ลูกสุดช้ำพ่อวัยชรา ถูกนายทหารยศเรืออากาศตรีต่อยไม่ยั้ง หลังเกิดอุบัติเหตุรถชนท้ายกันจากการเบรกกะทันหัน เผยสุดเสียใจ อยากขอเรียกร้องความเป็นธรรมจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลงโทษตามวินัยกับทหารเรืออากาศตรีนายนี้

ลูกสุดช้ำ! พ่อวัยชราถูกนายทหารต่อยไม่ยั้ง หลังขับรถไปชนท้าย

 

ลูกสุดช้ำ! พ่อวัยชราถูกนายทหารต่อยไม่ยั้ง หลังขับรถไปชนท้าย

เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2560 ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อคุณ “Buri Sutherat” ได้โพสต์คลิปขณะที่พ่อของตนขับชนท้ายรถของเก๋งทหารอากาศและถูกทหารอากาศทำร้าย โดยจับใจความเรื่องราวทั้งหมดได้ว่า ” มีรถของคุณลุงท่านหนึ่งขับรถเบนซ์ไปชนท้ายรถโซลูน่าที่มีทหารอากาศเป็นผู้ขับขี่ และว่ามันคืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้ ประกันภัยก็รับผิดชอบกันไป ไม่ใช่มาต่อย ประชาชนวัย 70 กว่า ผู้เป็นคนขับรถเบนซ์ ซึ่งคุณลุงคนขับเบนซ์นั้นคือพ่อของตน พ่อไม่ได้เป็นอะไรมากครับ พ่ออยู่ในรถ แล้วก็เอามือปัดป้องในขณะที่ทหารอากาศพยายามทำร้าย พอมีคนมาช่วย พ่อจึงลงมาจากรถ

พร้อมเผยความรู้สึกว่า “ตนไม่เข้าใจว่าทำไมทหารท่านนี้ถึงไม่คุยกันดี ๆ พ่อเล่าถึงเหตุการณ์ให้ฟัง ตนเองเป็นลูกก็รุ้สึกเจ็บแล้ว ทีแรกไม่กล้าดูคลิปด้วยซ้ำ ตนจึงจะดำเนินการให้ถึงที่สุด ตามสิทธิ์ที่ลูกพึงกระทำ ตามสิทธิของประชาชนคนและว่าคู่กรณีควรโดนลงโทษตามวินัย ไม่ใช่มาขอโทษและจบไป แล้วไปทำแบบนี้กับคนอื่นอีก ” ซึ่งคลิปนี้ได้ถูกถ่ายได้จากรถของพลเมืองดี โดยถ่ายไว้ให้เป็นหลักฐาน และลงมาช่วยพ่อของตนด้วยหลังจากเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว

ทั้งนี้ได้มีการติดต่อไปหาคุณตาล ลูกสาวผู้เสียหาย โดยได้เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุพ่อขับรถไปคนเดียว และตอนเกิดเหตุมีรถสามคัน พ่อของตนเป็นคันที่ 3 คันแรกเบรคกระทันหันทำให้คันที่ 2 มีทหารเป็นคนขับชนท้ายคันแรก และพ่อตนเป็นคันที่ 3 เบรคไม่ทันเช่นกัน จึงชนเข้าที่ท้ายรถของทหารซึ่งอยู่ตรงกลาง

จากนั้นทหารมาหาเรื่องตามภาพที่มีการเผยเเพร่ในโลกออนไลน์ ซึ่งในวันเกิดเหตุเรื่องถึงโรงพักแล้วแต่ในตอนนั้น พ่อไม่ได้ติดใจจึงยอมความกัน แต่เมื่อลูกๆเห็นคลิปแล้วรับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงปรึกษากันว่าจะเอาเรื่อง โดยจะเดินทางไปยื่นหนังสื่อที่กระทรวงกลาโหม ตอนนี้อยู่ระหว่างหารือว่าจะเข้ายื่นเมื่อไร

ซึ่งล่าสุด ทหารอากาศตรี ได้ขอโทษแล้ว และบอกว่าตนถูกฝึกมาแบบนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ได้เรียกทั้งสองฝ่ายเข้าพบ และว่ากำลังอยู่ระหว่างการเดินทางไป สน.

สนับสนุนภาพ ข่าว : innnews 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments