จากกรณีที่เจ้าของร้านกาแฟแห่งหนึ่งใน จ.แพร่ ถูกเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์ค่ายเพลงแห่งหนึ่งจับปรับเงิน 20,000 บาท เนื่องจาก เปิดเพลงจากยูทูป ให้กับลูกค้าในร้านฟัง จนทำให้เกิดข้อสงสัยบนโลกออนไลน์ว่ากรณีนี้มันผิดจริงๆเหรอ

ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ออกมาชี้แจงเกียวกับกรณีดังกล่าวผ่านเฟซเพจเฟซบุ๊ก กรมทรัพย์สินทางปัญญา ว่า “การเปิดเพลงในร้านกาแฟ ร้านอาหาร ไม่ว่าจากสื่อใดๆ เช่น ซีดี ดีวีดี Youtube ถือเป็นการ เผยแพร่ต่อสาธารณชนที่ต้อง ได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน เพราะอาจเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์ และจากฎีกาที่ศาลได้เคยพิพากษาว่า การเปิดเพลงในร้านอาหารโดยไม่มีการเก็บค่าฟังเพลงด้วยถือว่า ไม่ได้หากำไรจากการเปิดเพลง ย่อมไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เป็นฎีกาเฉพาะคดีนั้น ซึ่งมีรายละเอียดข้อเท็จจริงเฉพาะเรื่องไม่อาจปรับใช้ได้กับการเปิดเพลงในร้านอาหารกรณีอื่นๆ ได้เสมอไป

ทั้งนี้ ได้ฝากถึงเจ้าของลิขสิทธิ์หรือบริษัทตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ ในสังคมไทยเราส่วนใหญ่อาจยังเข้าใจในประเด็นนี้ เพราะกฏหมายลิขสิทธิ์เป็นเรื่องที่ซับซ้อน จึงอยากให้วิธีการคือเข้าไปคุยเข้าไปเจรจา ให้มีการอนุญาตสิทธิ์ก่อน อย่าเพิ่งใช้วิธีการจับกุมดำเนินคดี ผู้ประกอบการบางรายไม่ทราบ จริงๆ ก็มีนะครับ ใช้วิธีการที่อะลุ่มอล่วย ก่อนดีกว่า กับภาวะที่คนไทยยังเข้าใจไม่ตรงกันในตอนนี้ สิ่งต่างๆที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต ใน social media เราอาจจะคิดว่าเป็นของฟรี แต่พึงระลึกไว้เสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างมีเจ้าของ ซึ่งการใช้ในบางลักษณะจะมีข้อยกเว้น แต่มีมากมายที่ถือว่าเป็นการละเมิด แต่เราอาจจะคิดว่า ก้ไม่เห็นมีใครมาว่าอะไร เพราะบางครั้งเจ้าของอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย หรือเจ้าของอาจจะคิดว่าถือว่าเป็นการช่วยเผยแพร่”

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments