ข้าวเหนียว มีลักษณะเด่นคือเนื้อสัมผัสของข้าวซึ่งมีการติดกันระหว่างเมล็ดของข้าวที่หุงสุกแล้ว คนไทยนิยมรับประทานกันมากทั่วทุกภาคของประเทศ เพราะว่าทานแล้วอิ่มท้อง รับประทานได้กับอาหารหลากหลาย แถมมีรสชาติอร่อย ทานคู่กับหลากหลายเมนู โดยเฉพาะกับ ไก่ย่าง ส้มตำ รวมไปถึงผลไม้ เช่น มะม่วง ทุเรียน

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ “ข้าวเหนียว”

1. ทำไมข้าวเหนียวถึงเหนียว? เหตุผลง่ายๆ เพราะแป้งข้าวเหนียวนั้นประกอบด้วยสารที่เรียกว่า อะมิโลเพกติน ทั้งหมดหรือเกือบหมด อะมิโลสนี้ทำให้ข้าวเหนียวเกาะตัวกันเป็นก้อนเมื่อเคี้ยวนั่นเอง

2. ข้าวเหนียวในไทยนั้นเป็นพันธุ์อินดิก้าทั้งหมด คือเป็นสายพันธุ์ข้าวอินเดียนั่นเอง ยังมีสายพันธุ์ข้าวอื่นอีกคือ พันธุ์จาวานิกา คือสายพันธุ์ชวา และสายพันธุ์จาโปนิกา คือสายพันธุ์ข้าวญี่ปุ่น ข้าวเหนียวในเมืองไทยมีทั้งหมด 83 พันธุ์ แต่สถานีวิจัยข้าวของไทยแนะนำให้ปลูกเพียง 17 พันธุ์ เช่นข้าวเหนียวพันธุ์ สันป่าตอง และ กข 6 พันธุ์ข้าวเหนียวสันป่าตองได้จากการปรับปรุงพันธุ์มาจากพันธุ์พื้นเมืองเดิมโดยวิธีการทางเกษตร ส่วน กข 6 ได้จากการใช้รังสีปรับปรุงจากพันธุ์ข้าวเจ้าชื่อ ข้าวหอมมะลิ 105 นั่นก็คือพันธุ์ข้าวเหนียวและข้าวเจ้าอาจเปลี่ยนกันได้

3. ข้าวเหนียวไม่ได้มีโปรมากกว่าข้าวเจ้า ข้าวทั้ง 2 ชนิดมีโปรตีนอยู่ในเมล็ดข้าวด้วยในราว 6 – 8 เปอร์เซ็นต์ แต่ข้าวเหนียวบางพันธุ์อาจจะมีมากหน่อยถึง 11% แต่ก็ไม่จัดว่ามากเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตามข้าวที่มีเมล็ดสีแดงหรือน้ำตาลนั้นโดยปกติจะมีโปรตีนสูงกว่าข้าวที่มีเมล็ดสีขาวเล็กน้อยเท่านั้น

4. สาเหตุที่เมล็ดข้าวเหนียวจึงมีสีขาวขุ่น เพราะ ความโปร่งแสงและความใสของเมล็ดข้าวนั้นขึ้นอยู่กับการจัดเรียงตัวกันของ starch และ โปรตีนในเมล็ดข้าวที่อัดแน่นไม่เท่ากัน ภายในเมล็ดข้าวเหนียวมีช่องว่างอากาศมากกว่า ทำให้แสงที่ผ่านเข้าไปเกิดการเลี้ยวเบนและแพร่ซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้งจึงมองเห็นเมล็ดขุ่นหรือทึบแสง

5. ทานข้าวเหนียวมากๆ จะทำให้เป็นโรคเบาหวานหรือไม่? คำตอบคือ ไม่ใช่เสมอไป ข้าวเหนียวมีค่าดัชนีน้ำตาล 75 ทว่า นักโภชนาการได้กำหนดดัชนีน้ำตาลไว้และเสนอแนะว่าไม่ควรรับประทานอาหารที่มีค่าดัชนีน้ำตาลสูงกว่า 70 นั่นทำให้ ข้าวเหนียว ค่าดัชนีน้ำตาลสูง ซึ่งแต่ข้าวกล้องของข้าวเหนียวขัดสีจะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่า ดังนั้นจึงควรรับประทานข้าวกล้องมากกว่าข้าวที่ขัดสีแล้ว

สีของข้าวเหนียว

ข้าวเหนียวดำจะมี มีรงควัตถุคือแอนโทไซยานิน (anthocyanin) Oligomeric Proanthocyanidin Complexes (OPC) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) โดยสารโอพีซีที่พบในข้าวเหนียวดำ เป็นสารชนิดเดียวกับสารสกัดที่ได้จากองุ่นดำ องุ่นแดง และ เปลือกสน

สรรพคุณของข้าวเหนียว

  • ช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง
  • ช่วยบำรุงเลือดลม ช่วยขับลมในร่างกาย
  • ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เนียนกระจ่างใสขึ้น
  • ให้พลังงานสูง ทำให้อิ่มท้องได้นาน ไม่หิวง่าย
  • มีฤทธิ์อุ่น ข่วยในการรักษาอุณหภูมิของร่างกายจากอากาศที่หนาวเย็นได้ดีเยี่ยม
  • ช่วยชะลอความแก่ก่อนวัย ช่วยให้อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายไม่เสื่อมถอยไปก่อนเวลาอันควร
  • ธาตุเหล็กกับกรดโฟลิกในข้าวเหนียว ช่วยในการสร้างเม็ดเลือด ทำให้เม็ดเลือดมีความสมบูรณ์
  • ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของกระเพาะอาหาร ช่วยรักษาสมดุลและให้ความชุ่มชื้นภายในกระเพาะอาหาร
  • ข้าวเหนียวมีโปรตีนเช่นเดียวกับข้าวเจ้า ซึ่งช่วยในการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และมีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย
  • ช่วยคลายเครียด ช่วยทำให้จิตใจสงบ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และช่วยให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระหว่างวันได้อย่างสดใสร่าเริง
  • ในข้าวเหนียวมีวิตามินอี ที่ช่วยในการบำรุงการทำงานของระบบประสาทกับสมอง และช่วยในการป้องกันปัญหาวุ้นนัยน์ตาเสื่อมกับช่วยในการป้องกันอาการหลอดเลือดหัวใจตีบ

ถึงแม้ ข้าวเหนียว จะมีประโยชน์มากมาย แต่ทว่าสำหรับเด็กและผู้สูงอายุต้องระวังให้มาก ต้องเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน เพื่อช่วยให้ย่อยได้ง่าย และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาข้าวเหนียวติดคอหรืออุดตันในลำไส้ และสิ่งที่สำคัญคือ ไม่ควรรับประทานมากเกินไป เพราะข้าวเหนียวเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง ส่งผลให้รู้สึกง่วงนอนได้เร็ว

เคล็ดลับ : ควรเลือกทานข้าวเหนียวในตอนเช้า เพราะจะทำให้ร่างกายกับจิตใจสดใสเบิกบาน ช่วยให้ดำเนินชีวิตไปได้อย่างมีพลัง

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments