เตือนภัย!! เล่น Facebook อยู่ดีๆอาจหมดตัวได้

ถือเป็นเรื่องใกล้ตัวมากเลย กับการยักยอกเงินจากบัตรเครดิต จากการเล่น Facebook เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่โดย สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ชื่อ นู๋หน่า เจ้าตัวเล่าว่าได้สมัครทำโฆษณากับทางเฟซบุ๊ก แล้วโดนแฮคและโดนยักยอกเงินไป จึงอยากจะเตือนให้คนที่เล่นเฟซบุ๊กระวังกันไว้

สวัสดีค่ะ เราชื่อ ออย นะคะ เป็นเภสัชกรค่ะ เปิดร้านยาเป็นของตัวเอง และมีอาชีพเสริมคือเป็น แม่ค้าออนไลน์สมัครเล่น ที่ว่าสมัครเล่นคือ พึ่งเข้ามาในวงการออนไลน์ ขายของผ่านทาง Facebook มีเพจขายสินค้าทางเฟสบุค และเคยทำการโฆษณากับเฟสบุคบ้าง (ถ้าคนทั่วไปเห็นตามหน้าฟีด เขาจะบอกว่า ได้รับการสนับสนุนข้างล่างชื่อเพจน่ะค่ะ) ซึ่งเวลาเราทำการโฆษณา เฟสบุคจะเรียกเก็บเงินเราผ่านการตัดเครดิตที่เราได้กรอกเลขบัตรเครดิตไว้ในระบบของเฟสบุคเพื่อที่เราจะทำการโฆษณาเพจของเรา คือเขาสามารถเรียกเก็บเงินจากบัตรเครดิตของเราได้ทันทีค่ะ

ปัญหามันมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 ที่ผ่านมา เราล็อคอินเข้า  Facebook ผ่านทางมือถือไม่ได้ (ปกติเล่นผ่านมือถือเป็นส่วนใหญ่ค่ะ) เวลาจะล็อคอินหน้าจอมันจะขึ้นมาว่า เชสชั่นหมดอายุ ให้เราล็อคอินใหม่ เราก็ล็อคอินใหม่ มันก็ล็อคอินไม่ได้ ไม่ได้ ไม่ได้ พอครบ 3 รอบ  Facebook แจ้งให้เรารีเซ็ทรหัสผ่าน เราก็รีเซ็ทไป เป็นแบบนี้ทั้งวัน ประมาณ 3-4 รอบ
เราก็คิดว่ามือถือเรารวน เพราะมือถือเริ่มเก่าแล้ว ประกอบกับการที่เราเปลี่ยนพาสเวิร์ดบ่อยๆ เราก็อาจจะลืมไปมั้ง ว่าเราตั้งอะไรไปบ้าง เราเลยรีเซ็ทพาสเวิร์ดใหม่ทุกครั้งโดยไม่คิดอะไร จนตอน 2 ทุ่มกว่าๆ เราล็อคอินเข้าเฟสบุคอีกครั้ง เฟสบุคมีข้อความมาถามเราว่า มีการล็อคอินบัญชีของคุณจากสถานที่แปลกคือ พัทยา นี่ใช่คุณหรือไม่ (ปกติเราอยู่ที่ ขอนแก่นค่ะ)
เราไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่เราหงุดหงิดใจว่า เฟสบุคเป็นอะไรนักหนา นี่ก็ฉันไง เราเลยตอบไปว่า ใช่ หลังจากนั้นเราก็เล่นเฟสบุคตามปกติ

 

พอวันที่ 3 มีนาคม 2559 มีข้อความทักเข้ามาจากพี่เภสัชคนนึงตอนประมาณบ่ายโมง เขาถามเราว่า เราได้ทำธุรกรรมการเงินผ่านเฟสบุคมั้ย เขาเล่าว่าเขาโดนแฮคเฟสบุคและโดนยักยอกเงินไป และเขาก็ทิ้งเบอร์โทรไว้ให้ ตอนแรกเราไม่เข้าใจข้อความของเขานะ เราเลยโทรไปหาเขา เขาเล่าว่า พี่เข้าเฟสบุคไม่ได้เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ระบบแจ้งเซสชั่นหมดอายุให้เปลี่ยนรหัสผ่าน ซึ่งพี่เขาก็เปลี่ยน (เอ๊ะ เหมือนเรื่องของฉันเมื่อวาน) เรื่องมาแดงตรงที่ พี่เขาแจ้งตั้งเตือนยอดบัตรเครดิตไว้ว่า ถ้ามีการใช้เงินครบ 10,000 บาทให้แจ้งเข้ามา ยอดครบ 10,000 ไวมาก ซึ่งเขาไม่ได้ใช้ หลังจากนั้นเขาเลยไปดูที่เพจขายของของเขา พบว่ามีเพจอื่นแทรกเข้ามาชื่อว่า ARIA WATCHES SHOP ที่อยู่ที่ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเพจนี้ ได้ตั้งให้เขาเป็น ผู้ลงโฆษณา (หมายถึงว่า หากมีการโฆษณา ก็จะมาตัดเงินจากบัตรเครดิตคนนี้) เขาเลยบอกให้เราเช็คดูซิว่า เราโดนเหมือนกันมั้ย เพราะพี่เขาเห็นว่ามีชื่อเราถูกดึงเข้ามาเป็น ผู้ลงโฆษณา เหมือนกัน

แฮคเฟซบุ๊ก

ราก็เลยโทรไป call center และพบว่า มีการตัดยอดเงินผ่านบัตรเราจริงๆ ยอด 8,051 บาท ในคืนวันที่ 2 มีนาคม 2559 เวลา 2 ทุ่ม ถึงบางอ้อเลยค่ะ สาเหตุที่เราเข้าเฟสไม่ได้เมื่อวาน และการล็อคอินในสถานที่แปลกๆ นั่นคงเป็นการแฮคเฟสบุคเรานั่นเอง เราจึงได้แจ้งอายัดบัตรเครดิตทันที และขอทำเรื่องปฏิเสธรายการที่เกิดขึ้น (ซึ่งไม่รู้ว่า จะปฏิเสธได้มั้ย เพราะร้านค้ายังไม่ทำเรื่องขอเก็บเงินมา คือยังไม่ออกบิลนั่นแหละค่ะ แต่ถ้าร้านค้าเรียกเก็บเงินกับทางธนาคาร ธนาคารก็ต้องจ่ายเงินให้ร้านค้าไปก่อน และดำเนินการส่งเอกสารให้ร้านค้าดูว่า เราปฏิเสธรายการจากสาเหตุใด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 90 วัน)

เราเลยเข้าไปดูหน้าเพจของเรา (คือเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ดูเพจออนไลน์เท่าไร) ก็พบว่า เราถูกดึงเข้าไปเป็น ผู้ลงโฆษณา จริงๆ และยังมีผู้เสียหายคนอื่นๆ อีกหลายราย

พอเราอายัดบัตรเครดิต เฟสบุคเรียกเก็บเงินกับเราไม่ได้ เฟสบุคจึงแจ้งเราว่า เรามียอดหนี้ค้างกับเฟสบุคอีก 16,079 (ณ วันที่ 4/3/59) ซึ่งเฟสบุคได้ระงับบัญชีการโฆษณาของเราแล้ว เพราะมีการใช้งานที่ผิดปกติ และให้เราติดต่อกลับเพิ่มแสดงตัวตนและชำระเงิน พอบัญชีโฆษณาเราถูกปิดทำให้เราเช็คไม่ได้เลย ว่าประวัติการชำระเงินของเราเป็นอย่างไรแล้ว แจ้งศูนย์ช่วยเหลือของเฟสบุคไป ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ได้รับข้อความกลับมาว่า เราจะตรวจสอบให้เร็วที่สุด แต่ไม่รู้เมื่อไร มีคนบอกว่า อาจจะ 2 อาทิตย์

มาวันนี้ 5/3/59 เฟสบุคแจ้งว่า เราติดหนี้เพิ่มเป็น 17,181 บาท ทั้งๆที่เฟสบุคแจ้งว่าเขาปิดบัญชีเราแล้ว งงซิคะที่นี้

เราคิดว่า พอเฟสบุคดึงเงินเรามาชำระไม่ได้ การโฆษณาเพจจากเงินของเราน่าจะสิ้นสุดลง ดังนั้น เขาจึงไปดึงคนอื่นมาเพิ่มขึ้นอีก เท่าที่ลองเช็คดูคือ วันละ 1 คน คนไทยด้วยค่ะ แต่ไม่ทราบว่า เลือกเหยื่อยังไงนะคะ อันตรายมากอ่ะ

เราแจ้งความแล้วค่ะ แต่ตร. ลงบันทึกประจำวันให้เราเฉยๆ และให้เราเดินทางไปแจ้งความ ปอท. ที่กรุงเทพต่อเอง
และอีกคำนึงที่ได้ยินคือ ถ้าเรื่องไม่ดัง ก็ทำอะไรไม่ได้ ค่ะ ขอบคุณมาก !!!

ความคิดเห็นจากสมาชิกเฟซบุ๊ก

comments