วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตกุนซือทีมชาติไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในกุนซือที่สมัครเข้ามาคุมทีมชาติไทย ได้โพสต์อำลาประเทศไทยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยคาดว่าเขาน่าจะชวดโอกาสการนั่งแท่นเก้าอี้กุนซือคนใหม่อย่างแน่นอนแล้ว

อดีตกุนซือทีมชาติไทยวัย 67 ปี ได้เดินทางมาพบกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่เขาจะกลับเข้ามานั่งเก้าอี้กุนซือของ ทีมชาติไทยอีกครั้ง แต่ทว่าดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะอดกลับเข้ามารับตำแหน่งอีกครั้งแล้ว หลังจากที่โพสต์ข้อความอำลาประเทศไทย พร้อมกับขอบคุณ สมาคมฟุตบอลไทย ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขาแล้ว

“พรุ่งนี้ผมจะบินไปอีกประเทศหนึ่งแล้ว ผมก็เลยอยากกล่าวขอบคุณเพื่อนๆ ทั้งเก่าและใหม่ ก่อนที่ผมจะวุ่นวายกับการเดินทาง ตอนแรกผมตั้งใจจะมาพักกรุงเทพฯแค่ 10 วัน เพื่อมาพบเพื่อน : คุณนิกร (อดีตนายทหาร พระ นักปราชญ์ผู้มีหัวใจอ่อนโยน และล่ามไทย-เยอรมัน ที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ), คุณสมเกียรติ (เจ้าภาพชั้นเลิศและประธานสโมสรกระบี่ เอฟซี); ปวิน ภิรมย์ภักดี จากบางกอกกล๊าส (แฟนฟุตบอลพันธุ์แท้และคนดีมากๆ), เพื่อนผมจากบางกอกกล๊าสอีกคน คุณศุภสิน ผู้ที่ไม่เพียงมีปรัชญาฟุตบอลเดียวกันกับผม ซึ่งเน้นการทำงานหนักและการวางแผนระยะยาว แต่ยังได้แนะนำให้ผมได้รู้จักกับมาดามแป้ง ผู้ที่ทำงานอย่างหนักหน่วงให้กับฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชีวิตเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย สู้ๆ นะครับนักเตะหญิง ขอให้คว้าบอลโลกมาให้ได้”

“ผมได้รับคำเชิญทุกวันที่เมืองไทย ผมตื่นเต้นและรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้พบปะผู้คนใหม่ๆ และเดินทางไปหลายที่ในประเทศไทย นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาพักผ่อนที่นี่ ไม่ได้มาทำงาน มันเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ดีมาก ผมได้สร้างมิตรภาพใหม่ๆ คุณสุวิท พิพัฒน์วิไลกุล จากอุดรธานี เป็นเจ้าภาพที่ดีมากและให้ความรู้ผมมากเกี่ยวกับภาคอีสาน คุณณัฐพล ทีปสุวรรณ ไอเดียและความทุ่มเทของเขาด้านเยาวชนเป็นสิ่งที่ผมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ความฝันของเขาที่จะก่อตั้งฟุตบอลอะคาเดมี่สร้างแรงบันดาลใจให้ผมมาก และแน่นอน เพื่อนๆไทยฮอนด้าที่น่ารัก คำขวัญของสโมสร “Club of Tomorrow” แสดงให้เห็นถึงสปิริตของความสำเร็จได้เป็นอย่างดี ทำงานหนักและอย่างตรงไปตรงมา สร้างรากฐานที่ดีและวางแผนระยะยาว นั่นคือทิศทางที่ควรไป ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนสำหรับการต้อนรับที่ดีครับ”

“ผมเซอร์ไพรส์ตอนที่อยู่ดีๆ ก็ได้รับอีเมลจากสมาคมฟุตบอลไทย แน่นอนผมตอบรับคำเชิญให้ไปพบท่านนายกสมาคม หลังจากที่คุณเฮงได้ขึ้นมาเป็นประธานเทคนิค ผมได้แสดงความยินดีกับเขาและบอกเขาว่าผมจะช่วยเท่าที่ผมจะช่วยได้ โดยเฉพาะการก่อตั้งการทำงานร่วมกันระหว่างประเทศไทยและเยอรมนี ซึ่งเป็นโครงการที่ผมเสนอไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ผมได้พบกับคุณสมยศ ผมมั่นใจว่า เขาต้องการทุ่มเทให้กับฟุตบอลไทย เขามีทั้งแรงพลังและความกระตือรือร้น ถ้าผมได้รับเชิญไปที่ไหน ผมไม่เคยไปมือเปล่า ผมจึงได้เสนอคอนเซปต์พัฒนาฟุตบอล ซึ่งมีตั้งแต่ขั้นตอนเร่งด่วน ไปจนถึงการเตรียมตัวสำหรับ Asian Cup 2019 และ ฟุตบอลโลกปี 2022 รอบคัดเลือก, การร่วมมือกันระหว่างบุนเดสลีกา/สมาคมฟุตบอลเยอรมันและสมาคมฟุตบอลไทย, โครงสร้างและแผนการที่เริ่มตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงระดับทีมชาติ, การศึกษาของโค้ชไทยระดับเยาวชนที่มีความกระตือรือร้นสูง ผมหวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจ”

“ผมมาอยู่ที่นี่ได้สามอาทิตย์และผมก็สนุกมาก สิ่งที่ผมชื่นใจที่สุดคือแรงสนับสนุนจากพวกคุณ มีคนเข้ามาถามคำถามผมหลายคน และนั่นเป็นแรงบันดาลใจให้ผมเริ่มเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ด้านฟุตบอลของผม ซึ่งผมไม่เคยนึกว่าผมจะสนุกกับมันขนาดนี้ ผมคิดว่าผมจะเขียนต่อไปเรื่อยๆ ถ้ามีสำนักพิมพ์ไหนอ่านอยู่ ส่งข้อความมาหาผมได้เลย สวัสดีครับ”

ทั้งนี้ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย จะปิดรับสมัครแคนดิเดตโค้ชคนใหม่ทีมชาติไทย ภายในวันที่ 24 เมษายน 2560