อาการปวดท้อง เป็นอาการพื้นฐานที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย ซึ่งโดยปกติไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไร บางคนปล่อยทิ้งไว้สักพักก็หาย อย่างไรก็ตามการปวดท้องอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นในร่างกาย ส่วนจะสะท้อนว่าเป็นโรคอะไรบ้างไปดูกันเลย

  1. ปวดท้องบริเวณสะดือ หากปวดแบบมีลมในท้อง อาจเกิดจากลำไส้ทำงานผิดปกติ เช่น มีกรดหรือรับประทานอาหารมากไป
  2. ปวดท้องน้อย สาเหตุที่พบได้บ่อย ๆคือ ปวดประจำเดือน หรือ กระเพาะปัสสาวะอักเสบ
  3. ปวดท้องน้อยด้านขวา เป็นตำแหน่งของไส้ติ่ง ท่อไต และปีกมดลูก อาจเป็นอาการของไส้ติ่งอักเสบ ปีกมดลูกอักเสบ หรืออาจเกิดจากเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ไปข้างนอกโพรงมดลูก
  4. ปวดท้องน้อยด้านซ้าย อาจเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร หรือลำไส้แปรปรวน
  5. ปวดใต้ลิ้นปี่บริเวณซี่โครงล่างสุด อาจเกี่ยวกับโรคกระเพาะ แต่หากปวดรุนแรงร่วมกับอาการคลื่นไส้อาเจียน อาจเกิดจากตับอ่อนอักเสบ หากคลำเจอก้อนเนื้อค่อนข้างแข็งและมีขนาดใหญ่อาจหมายถึงตับโต
  6. ปวดชายโครงขวา หากกดแล้วเจอก้อนแข็ง ๆ บวกกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง แสดงว่ามีความบกพร่องเกี่ยวกับตับหรือถุงน้ำดี
  7. ปวดชายโครงซ้าย เป็นตำแหน่งของม้าม อาจมีปัญหาเกี่ยวกับม้าม เช่น อาการม้ามโตผิดปกติ

อย่างไรก็ตามมีข้อสังเกตง่าย ๆว่าหาก ปวดท้อง ส่วนบน ซึ่งเป็นการปวดบริเวณเหนือสะดือจะเกี่ยวข้องกับกระเพาะอาหาร ตับ ถุงน้ำดี ม้าม หากปวดท้องส่วนล่างเป็นการปวดบริเวณต่ำกว่าสะดือจะเกี่ยวข้องกับลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ไส้ติ่ง ไต มดลูกและปีกมดลูก เป็นต้น   ทั้งนี้นั้นแพทย์มักแนะนำว่าอาการปวดท้องไม่ว่าจะมีลักษณะแบบใดก็ตาม หากเกิดขึ้นนานกว่า 1 ชั่วโมงไม่หาย ทั้งๆ ที่ผู้ป่วยอาจกินยาเพื่อบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นไปแล้ว ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจน

อาการปวดท้อง

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments