เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 นายทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาเผยว่า กรมอุทยานฯ เตรียมพิจารณา เปิดให้ประชาชน สามารถขึ้นไปนมัสการ “รอยพระพุทธบาท” บน เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรีได้ตลอดทั้งปี จากปกติที่เคยเปิดให้ขึ้นไปเพียง 2 เดือนเท่านั้น

นายทรงธรรม สุขสว่าง กล่าวว่ากรมอุทยานฯ มีหน้าที่ประสานงานและให้ความร่วมมือกับทางจังหวัดในการจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยการจัดงานในปีนี้กำหนดเปิดให้ประชาชน พุทธศาสนิกชน นักแสวงบุญขึ้นไปนมัสการ รอยพระพุทธบาท ได้ตลอด 24 ชั่วโมงในระหว่างวันที่ 28 ม.ค. -28 มี.ค. ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยทางจังหวัดได้วางระเบียบและมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางปฏิบัติหลายเรื่องโดยมีรถบริการของคนในท้องถิ่นอำนวยความสะดวก รับ-ส่ง ขึ้นเขารวม 142 คันแบ่งเป็น 3 คิว คือที่วัดพลวง วัดกระทิง และ หน้าที่ว่าการอำเภอเขาคิชฌกูฏ มีการเปลี่ยนแปลงให้รถวิ่งยาวจากพื้นราบไปบนยอดเขาจุดพระศิวลี ไม่มีการต่อรถ กลางเขาเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา อัตราค่าโดยสารเที่ยวละ 100 บาท แต่ละเที่ยวรถจะใช้เวลา ขึ้น-ลงเขาประมาณ 1 ชั่วโมง จากระยะทาง 9 กม. 148 โค้ง

ปีนี้อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏได้เก็บค่าธรรมเนียมการเข้าอุทยานฯตามระเบียบของกรมอุทยานฯ ในอัตราผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท ส่วนชาวต่างชาติเสียค่าธรรมเนียม 100 บาท เด็ก 50 บาท และเปิดให้ขึ้น-ลงเขาได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่ประสงค์จะเดินเท้าขึ้นเขาก็สามารถเดินขึ้น ลง เขาได้ตามสะดวก แต่ขอให้เตรียมอาหาร และน้ำดื่มขึ้นไปเอง รวมทั้งหากขึ้นกลางคืนเตรียมไฟฉายส่องสว่างด้วยก็จะดี

“ในปีนี้ทางจังหวัดได้จัดระเบียบ เน้นเรื่องของความปลอดภัย และความสะอาด อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยในส่วนของรถบริการให้บรรทุกผู้โดยสารได้คันละ10 คน รวมคนขับเป็น 11 คน ร้านค้าที่เคยอำนวยความสะดวกขายของบนยอดเขา ยกเลิกไม่ให้มีร้านค้าทั้งสิ้น ส่วนดอกไม้โดยเฉพาะดอกดาวเรืองให้ผู้ที่ขึ้นไปกราบไหว้วางไว้ได้ ที่เนินพระเมตตาซึ่งอยู่ห่างจากรอยพระพุทธบาทประมาณ 800 เมตร ในส่วนของรอยพระพุทธบาทห้ามนำดอกไม้เข้าไปวางสักการะ เพื่อให้ประชาชน นักท่องเที่ยวได้เห็นรอยพระพุทธบาทอย่างชัดเจน และเป็นการบริหารจัดการเรื่องขยะ ส่วนอาหารขอให้ประชาชนที่จะขึ้นไปบนยอดเขาเตรียมอาหารและน้ำดื่ม ขึ้นไปด้วยตนเอง และหลังจากรับประทานเสร็จให้เก็บขยะลงมาทิ้งด้านล่าง เนื่องจากร้านอาหารด้านบนที่เคยมีถูกยกเลิกการให้บริการทั้งหมดเพื่อให้ประชาชนที่ขึ้นไปได้ชื่นชมทัศนียภาพ ธรรมชาติที่สวยงามของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏอย่างเต็มที่” ผอ.สำนักอุทยานฯ กล่าว

ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากรมอุทยานฯ ให้ความร่วมมือกับจังหวัดในเรื่องการจัดงาน โดยการดำเนินการทุกอย่างเป็นมติจากที่ประชุมว่าจะดำเนินการอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ในส่วนของกรมอุทยานฯ พิจารณาว่าจากนี้ไปจะเปิดให้ประชาชน สามารถขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทบนเขาคิชฌกูฏได้ตลอดทั้งปี ไม่เฉพาะช่วงเทศกาลนมัสการในช่วงต้นปี ที่เปิดให้ขึ้นไปเพียง 2 เดือนเท่านั้น

หลังเทศกาลนี้ประชาชน นักท่องเที่ยว นักแสวงบุญก็ยังสามารถขึ้นไปได้ เพื่อลดความแออัดที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นปัญหามาทุกปี แต่จะมีการปิดพื้นที่เพื่อความปลอดภัยและเป็นการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในช่วงฤดูฝน โดยจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าอุทยานฯ เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท และรถโดยสารสามารถบรรทุกผู้โดยสารได้ไม่เกิน 10 คนต่อคันเช่นเดิม โดยอุทยานฯ จะดำเนินการปรับปรุงพื้นผิวถนนขึ้นสู่เขาคิชฌกูฏให้มีสภาพพร้อมใช้งาน และมีความปลอดภัยในช่วงเดือนต.ค.นี้ และคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนขึ้นไปเยี่ยมชม และนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค.60 นี้ ต่อเนื่องไปจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนของปีหน้า

นายทรงธรรม กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้จะเปิดให้สามารถขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทได้ตลอดทั้งปี แต่จะมีมาตรการกำหนดจำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบนยอดเขาในแต่ละวันให้มีความเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบกับทรัพยากรธรรมชาติ พืชพันธุ์ไม้ และสัตว์ป่า รวมทั้งปัญหาการสร้างขยะ ที่ต้องมีแนวทางในการจัดการให้เหมาะสม เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาขยะตกค้างสะสมบนยอดเขาจำนวนมาก เอาลงมายังไม่หมด มีการนำขยะไปซุกไว้ตามซอกหิน ไม่ทิ้งหรือจัดเก็บให้เป็นที่เป็นทางเพื่อที่เจ้าหน้าที่จะนำลงมาได้สะดวก

ดังนั้น สิ่งสำคัญคืออยากจะขอความร่วมมือจากประชาชน และนักท่องเที่ยวในเรื่องการดูแลรักษาความสะอาดในพื้นที่อุทยานฯ โดยขอให้นำขยะที่เอาขึ้นไปกลับลงมาด้วย ซึ่งจะมีการแจกถุงดำให้แต่ละคณะเพื่อให้นำขยะกลับลงมา โดยต่อไปการขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏจะไม่ใช่งานวัดอีกแล้ว

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments