี สามารถเก็บชัยชนะสูงสุดเพียงแค่ 29 ครั้งจากกการลงเล่นทั้งหมด 38 ครั้ง ซึ่งสถิติดังกล่าวเกิดขึ้นในฤดูกาล 2004-05 และ 2005-06 ในในปีนี้ เชลซี สามารถเก็บชัยชนะจากการลงเล่นในเกมเหย้าทั้งหมด 17 ครั้ง และจากเกมเยือน 13 ครั้ง ซึ่งสถิติการเล่นเป็นทีมเยือนที่ดีที่สุดนั้นเป็นยุคที่ มูรินโญ่ คุมทีมในฤดูกาล 2004-05 ซึ่งสามารถเก็บชัยชนะในเกมเยือนได้ทั้งสิ้น 19 ครั้ง

ยิงประตูจำนวน 85 ประตู

ในฤดูกาล 2016-17 ที่สิ้นสุดลงไป สโมสรเชลซี ภายใต้การคุมทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ จะสามารถทำประตูได้ถึง 85 ประตูและยังเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่เมื่อเทียบกับสถิติการทำประตูสูงสุดในฤดูกาล 2009-2010 ที่มี คาร์โล อันเชล็อตติ เป็นผู้จัดการทีม ฤดูกาลนั้น เชลซี สามารถทำประตูได้ถึง 103 ประตู

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments