วันนี้ (19 เมษายน 2560) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน จะประชุม และประกาศค่าไฟฟ้าผันแปรอัตโนมัติ หรือเอฟที อัตราใหม่ที่จะใช้ช่วง ระหว่าง พฤษภาคม – สิงหาคม นี้ โดยมีโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นมากกว่า 10 สตางค์ต่อหน่วย หรือติดลบน้อยลง จากปัจจุบันที่ค่าเอฟทีติดลบอยู่ที่ 37.29 สตางค์ต่อหน่วย หรือเมื่อรวมค่าไฟฟ้าฐาน ปัจจุบันจัดเก็บอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 3.38 บาทต่อหน่วย ซึ่งหมายถึงค่าไฟฟ้าที่จะแพงขึ้น ตั้งแต่เดือนหน้า

            ทั้งนี้ กรรมการกำกับกิจการพลังงาน นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ได้มีการเปิดเผยว่า ราคาก็าซที่เป็นเชื้อเพลิง ผลิตไฟฟ้า โดยสัดส่วนมากถึงร้อยละ 65 ของการผลิตไฟฟ้าทั้งหมดปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 233 บาทต่อล้านบีทียู ขณะที่อัตราแลกเปลี่ยนคงที่ 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

แต่ในขณะที่ บ้านเรานั้นมีสภาพอากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งทำให้มีปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่ม ขึ้น รวมถึงต้นทุนจากพลังงานหมุนเวียน และการปิดซ่อมแหล่งก๊าซยาดานาในเมียนมา เมื่อวันที่ 25- 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่ต้องใช้น้ำมันเตาผลิตไฟฟ้า 30 ล้านลิตร ทำให้ไม่สามารถตรึงค่าเอฟทีได้ แต่จะปรับเท่าใดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของบอร์ดอีกครั้ง ซึ่งจะทยอยปรับให้กระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

         โดยผู้ว่าการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คาดการณ์ว่า ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ พีก จะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน เมษายน – พฤษภาคมนี้ ที่ 32,000 เมกะวัตต์ ดังนั้นจึงต้องเตรียมแผนรับมือไว้ โดยเตรียมก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ แอลเอ็นจีเพิ่มขึ้นอีก 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากเดิมรับอยู่ที่ 700 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน  แต่การนำเข้าแอลเอ็นจีเพื่อผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างแน่นอน เพราะปัจจุบันการผลิตไฟฟ้ายังต้องพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก

กฟผ.จ่อขึ้นค่าไฟ

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments