เอ๋

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 สิงหาคม ศาลจังหวัดสมุทรปราการ สั่งจำคุก อดีตสามีเจนี่ หรือ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สมุทรปราการ เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน จำเลยที่ 1 ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นผู้มีหน้าที่ในการเลือกตั้งหรือเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการเลือกตั้ง จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือกระทำการโดยเจตนาขัดขวางไม่เป็นไปตามกฎหมาย เป็นจำเลยที่ 1 และนายปิติชาติ ไตรสุรัตน์ รองนายก อบจ.สมุทรปราการ เป็นจำเลยที่ 2 ในฐานความผิดเดียวกัน และปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ ตำแหน่งในสมัยนั้น

โดยในการพิจารณาของศาลชั้นต้น ตัดสินให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมาในชั้นศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นว่าจำเลยมีความผิดจริง และให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และให้จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 3 ปี โดยไม่รอลงอาญา
คดีดังกล่าวถือเป็นการนัดหมายในชั้นศาลฎีกาครั้งที่ 6 หลังจากที่ 5 ครั้งก่อนหน้านี้ จำเลยที่ 1 และ 2 ผลัดกันขอเลื่อนรับฟังคำพิพากษา กระทั่งการนัดหมายครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายชนม์สวัสดิ์ได้เดินทางมาที่ศาล แต่นายปิติชาติไม่มาศาล โดยแจ้งเหตุขัดข้องเรื่องความเจ็บป่วยแต่ไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดง ศาลจึงสั่งให้ออกหมายจับนายปิติชาติ เนื่องจากเคยกำชับแล้วว่า คดีนี้มีการเลื่อนอ่านคำพิพากษามาหลายครั้ง และขอให้จำเลยทั้งสองหลีกเลี่ยงการไม่ตามนัดศาล

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 2 พ.ค. 2542 ซึ่งกลุ่มปากน้ำ 2000 ของนายชนม์สวัสดิ์ ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วย และได้มีการจับภาพชายลึกลับ กำลังนำบัตรเลือกตั้งผี มาใส่ในหีบบัตร ต่อมาผู้สมัครกลุ่มอื่น ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ กล่าวหาว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง

จนเมื่อวันที่ 24 ต.ค.2545 อัยการจังหวัดสมุทรปราการ ได้ยื่นฟ้องนายชนม์สวัสดิ์ หัวหน้ากลุ่มปากน้ำ 2000 และผู้สมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ เป็นจำเลยที่ 1 และนายปิติชาติ ปลัดเทศบาลนครสมุทรปราการในขณะนั้น เป็นจำเลยที่ 2 โดยในการพิจารณาของศาลชั้นต้น คู่ความทั้งสองฝ่ายได้นำพยานเบิกความต่อสู้คดีรวม 50 ปาก ก่อนที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการจะอ่านคำพิพากษา ให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา และให้จำคุกจำเลยที่ 2 เป็นเวลา 6 ปี โดยไม่รอลงอาญา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งให้ย้ายนายชนม์สวัสดิ์ พ้นจากตำแหน่งนายก อบจ.สมุทรปราการ เนื่องจากกรณีความไม่โปร่งใสในการใช้จ่ายงบประมาณอุดหนุนวัดในพื้นที่จ.สมุทรปราการ เช่น การดีดโบสถ์วิหารการก่อสร้างเมรุ และตลาดน้ำ

สำหรับนายชนม์สวัสดิ์นั้น เป็นบุตรของนายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง กรณีทุจริตจัดซื้อที่ดินอ.คลองด่าน จ.สมุทรปราการ ที่ถูกลงโทษจำคุก 10 ปี ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้ หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น และคดีของศาลแขวงดุสิต พิพากษาจำคุก 3 ปี ฐานฉ้อโกง โดยทั้งสองคดี ศาลได้ออกหมายจับนายวัฒนาแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถนำตัวนายวัฒนามาดำเนินการตามกฎหมายแต่อย่างใด
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำลังนำตัว นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ส่งเรือนจำ

ภาพจาก Nation

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments