ชาวเน็ตแห่แชร์ภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวสาวรายหนึ่ง หลังพบพฤติกรรมแอบลักลอบเข้าดำน้ำในบริเวณพื้นที่ อ่าวแม่ยาย ในหมู่เกาะสุรินทร์ ซ้ำยังโพสท่าถ่ายรูปนั่งบนปะการัง โดยอ้างว่านั่งบนกองหินผูกทุ่น ไม่ใช่ปะการังอย่างที่ทุกคนเข้าใจ

วิจารณ์เละ! นนท.สาวแอบลักลอบดำน้ำ 'อ่าวแม่ยาย' โพสท่าถ่ายรูปนั่งบนปะการังสบายใจเฉิบ ลั่นนั่งบนหิน

วันนี้ 8 กุมภาพันธ์ 2561 ชาวเน็ตแห่แชร์เรื่องราวจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งชื่อ ‘Jirapong Jeewarongkakul’ ซึ่งเป็นนักดำน้ำ โพสต์ภาพถ่ายของนักท่องเที่ยวสาวรายหนึ่งถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม หลังนักท่องเที่ยวสาวคนดังกล่าว ได้เข้าไปดำน้ำใต้ทะเล บริเวณอ่าวแม่ยาย ในหมู่เกาะสุรินทร์

ซ้ำยังมีการโพสท่าถ่ายรูปขึ้นไปนั่งบนปะการัง โดยระบุแคปชั่นใต้ภาพว่า ‘ตนนั้นนั่งบนหินไม่ใช่ปะการัง’ อย่างไรก็ตาม อ่าวแม่ยาย เป็นหนึ่งอ่าวบริเวณเกาะสุรินทร์ ที่กำลังมีการปิดเพื่อฟื้นฟูโดยพื้นที่อ่าวแม่ยาย เดิมทีเป็นบริเวณที่มีดงปะการังมากมายที่สุดแห่งหนึ่งของไทย แต่ได้รับผลกระทบจากปะการังฟอกขาว จึงถูกปิดมาตั้งแต่ปี 2538

โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า

‘ #ในขณะที่กระแสพรานเศรษฐีลักลอบล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากำลังร้อนแรง

..อุทยานแห่งชาติทางทะเลอย่างหมู่เกาะสุรินทร์ก็มีปัญหาการลักลอบเข้าไปท่องเที่ยวในอ่าวแม่ยาย อ่าวที่มีการประกาศปิดเพื่อฟื้นฟูสภาพแนวปะการังที่เสื่อมโทรมหลังเหตุการณ์ปะการังฟอกขาว

..แถมนทท.กลุ่มนี้ยังทำกิจกรรมที่รบกวนแนวปะการังดังภาพ ..อย่าโชว์โง่ด้วยการบอกว่านั่งบนหินใม่ใช่ปะการัง เพียงแต่คุณไม่รู้ว่ามันคือปะการัง

ที่ต่างจากกรณีล่าสัตว์คือ ครั้งนี้ผู้ต้องหาไม่ได้ถูกจับกุมโดยเจ้าหน้าที่..แต่เป็นการถ่ายรูปประจานตัวเองของกลุ่มนทท.เองแม้มีบางคนเข้าไปตักเตือนในโพสก็มิได้รู้สึกรู้สาอะไรลักลอบ

ชื่อเสียงเรียงนามปรากฏชัดเจนตามภาพ (แต่ขอปิดไว้ในนี้ก่อน) อุทยานฯควรตามให้เจอ แล้วดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เขาสำนึกให้ได้นะครับ ควรดำเนินการอย่าให้น้อยหน้ากรณีเขตฯทุ่งใหญ่ฯ…ปะการังกับเสือดำก็เป็นสัตว์คุ้มครองเหมือนกันและเป็นการกระทำผิดในเขตพื้นที่คุ้มครองเหมือนกัน จะติดตามฟังข่าว..ว่าจะไม่แล้วเชียวแต่เห็นแล้วมันเหลืออด…

ปล.ต้องขออภัยเพื่อนๆที่แทก เพราะคิดว่าท่านมีโอกาสเจอเหตุการณ์และแจ้งข่าวได้..ช่วยๆกันครับ ‘

ล่าสุดนักท่องเที่ยวสาวคนดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ว่า หลังเกิดเรื่องเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ออกมาตักเตือน พร้อมเรียบเทียบปรับแล้ว ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเจ้าตัวอยากจะขอโทษ และสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนั้นอีก

ข้อมูลภาพ ข่าว : เฟซบุ๊ก Jirapong Jeewarongkakul , เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments