โน้ส อุดม

จากกรณีที่ โน้ส อุดม แต้พานิช ทอล์คโชว์ เดี่ยวไมโครโฟน 11 และได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ตนเองได้ไปท่องเทียวที่ จ.ยะลา แบบละเอียดยิบทำให้ประชาชนที่อยู่ใน จ.ยะลา ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับการ ทอล์คโชว์ ของนักพูดชื่อดัง โน้ส อุดม แต้พานิช ที่พูดถึงการไปเที่ยวที่ จ.ยะลา เกินความจริงทำให้ จ.ยะลา ดูไม่น่าเป็นที่ท่องเที่ยวทั้งที่มีนักท่องเที่ยวต่างจากมาเลเซีย มาเที่ยวกันเป็นประจำ จนทำให้ชาว จ.ยะลาเกิดความไม่พอใจและอยากให้ โน้ส อุดม ออกมาขอโทษกับที่ทำลงไป

เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน นายธนา เธียรอัจฉริยะ อดีตผู้บริหาร บริษัท ดีแทค และนักธุรกิจคนดัง ได้ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อว่า Jo Thana โดยได้เล่าถึงความประทับใจในเรื่องต่างๆของโน้ส อุดม ทั้งจากการได้ร่วมงานกันตอนเดียวไมโครโฟน 8 และ การได้เข้าคลาสเรียนชั้นเดียวกัน และได้เปิดเผยอีกด้านหนึ่งของ โน้ส อุดม ว่าได้แอบลงไป จ.ยะลา อย่างเงียบ ๆ คนเดียว ไปเดี่ยวไมโครโฟนให้น้อง ๆ กลุ่มลูกเหรียงฟัง ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่สูญเสียบิดามารดาไป จากความไม่สงบในเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มลูกเหรียงอีกหลายวัน
“เหรียญมีสองด้านเสมอ
อุดม แต้พานิช
ประชาชาติธุรกิจ มีนาคม 2557
ผมเองก็เหมือนคนอื่นทั่วๆไปที่เป็นแฟนเดี่ยวไมโครโฟนของ อุดม แต้พานิช ตั้งแต่ยุคแรกๆ ไม่ว่าจะไปดูเดี่ยวสดๆด้วยตัวเองหรือดูจากดีวีดีที่บ้าน ตามรถทัวร์หรือทุกร้านที่ขายซีดีต้องเปิดเดี่ยวทิ้งไว้ให้ดูบนจอเรียกลูกค้า ภาพของอุดมในใจผมก็เป็นคนเล่าเรื่องตลกทั่วไปที่มีไหวพริบ ปฏิภาณดี แต่ที่ผมชอบอุดมมากกว่าเรื่องเดี่ยวก็คืองานเขียนหรือบทสัมภาษณ์ของเขา ที่มักจะแฝงข้อคิดอะไรไว้ในบทความที่อ่านเผินๆเอาแค่ขำ วิธีมองโลกของเขาที่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่โดนใจผมอยู่บ่อยๆ

ผมจำได้ถึงในบทสัมภาษณ์หนึ่ง มีคนเคยถามเคล็ดลับของการเล่าเรื่องที่จับใจคนฟังของอุดม ว่าทำอย่างไรถึงสามารถเล่าเรื่องได้ดี อุดมตอบว่า อย่างอื่นไม่มีก็ได้ แต่ที่ขาดไม่ได้เลยคือความอยากจะเล่า ถ้าไม่ใส่ความปรารถนาอย่างแรงกล้าเข้าไป มันก็จะเป็นงานธรรมดาที่ไม่จับใจคน และก็จำได้ถึงคำอธิบายต่อมาถึงการทำงานเดี่ยวได้ดี อุดมบอกว่า ทุกๆคนที่ทำอาชีพนี้จะต้องเรียนรู้ที่จะเล่าอะไรแล้วแป้กก่อน เพราะมันจะเป็นวัคซีนคุ้มกัน.. ควรจะหาเวลาไปแป้กบ่อยๆ

วิธีคิดที่มี passion นำในการทำงาน มีความอยากจะเล่า ตามด้วยการเรียนรู้จากความล้มเหลว พยายามออกนอก comfort zone ของตัวเอง ไปแป้กบ่อยๆเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน มันเป็นวิธีคิดที่คุ้นใจผมมากและทำให้ผมจะตามอ่านงานเขียน งานสัมภาษณ์ของอุดมมากกว่าฟังเดี่ยวไมโครโฟนเอาด้วยซ้ำ
จนเมื่อตอนที่อุดมทำเดี่ยวไมโครโฟนครั้งที่แปด ดีแทคตัดสินใจเข้าไปเป็นสปอนเซอร์เจ้าหนึ่งในหลายๆเจ้า ในงานนั้น ทีมงานผมก็มีไอเดียกันว่าจะมีรอบพิเศษสำหรับลูกค้าของเราโดยเฉพาะ และอยากให้อุดมเล่าเรื่องดีแทคแทรกบางส่วนในเดี่ยวรอบพิเศษนั้น ทีมงานผมเลยไปเล่าเหตุการณ์ต่างๆของบริษัทในช่วงนั้นเผื่ออุดมจะได้เอาไปเป็นต้นทางสำหรับการสร้างมุขเฉพาะ รวมถึงเอาหนังสือ คนพลิกแบรนด์ แบรนด์พลิกคน ที่ผมเขียนเล่าถึงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของดีแทคในช่วงนั้นไปให้ด้วย

อีกไม่กี่วันต่อมา ผมก็ได้รับกรอบรูปขนาดใหญ่พร้อมจดหมายเขียนด้วยลายมือจากอุดม แต้พานิช บอกถึงความประทับใจในหนังสือที่ผมเขียนในสไตล์อุดม มีรูปดม dog และภาพประกอบในนั้นด้วย อุดมเขียนว่าเขาอ่านหนังสือรวดเดียวจบและมีความรู้สึกร่วมถึงวิธีคิดแบบมวยรองที่ผมเขียนในหนังสือ เขาอินกับแนวคิดนี้มากแต่ไม่เคยประกาศออกมา ตัวดม dog ที่เป็นหมาหน้าคนแหงนหน้ามองฟ้าก็คือแนวคิด underdog เขาบอกว่าอ่านจบแล้วรู้สึกเป็นพวกเดียวกันเลย ผมจึงถึงบางอ้อว่าทำไมผมถึงอินกับข้อเขียนของอุดมก่อนหน้านี้มาก ด้วยเพราะความคิดลึกๆเรื่องความเป็นมวยรองที่เหมือนกันนี่เอง

อุดมยังอาสาออกแบบปกหนังสือให้ใหม่ ซึ่งภายหลังเขาก็ทำให้จริงๆ หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสได้พบ ได้พูดคุย ได้เล่นฟุตบอล และได้ร่วมก๊วนกินข้าวกันมาตลอด รวมถึงการที่อุดมมาสมัครเรียนในหลักสูตรที่ผมจัดด้วย อุดมตัวเป็นๆที่ผมรู้จักก็แทบไม่ได้ต่างอะไรจากหนังสือที่เขาเขียน หรือเรื่องที่เขาเล่า อุดมในวงสนทนาจะเป็นคนที่เล่าเรื่องได้เก่งและตลกเสมอ และผมก็โชคดีที่ได้มีโอกาสเห็นเบื้องหลังของเขานอกเหนือจากเรื่องตลกที่เขาเล่าในมุมที่ไม่ใช่เรื่องบนเวทีหรือในหนังสือ แต่เป็นตัวตนของเขาจริงๆ

ในวันที่จบหลักสูตร abc ที่ผมจัดร่วมกับพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ อุดมซึ่งเป็นนักเรียนคนหนึ่งในนั้น ได้รับฟังเรื่องราวสะเทือนใจของกลุ่มลูกเหรียงจากยะลา ซึ่งเป็นกลุ่มเยาวชนที่สูญเสียบิดามารดาไปจากความไม่สงบในเหตุการณ์สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนั้นทุกคนเสียน้ำตาให้กับตัวแทนกลุ่มเยาวชนลูกเหรียงที่พยายามเล่าถึงเรื่องราวที่พวกเขาประสบและความพยายามช่วยกันเยียวยาบาดแผลในจิตใจของแต่ละคน รวมถึงได้ยินเรื่องราวของความยากลำบากในการดำรงชีวิต ความขาดแคลนทั้งทุนทรัพย์และความเป็นอยู่ พวกเราหลายๆคนที่ได้ฟังเรื่องราวในวันนั้นก็คิดที่จะหาทางช่วยในมุมต่างๆเท่าที่จะทำกันได้

อีกไม่กี่วันต่อมา อุดมก็ลงไปหาน้องๆกลุ่มลูกเหรียงที่จังหวัดยะลาอย่างเงียบๆคนเดียว ไปเดี่ยวไมโครโฟนให้น้องๆฟังและใช้ชีวิตอยู่กับน้องๆกลุ่มลูกเหรียงอยู่หลายวัน อุดมกลับมาพร้อมกับไอเดียที่จะช่วยน้องๆกลุ่มลูกเหรียงอย่างเป็นรูปธรรม เขาเป็นเจ้าภาพในการหาที่อยู่ใหม่ให้กว้างขวางพอสำหรับน้องๆหลายสิบชีวิต ควักทุนทรัพย์ส่วนตัว รวมถึงหาโครงการระดมทุนให้กลุ่มลูกเหรียงในแนวทางต่างๆ รวมถึงเป็นตัวตั้งตัวตีชวนเพื่อนๆพาน้องๆกลุ่มลูกเหรียงขึ้นไปเที่ยวเชียงใหม่ เพื่อให้น้องๆได้ออกจากพื้นที่และได้มีความทรงจำที่ดีๆเพื่อเป็นกำลังใจในชีวิตต่อไปเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา อุดมทำให้น้องๆอย่างเต็มที่ ด้วยความปรารถนาดีอย่างจริงใจ

ผมจำได้ดีว่า ในช่วงที่อุดมลงไปยะลาอย่างเงียบๆ ผมบังเอิญไปอ่านเจอความเห็นในโลกโซเชียลมีเดียในช่วงการเมืองกำลังร้อนแรง มีประชดประชันถึงคนที่มีชื่อเสียงซึ่งอุดมก็เป็นหนึ่งในนั้นว่าเป็นพวกไทยเฉย ไม่ช่วยกันแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเอาแต่นิ่งเงียบ

ผมได้แต่นึกในใจว่า ในขณะที่เราเบนความสนใจปัญหาของบ้านเมืองที่มีอยู่ไปสู่ปัญหาใหม่ๆ คนที่ถูกว่าเป็นไทยเฉยอย่างอุดมกลับลงมือทำด้วยการไปช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่หลายคนหลงลืมไปในช่วงวุ่นวายที่ผ่านมา
อุดม แต้พานิช ..พี่โน้สใจดีของกลุ่มลูกเหรียง คนเดียวกันนี่แหละครับ”

 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เดี่ยว9

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments