ครม.อนุมัติเพิ่ม จ่ายเงินเลี้ยงดู ให้กับเด็กแรกเกิด 600 บาท ถึง 3 ขวบ

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2559 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยได้กล่าวว่า ครม.เห็นด้วยกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เสนอให้ขยายเวลาการ จ่ายเงินเลี้ยงดู ให้กับเด็กแรกเกิด ที่เกิดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 จากเดิมแล้วจะจ่ายเงินให้กับเด็กแรกเกินจนอายุครบ 1 ขวบ และได้หัวละ 400บาท/เดือน เปลี่ยนมาเป็นตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 3 ขวบ พร้อมทั้งเพิ่มเงินเป็นหัวละ 600 บาท/เดือน เนื่องจากค่าใช้จ่ายค่าอาหารมีผลต่อการเจริญเติบโตและการพัฒนาสมอง เฉลี่ยนแล้วตกหัวละ 500-800 บาท จึงได้หาเกณฑ์ที่เหมาะสมคือ 600 บาท/เดือน

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ โดยมอบหมายให้ พม. รับความเห็นของกระทรวงการคลังไปพิจารณาดำเนินการต่อไปและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดระยะแรกที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 25558 เมื่อสิ้นสุดโครงการ (เดือนกันยายน 2559) และรายงานผลให้คณะรัฐมนตรีทราบ

สาระสำคัญของเรื่อง
1.โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิดเป็นการขยายระยะเวลาการช่วยเหลือเด็กแรกเกิดจาก 1 ปี เป็น 3 ปี และการเพิ่มวงเงินการช่วยเหลือ ซึ่งคณะกรรมการการส่งเสริมการพัฒนาการเด็กและเยาวชนแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบในหลักการแล้ว

2.การขยายระยะเวลาและเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ มีข้อมูลสนับสนุนจากสถาับันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และองค์การกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) พบว่า เงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดจะมีประโยชน์สูงสุดต่อพัฒนาการของเด็กก็ต่อเมื่อให้เงินช่วยเหลือจนถึงอายุ 3 ขวบ เป็นอย่างน้อย จึงควรเพิ่มเงินช่วยเหลือ เพื่อให้เพียงพ่อและสอดคล้องกับผลการศึุกษาค่าใช้จ่ายด้านอาหารของเด็กเล็ก และในอนาคตควรให้เป็นโครงการถาวรอีกทั้งโครงการดังกล่าวตอบสนองรนโยบายรัฐบาลในการที่จะจัดสวัสดิการช่วยเหลือและพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ของร่างแผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 รวมทั้งยุทธศาสตร์การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพคนของร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579)

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments