จากกรณีเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 59 ที่ นายพีรพล หรือเปา ยศพงศ์อนันต์ กับพวกรวม 7 คนคือ 1.นายพีรพล ยศพงศ์อนันต์ หรือ เปา อายุ 22 ปี , 2.นายอัครเดช ทัศนะ หรือ อั๋น อายุ 23 ปี , 3.นายมนต์มนัส แสงโพธิ์ หรือ เต้ย อายุ 22 ปี , 4.นายจตุพร จันทร์โสภา หรือ เบียร์ อายุ 19 ปี , 5.นายเมฆ พลไกรษร อายุ 20 ปี , 6.นายอรินทร์ ยศพงศ์อนันต์ หรือ เตอร์ อายุ 20 ปี และ 7.น.ส. ณัฐณิชา ฤทธิ์ล้ำเลิศ หรือ เกมส์ (แฟนสาวของ นายมนต์มนัส)

จำเลยที่ 1 -7 ได้ร่วมกันรุมแทง ‘นายสมเกียรติ ศรีจันทร์’ ชายพิการ อาชีพส่งขนมปัง ‘ร้านปังหอม’ หลังบุกเข้าไปภายในบ้านพักของผู้ตาย ในซอยโชคชัย 4 แล้วใช้อาวุธมีดแทงฟัน ‘นายสมเกียรติ’ จนถึงแก่ความตาย และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมและส่งตัวฟ้องต่ออัยการ

ในฐานความผิดร่วมกันฆ่าผู้อื่น , ร่วมกันบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ และร่วมกันพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งหมดให้การปฏิเสธในข้อกล่าวหาดังกล่าว

ศาลตัดสิน! สั่งจำคุก 7 วัยรุ่น รุมฆ่า 'ชายพิการ' ดับ ชดใช้เงินรวม 7.5 แสนบาท (ชมคลิป)

ล่าสุดเมื่อวานนี้ 26 ธ.ค. 60 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้นัดฟังคำพิพากษาโดยศาลได้พิเคราะห์เห็นว่า คดีนี้มีพยานบุคคล พยานวัตถุภาพถ่ายภาพเคลื่อนไหว ซึ่งเป็นหลักฐานมั่นคงและขณะเกิดเหตุเป็นช่วงเวลา 08.00 – 09.00 น. มีแสงสว่างเพียงพอ มีกล้องวงจรปิดของกรุงเทพมหานคร และ กล้องมือถือที่ถ่ายไว้จากพยานซึ่งเป็นบุคคลภายนอกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฝ่ายใด จึงเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริง

จึงได้พิพากษาตัดสินให้จำคุกจำเลยแต่ละคนแตกต่างกันไป คือ ข้อหาบุกรุก 1 ปี ข้อหาเจตนาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 18 ปี ส่วนข้อหาช่วยเหลือสนับสนุนฆ่า

ผู้อื่น 12 ปี และให้จำเลยร่วมกันชดใช้ความเสียหาย กับนางทองคำ ศรีจันทร์ แม่ของ นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ (ชายพิการ) ตั้งแต่วงเงิน 250,000-500,000 บาท

สรุปคือจำคุกจำเลยที่ 1 ,2 ,3 และ 6 คนละ 18 ปี, ฐานบุกรุกเข้าไปในเคหสถานผู้อื่น จำคุกจำเลยที่ 2, 4, 5 และ 6 คนละ 1 ปี, ฐานช่วยเหลือสนับสนุนอำนวยความสะดวกผู้อื่นกระทำผิด จำคุกจำเลยที่ 4 , 5 และ 7 คนละ 12 ปี, ฐานข้อหาพกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ให้ปรับจำเลยที่ 1 – 6 คนละ 1,000 บาท

และคงจำคุกจำเลยที่ 1 และ 3 คนละ 18 ปี ปรับคนละ 1,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 2 และ 6 รวมโทษจำคุกคนละ 19 ปี ปรับคนละ 1,000 บาท ส่วนจำเลยที่ 4, 5 และ 7 จำคุกคนละ 12 ปี ปรับจำเลยที่ 4 – 5 คนละ 1,000 บาท

นอกจากนี้ให้จำเลยที่ 1, 2, 3 และ 6 ต้องร่วมกันชดใช้เงินให้กับโจทก์ร่วมค่าขาดไร้ผู้อุปการะและอื่นๆ จากการกระทำละเมิดรวม 5 แสนบาท และให้จำเลยที่ 4, 5 และ 7 ร่วมกับจำเลยที่ 1, 2, 3 และ 6 ชดใช้เงินแก่โจทก์ร่วมเป็นค่าปลงศพอีก 2.5 แสนบาท

ทางด้าน นางทองคำ กล่าวว่า ตนยังรู้สึกเสียใจและน้อมรับคำตัดสินของศาล โดยเตรียมนำร่างของลูกชายทำพิธีฌาปนกิจตามศาสนา ขณะที่ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายของโจทก์ เปิดเผยว่า พอใจกับผลคำพิพากษา แต่เตรียมอุทธรณ์พิจารณาอัตราโทษของจำเลยที่ถูกจำคุก 18-19 ปี ตามมาตรา 288 ให้พิจารณาโทษประหารชีวิต เนื่องจากมีอัตราโทษเทียบเท่ากัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

 

 

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments