ตร.หลักสองยอมรับ ปาไฟฉายใส่หัว จริง ชี้ซ้อนสามแหกด่าน

หลังจากที่เป็นกระแสโด่งดัง เมื่อสมาชิกเฟซบุ๊กชื่อว่า ปั่นจังปั่นจัง เจ๊ใหญ่ร้ายใช่เล่น ได้มีการโพสต์ภาพผ่ายเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมกับโพสต์ข้อความระบุรูปภาพว่า “สัสเยสเข้.. ด่านมืดพื้นที่ส.น.หลักสองหน้าเดอะมอลบางแคหัวควยมาก ปาไฟฉายใส่หัว กุแตกเลยเยสแม่!! ตำรวจเห็นเด็กนั่งอยู่หน้ารถมันยังเหี้ยเอาไฟฉายปาใส่กรุส์..มึงปาได้ไงยังมีความเป้นคนอยู่หรือป่าว..” ซึ่งภาพเป็นภาพผู้หญิงดังกล่าวส่วมเสื้อสีดำมีเลือดไหลจากศรีษะด้านลงมาเต็มคอ โดยเหตุการณ์เกิืดขึ้นเมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 25 เมษายนต่อเนื่องเช้ามืดวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา

โดยเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวโพสต์ว่า เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.หลักสอง เมื่อเวลา 01.38 น.วันที่ 26 เมษายน หลังมีการโพสต์โชว์ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลของ รพ.เอกชน แห่งหนึ่ง จำนวน 4,704 บาท เป็นค่าเย็บบาดแผลที่ศีรษะ จำนวน 3 เข็ม ทั้งนี้เจ้าของเฟซบุ๊ก ยังถ่ายภาพตัวเองขณะมีเลือดไหลอาบบริเวณศีรษะไหลลงมาเปื้อนลำคอ พร้อมใช้ข้อความหยาบคายระบุในโพสต์ที่ตัวเองนำขึ้นประจานการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ พงศ์ธนารักษ์ ผกก.สน.หลักสอง เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วทราบว่ามีเรื่องเกิดขึ้นจริง โดยวันและเวลาที่เกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายจราจร สน.หลักสอง ได้สนธิกำลังกับชุดเฉพาะกิจ บก.น.9 ทำการตั้งด่านสกัดกั้นอาชญากรรมและยาเสพติดตรวจค้นเป้าหมายรถต้องสงสัยตามปกติ ซึ่งที่ผ่านมาด่านแห่งนี้สามารถจับกุมทั้งยาเสพติดและอาวุธได้บ่อยครั้ง

ตร.หลักสองยอมรับ ปาไฟฉายใส่หัว จริง ชี้ซ้อนสามแหกด่าน

ระหว่างนั้นผู้เสียหายทราบชื่อคือ น.ส.หญิง (ขอสงวนนามสกุล) อายุราว 25 ปี อาชีพพนักงานโชว์รูมรถฮอนด้า ย่านบางแค ได้ซ้อนจักรยานยนต์สามีผ่านมาโดยมีบุตรตัวเล็กๆ นั่งอยู่ตรงกลาง ในลักษณะซ้อนสาม ไม่มีใครสวมใส่หมวกนิรภัย เมื่อเจ้าหน้าที่โบกให้หยุดเพื่อขอทำการตรวจค้นและบังคับใช้กฎหมาย ปรากฏว่า ผู้เป็นสามีกลับเร่งเครื่องแหกด่าน ทางตำรวจจึงใช้ไฟฉายปาใส่ไปจริง ทำให้ น.ส.หญิง ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ภายหลังตนได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุย พร้อมว่ากล่าวตักเตือนเจ้าหน้าที่ที่บันดาลโทสะปาไฟฉายใส่ อีกทั้งช่วยค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว น.ส.หญิง ก็มีท่าทีใจเย็นลงโดยให้เหตุผลยอมรับกับตนว่าฝ่ายตัวเองก็มีความผิดเช่นกัน น.ส.หญิง เล่าว่า ก่อนที่ตัวเองกับสามีจะขับขี่ รถจักรยานยนต์ซ้อนท้ายกันแบบอัดสามมุ่งหน้ากลับที่พักนั้น ได้มีปากเสียงทะเลาะกันมารุนแรงเมื่อเจอด่านเจ้าหน้าที่ได้เรียกให้หยุดรถ แต่สามีซึ่งยังอยู่ในอารมณ์โกรธ ก็เร่งเครื่องฝ่าไปไม่ยอมหยุด ทำให้รถชนกรวยยางจนกรวยยางที่วางเอาไว้ล้ม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ไฟฉายขว้างใส่เพื่อหยุดยั้ง เมื่อตัวเองหัวแตกจึงใช้โซเชียลระบายความโกรธ และเจ้าตัวก็ไม่น่าจะติดใจเอาความผู้ปฏิบัติซึ่งตนจะเรียกมาพูดคุยอีกครั้งเพื่อสรุปเรื่องดังกล่าวต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่เรื่องนี้เป็นประเด็นในโลกโซเชียล ทางนักข่าวหลายสังกัดได้พยายามติดต่อ น.ส.หญิง ไปทางอินบ๊อกซ์ข้อความทางเฟซบุ๊กเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากฝ่าย น.ส.หญิง บ้าง แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ยอมอ่านและไม่ตอบกลับมาแต่ประการใด เบื้องต้นพบข้อความที่โพสต์ขึ้นมาใหม่ในภายหลังเมื่อประมาณ 3 ชั่วโมงที่แล้ว ระบุว่า ผกก.สน.หลักสอง เรียนเชิญไปสอบถามเรื่องราว ตำรวจที่ปาไฟฉายช่วยเงินค่ารักษามา 2,000 บาท เนื่องจากเขาไม่ค่อยมีเงิน…ส่วนตัวเราก็เห็นใจตำรวจไม่อยากอะไรมาก เพราะกระแสตอบรับแชร์จากเฟซบุ๊กรุนแรงมาก ขอบคุณทุก ๆ กำลังใจ ไม่ว่าจะคอมเม้นท์ คำถาม คำแนะนำฯลฯ

กระทั่งล่าสุดพบว่าบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “ปั่นจังปั่นจัง เจ๊ใหญ่ร้ายใช่เล่น” ได้ปิดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments