ลมหนาวมาแล้ว ปีนี้เค้าพยากรณ์ไว้ว่าจะหนาวกว่า 2-3 ปีที่ผ่านมา และหนาวนานกว่าทุกปี ว่าแล้วก็หยิบแผนที่ออกมากางแล้วหาทะเลหมอกสวยๆนอนชมดาวกันดีกว่า Thairats รวบรวม สุดยอดทะเลหมอก 10 แห่งที่นักท่องเที่ยวที่ชอบอากาศหนาวไม่ควรพลาด จะเป็นที่ไหนบ้างมาดูกัน

1. ภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย

ภูชี้ฟ้า

อันดับหนึ่งสถานที่ชมทะเลหมอกยอดฮิตของเมืองไทย คงต้องยกให้ “ภูชี้ฟ้า” ทะเลหมอกสีขาวแผ่ทอดยาวไกลสุดลูกตา ทิวทัศน์ของภูเขาเล็กใหญ่สลับไปมา เป็นเขตที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดปี เรียกได้ว่าสวยบาดตาบาดใจ โดยสามารถเริ่มชมทะเลหมอกกันได้ตั้งแต่ช่วงฤดูฝนไปจนตลอดฤดูหนาวเลยทีเดียว
ที่ตั้งภูชี้ฟ้า : ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

2.ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

ดอยเสมอดาว

ดอยสูงสมชื่อ “เสมอดาว” ที่นอกจากจะเป็นจุดชมดาวยามค่ำคืนแล้ว ยังเป็นทั้งจุดชมแสงแรกและแสงสุดท้ายแห่งวัน และเป็นจุดชมทะเลหมอกสวยงามในยามเช้าอีกด้วย ที่สำคัญในบริเวณไม่ไกลกันก็ยังมีจุดชมวิวอีกแห่งที่ผาหัวสิงห์ซึ่งในบริเวณนี้สามารถมองเห็นวิวได้ไกลแบบรอบด้าน 360 องศา และสามารถมองเห็นวิวแม่น้ำน่านและตัวอำเภอนาน้อยได้อีกด้วย ที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ด้วย
ที่ตั้งดอยเสมอดาว : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน อ. นาน้อย จ. น่าน

3.กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่

กิ่วแม่ปาน จังหวัดเชียงใหม่

กิ่วแม่ปาน ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยงามอีกจุดหนึ่งของดอยอินทนนท์ ป่าแห่งนี้จะมีเมฆปกคลุมเกือบตลอดปี ทำให้เรารู้จักโครงสร้างป่าเมฆที่สมบูรณ์ ได้เห็นการฟื้นฟูป่าตามธรรมชาติตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจนถึงระยะสุดท้าย เมื่อไปถึงยอดจุดชมวิวจะเห็นเมืองเชียงใหม่จากด้านบนซึ่งสวยมาก ถัดจากจุดชมวิวไปจะเป็นทางเดินเลียบไปตามสันเขาเลียบหน้าผา มีความกว้างประมาณ 1 เมตร ซึ่งจะสามารถเดินได้เพียงคนเดียว จึงเป็นที่มาของชื่อว่า “กิ่วแม่ปาน”

4.ห้วยน้ำดัง จังหวัดเชียงใหม่

ห้วยน้ำดัง

อุทยานห้วยน้ำดัง มีชื่อเสียงในการเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยติดอันดับต้นๆ ของประเทศเลยทีเดียว ที่นี่ครอบคลุมท้องที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยตั้งอยู่บนเทือกเขาถนนธงชัย จุดชมวิวบริเวณห้วยน้ำดังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามและมีชื่อเสียงมาก มองเห็นดอยเชียงดาว ทั้งยังสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้น พร้อมกับความงามอันน่ามหัศจรรย์ของทะเลหมอกในช่วงเช้าตรู่ได้ นอกจากนี้ ในช่วงปลายฤดูหนาวจะสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่มีสีสันสวยงาม

5.ภูทอก จังหวัดเลย

ภูทอก

จุดชมวิวภูทอก อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย สถานที่นักท่องเที่ยวจะสามารถสัมผัสปุยของทะเลหมอกได้อย่างใกล้ชิดแบบสุด ๆ ถ้าหากมองในระยะไกลเบื้องหน้าจะเห็นวิวทะเลหมอกขาวโพลนตัดกับแสงสีส้มของพระอาทิตย์ ซึ่งนอกจากวิวของทะเลหมอกแล้วยังเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิว 360 องศา แบบพาโนราม่าของเมืองเชียงคานได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นแก่งคุดคู้และลำน้ำโขง ด้วยภูแห่งนี้มีลักษณะเป็นภูเขาสูง ทำให้ทัศนียภาพโดยรอบบริบูรณ์ด้วยธรรมชาติสร้างสรรค์

6.ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

ภูทับเบิก

ภูทับเบิก อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,768 เมตร ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเพชรบูรณ์ ยังคงเป็นแหล่งชมทะเลหมอกยอดนิยมไม่เปลี่ยนแปลง ด้วยภูมิประเทศมีความงดงามอย่างมาก เต็มไปด้วยทะเลภูเขา ป่าไม้และธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ อากาศบริสุทธ์ เย็นสบายตลอดปี ในตอนเช้ามีหมอกและกลุ่มเมฆ มองเห็นเป็นทะเลหมอกตัดกับยอดภูสีเขียว และยังเป็นเป็นแหล่งปลูกกะหล่ำปลีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย

7.ดอยอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

ดอยอ่างขาง

ดอยอ่างขางมีอากาศเย็นเกือบตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 17องศาเซลเซียส เราจึงสามารถไปเที่ยวดอยอ่างขางได้ตลอดทั้งปี ในช่วงเดือนเมษายนเป็นช่วงหน้าร้อนแต่ก็ไม่ร้อนจัด ส่วนดอยอ่างขางหน้าฝนถือเป็นช่วงโลว์แต่ก็ไม่หนาวมากและได้ชมหมอกสวย ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคมเป็นช่วงไฮซีซั่นของที่นี่ เพราะมีอากาศหนาวและนักท่องเที่ยวนิยมไปดูปรากฎการณ์แม่คะนิ้งหรือน้ำค้างแข็ง

8.ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย

ดอยผาตั้ง

ดอยผาตั้ง เป็นยอดดอยในเทือกเขาหลวงพระบาง เป็นเส้นแบ่งเขตไทย-ลาว อยู่ห่างจากภูชี้ฟ้าประมาณ 30 กิโลเมตร ดอยผาตั้ง ถือเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง ชาวท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ คือ ชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ปลูกพืชเมืองหนาว เช่น บ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา เป็นหนึ่งสีสันแห่งวัฒนธรรมชนเผ่า

9.ภูห้วยอีสัน จังหวัดหนองคาย

 

ภูห้วยอีสัน

จุดชมทะเลหมอกภาคอีสานที่ถือว่าเป็นอันซีนไทยแลนด์ เพราะน้อยคนนักที่จะรู้ว่าทะเลหมอกนั้นมีให้ชมที่ยอดดอยในภาคอีสานเช่นกัน จุดชมทะเลหมอกจุดนี้สามารถมองไปได้ไกลและเห็นทะเลหมอกลอยเด่นเหนือลำน้ำโขงที่ทอดกั้นระหว่างประเทศไทยและลาว โดยจะมีบริการรถอีแต๋นของชาวบ้านในพื้นที่พานักท่องเที่ยวขึ้นไปชมทะเลหมอกบนยอดภูในช่วงเช้าทุกวันของฤดูกาลนี้ ในระหว่างเวลา 05.30-9.00 น. เนื่องจากเป็นพื้นที่ๆ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำรถยนต์ส่วนบุคคลขึ้นไปได้

10.เขาไข่นุ้ย จังหวัดพังงา

เขาไข่นุ้ย

จุดชมวิวทะเลหมอกแห่งภาคใต้ที่มีความงามของทิวหมอกไล่ระดับที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น จัดเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวธรรมชาติแนวอันซีน เขาไข่นุ้ยมีจุดชมทะเลหมอก 2 จุด คือ บริเวณด้านบนและด้านล่างของเขา ที่ทั้ง 2 แห่งจะได้ชมวิวทิวทัศน์ทะเลหมอกในมุมที่สวยงามต่างกัน นอกจากนั้นไฮไลท์เด่นของที่นี่ก็คือ สามารถมาชมได้ทั้งวิวทะเลหมอก ชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ชมทิวทัศน์ขุนเขาและท้องทะเลอันดามันในมุมสูง

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments