จากกรณีที่สมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อว่า Tanny Warinton ได้โพสต์เตือนภัยไปยังกลุ่ม พัทยา(Pattaya) โดยได้เล่าเหตุณ์การว่า ได้เข้าไปใช้บริการ ร้านเสริมสวย ร้านหนึ่ง โดยเข้าไปสระซอยปลายผม ระหว่างทำผม ซึ่งก่อนทำก็ได้ถามราคากับเจ้าของร้านถึง 2 ครั้ง แต่ก็เงียบใส่และเปลี่ยนเรื่องพูดไป หลังจากที่ทำเสร็จแล้วก็โดนเรียกเก็บเงินถึง 800 บาท และก็มีคนอื่นโดนกันหลายรายแล้วด้วย โดยได้ระบุไว้ว่า

“เตือนภัย !!! ร้านนี้พิกัด ทางเข้าซอยเนินพลับหวาน ห้ามเข้านะ เพราะแม่ค้าโกง ไม่ใช่เราคนเดียว ก่อนหน้านี้ก็มีหลายคนที่โดน

เราไปสระซอย ซอยผมแตกปลายออกนิดนึง ตอนสระถามช่างว่าสระซอยเท่าไหร่คะ ไม่ตอบ เราถามอีกรอบ ไม่ตอบแต่ชวนเราคุยเรื่องอื่น ประมานว่าซักประวัติเพื่อจะดูว่าลูกค้ามีเงิน หรือป่าวประมาณนั้น ช้ามาก สระซอยปลายสองชั่วโมงครึ่ง

พอเสร็จเราถามว่าเท่าไหร่ มันบอก 800 บาท แม่เจ้า สระซอย 800 เกิดมาเพิ่งเคยเจอ เราก็บอกว่าทำไมแพงจัง แพงมาก มันบอกปกติก็สระซอยราคานี้ เอ้า!!!ถามตอนแรกไม่บอกจะได้ไม่ทำ เพราะแพงเกินจริง

เราบอกเราหยิบเงิน มาแค่ 500 บาท ขอจ่ายไว้แค่นี้เดี๋ยวขับรถกลับไปเอาที่บ้านก่อน มันบอกให้เราทิ้งโทรศัพท์หรือรถไว้ เพราะโดนโกงแบบนี้มาเยอะแล้ว พี่ร้านข้างๆ กระซิบบอกเราว่าน้องร้านนี้ที่ลงเพจพัทยาไง ก็มาอยู่ได้ไม่นานเลยไม่รู้ง่ะ

เราก็โวยวายกับมัน มีพี่วินกับ พี่ร้านข้างๆ มาคอยให้กำลังใจ เราบอกว่าเราให้แค่ 400 บาท ถ้าเอาก็เอาถ้าไม่เอาก็ไปแจ้งความมาจับเราเลย มันก็ประมาณว่าคุณโกงฉันนะ คุณโกงฉันนะ เราเลยบอก ก็นี่ไงถ้าคิดว่าหนูโกงพี่โทรแจ้งตำรวจดิหนูจะรอ มันก็ปิดประตูใส่เข้าร้านไปเลย หากินแบบนี้เลยเรอะ

ใครได้อ่านบอกต่อนะคะ ไม่อยากให้เจอแบบเราแต่พอดีเราแข็งไงไม่ยอม เลยปิดประตูร้านใส่ # ร้านอยู่ตรงซอยเนินทางเข้าเลยคะขวามือ ระวังด้วยนะมันเข้าใจหากิน”

ทั้งนี้ ข้อความดังกล่าวมีชาวพัทยาเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งบางรายได้เล่าประสบการณ์ในร้านเสริมสวยราคาโหด ที่เคยเกิดขึ้นกับตนเองไว้ด้วย

ล่าสุด (26 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. ได้ลงตรวจสอบร้านเสริมสวยที่เกิดเหตุ ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงปากซอยเนินพลับหวาน (ซอยสุขุมวิทพัทยา53) ม.9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งหน้าร้านจะประดับตกแต่งลักษณะเหมือนร้านเสริมสวยทั่วไป เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 06.00-02.00 น. แต่จะไม่เขียนบอกราคาค่าบริการ

จากการสอบถาม ชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ทราบว่า ร้านเสริมสวยแห่งนี้เปิดบริการมากว่า 10 ปีแล้ว โดยมี นางก้อย(ไม่ทราบชื่อสกุลจริง) อายุประมาณ 45-50 ปี เป็นเจ้าของร้าน ซึ่งเมื่อก่อนร้านใช้ชื่อว่า ก้อย บิวตี้ ซาลอน และไม่ได้ตั้งอยู่บริเวณปัจจุบัน แต่จะอยู่บริเวณอื่นภายในซอยเดียวกัน

ส่วนกระแสเรื่องราคาค่าบริการโหดนั้นเป็นเรื่องจริง แต่จะไม่เกิดขึ้นกับลูกค้าทุกคน หากลูกค้าคนไหนรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมและสอบถามราคาก่อนก็จะรอดตัวไป ส่วนใหญ่เหตุการณ์โก่งราคาค่าบริการจะเกิดขึ้นกับลูกค้าขาจร ที่มาใช้บริการช่วงเช้าตรู่หรือช่วงดึกอยู่เป็นประจำ และเกิดขึ้นบ่อยจนชาวบ้านละแวกใกล้เคียงเอือมระอา

ด้าน นายกิจ อายุ 35 ปี และกลุ่มวิน จยย.รับจ้าง บริเวณใกล้ร้านเสริมสวยดังกล่าว เล่าว่า ตนเองอยู่ในเหตุการณ์ของคุณ Tanny Warinton และเหตุการณ์อื่นอีกหลายๆ ครั้ง ซึ่งมีหญิงสาวรายหนึ่งเคยใช้บริการยืดผมจากร้านดังกล่าว และถูกเรียกราคา 4,000 บาท แต่ลูกค้าสาวรายนี้มีเงินไม่พอ และกำลังเดินทางกลับต่างจังหวัด

แต่เจ้ก้อยเจ้าของร้านไม่ยอม และล็อกประตูร้านไม่ให้ลูกค้าออกจากร้าน พร้อมข่มขู่จะเอาเงินให้ได้ ทางลูกค้าสาวจึงแจ้งตำรวจ จากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย เข้ามาระงับเหตุและแนะนำให้ให้หญิงสาวไปแจ้งความร้องทุกข์ที่โรงพัก สุดท้ายแล้วเหตุการณ์ก็จบลงด้วยทางร้านยอมคืนให้ 300 บาท

นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกหลายครั้ง ลูกค้าบางรายถึงขั้นร้องไห้ด้วยความกลัว ซึ่งเป็นที่น่าสงสารต่อผู้พบเหตุเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ จึงอยากวอนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบร้านดังกล่าว เนื่องจากประชาชนชาวบ้านได้รับความเดือดอย่างจริงจัง

ผู้สื่อข่าวรายงาน เพิ่มเติมว่า เมื่อช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์คลิปวีดีโอ ขณะเข้าใช้บริการที่ร้านเสริมสวยดังกล่าว แล้วถูกเรียกราคาค่าบริการ สระผม อบไอน้ำ ราคา 1,500 บาท หากไม่จ่ายก็ล็อคไม่ให้ออกจากร้าน พร้อมกับข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย ซึ่งเป็นกระแสข่าวโด่งดังในช่วงเวลาหนึ่ง

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments